เรียนรู้ › ข่าวและปัจจัยพื้นฐาน
อัตราส่วนทองต่อเงิน (Gold/Silver Ratio) อ่านยังไง และ Spread ทอง-เงินทำงานแบบไหน
Gold/Silver Ratio คือราคาทองหารราคาเงิน บอกมูลค่าเทียบกันไม่ใช่ทิศราคา อธิบายวิธีอ่าน เหตุผลที่ค่าเฉลี่ยไม่ใช่แม่เหล็ก และคำนวณ Spread ซื้อเงินขายทองทีละขั้น
- อัตราส่วนทองต่อเงินคือราคาทอง 1 ออนซ์หารราคาเงิน 1 ออนซ์ บอกว่าเงินถูกหรือแพง "เมื่อเทียบกับทอง" ไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหน
- เงินผันผวนกว่าทอง เพราะตลาดเล็กกว่าและความต้องการส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรม อัตราส่วนจึงมักพุ่งตอนตลาดตื่นตระหนก
- อัตราส่วนไม่มีอะไรยึดให้กลับค่าเฉลี่ย ระดับปกติเปลี่ยนได้ และกรอบ ±2σ ที่คำนวณย้อนหลังจะเลื่อนตามไปด้วย
- Spread ซื้อเงินขายทองต้องจัดขนาดตามมูลค่า ไม่ใช่จำนวน lot เท่ากัน และต้องเช็ก contract size ของโบรกเกอร์ก่อน
- ในการทดสอบย้อนหลังของเรา ระบบที่ได้ผลบนทองคำ เมื่อเอาไปรันกับเงินกลับขาดทุน เงินไม่ใช่ "ทองราคาถูก"
อัตราส่วนทองต่อเงิน (Gold/Silver Ratio) คือราคาทอง 1 ออนซ์หารด้วยราคาเงิน 1 ออนซ์ ตัวเลขนี้บอกว่าต้องใช้เงินกี่ออนซ์ถึงจะแลกทองได้ 1 ออนซ์ เทรดเดอร์ใช้มันวัดว่าเงินถูกหรือแพง “เมื่อเทียบกับทอง” และบางคนเปิด Spread ซื้อขายสองขาพร้อมกันเพื่อเดิมพันกับการเปลี่ยนของอัตราส่วน บทนี้อธิบายกลไก วิธีอ่าน เหตุผลที่อัตราส่วนไม่จำเป็นต้องกลับค่าเฉลี่ย และคำนวณ Spread ให้ดูทีละขั้น
อัตราส่วนคำนวณยังไง
อัตราส่วนทอง/เงิน = ราคาทองต่อออนซ์ ÷ ราคาเงินต่อออนซ์
ตลอดบทนี้ใช้ราคาสมมติ ไม่ใช่ราคาตลาดหรือการคาดการณ์ ทอง 3,400 ดอลลาร์ เงิน 40 ดอลลาร์ อัตราส่วน = 3,400 ÷ 40 = 85 แปลว่าเงิน 85 ออนซ์มีมูลค่าเท่าทอง 1 ออนซ์
อัตราส่วนเปลี่ยนได้สามแบบ และต้องแยกให้ออก
- เงินขึ้นเร็วกว่าทอง หรือลงช้ากว่า อัตราส่วนลดลง
- ทองขึ้นเร็วกว่าเงิน หรือลงช้ากว่า อัตราส่วนสูงขึ้น
- ทั้งคู่ขยับเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากัน อัตราส่วนไม่เปลี่ยนเลย ถึงราคาจะวิ่งไปไกลก็ตาม
ดังนั้นอัตราส่วนเป็นตัววัด มูลค่าเทียบกัน (relative value) ไม่ได้บอกว่าทองหรือเงินถูกหรือแพงในรูปดอลลาร์ อัตราส่วนลดลงได้ทั้งตอนที่ทั้งคู่ขึ้นและตอนที่ทั้งคู่ร่วง
ทำไมเงินผันผวนกว่าทอง
ทองกับเงินมักวิ่งไปทางเดียวกัน แต่เงินมักแกว่งแรงกว่าทั้งขาขึ้นและขาลง เหตุผลหลักมีสามข้อ
- ตลาดเล็กกว่ามาก มูลค่าตลาดเงินเล็กกว่าทองหลายเท่า เงินทุนก้อนเดียวกันที่ไหลเข้าหรือออกจึงขยับราคาเงินได้มากกว่า
- ความต้องการส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรม เงินถูกใช้ในอิเล็กทรอนิกส์ แผงโซลาร์เซลล์ และงานอุตสาหกรรมอื่นเป็นสัดส่วนใหญ่ ราคาจึงผูกกับวัฏจักรเศรษฐกิจด้วย ส่วนทองมีผู้ถือรายใหญ่เป็นนักลงทุนและธนาคารกลาง ซึ่งมักถือทองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
- อุปทานตอบสนองราคาช้า เงินส่วนใหญ่ขุดได้เป็นผลพลอยได้จากเหมืองตะกั่ว สังกะสี ทองแดง และทอง ราคาเงินขึ้นจึงไม่ได้ทำให้มีเหมืองเงินเพิ่มทันที
ผลที่เห็นบนกราฟคือ ช่วงตลาดตื่นตระหนก (ดูเรื่อง Risk-on Risk-off) เงินมักร่วงตามโลหะอุตสาหกรรมแรงกว่าทอง อัตราส่วนจึงมักพุ่งขึ้น ส่วนช่วงเศรษฐกิจคึกคักและนักลงทุนกล้าเสี่ยง เงินมีโอกาสวิ่งแรงกว่าทอง อัตราส่วนก็ลดลง นี่คือแนวโน้มทั่วไป ไม่ใช่กฎตายตัว
อ่านอัตราส่วนสูงและต่ำ
- อัตราส่วนสูงเทียบกับอดีต = เงินถูกเมื่อเทียบกับทอง คนที่เชื่อว่าอัตราส่วนจะลดลงจะมองว่าเงิน “ได้เปรียบ” ทอง
- อัตราส่วนต่ำเทียบกับอดีต = เงินแพงเมื่อเทียบกับทอง คนที่เชื่อว่าอัตราส่วนจะสูงขึ้นจะมองกลับด้าน
คำว่า “สูง” หรือ “ต่ำ” ต้องมีตัวเทียบเสมอ วิธีที่นิยมคือใช้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของอัตราส่วนกับกรอบ ± 2 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) หลักเดียวกับ Bollinger Bands หรือคำนวณ z-score = (อัตราส่วนวันนี้ − ค่าเฉลี่ย) ÷ σ ถ้า z-score เกิน +2 แปลว่าอัตราส่วนสูงกว่าปกติในช่วงที่วัด
ปัญหาคือผลขึ้นกับว่าวัดย้อนหลังกี่จุด ช่วงที่ใช้ต่างกันให้คำตอบต่างกัน และอัตราส่วนในอดีตเคลื่อนไหวในช่วงที่กว้างมาก ตัวเลขที่เคยดูสูงในยุคหนึ่งอาจเป็นระดับปกติของอีกยุคหนึ่ง
ทำไม “อัตราส่วนจะกลับค่าเฉลี่ย” ไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน
แนวคิดหลักของการเทรดอัตราส่วนคือ Mean reversion เชื่อว่าเมื่อแกว่งไปไกล มันจะกลับมาที่ค่าเฉลี่ย แต่อัตราส่วนทองต่อเงินไม่มีอะไรยึดไว้
- ไม่มีกฎหมายหรือกลไกผูกราคา ในศตวรรษที่ 19 หลายประเทศใช้ทั้งทองและเงินเป็นมาตรฐานเงินตรา และกำหนดอัตราแลกไว้ราว 15–16 ต่อ 1 เมื่อประเทศต่าง ๆ เลิกใช้เงินเป็นมาตรฐานเงินตรา จุดยึดนั้นก็หายไป ตั้งแต่นั้นอัตราส่วนเป็นแค่ผลลัพธ์ของอุปสงค์อุปทานสองตลาด
- โครงสร้างตลาดเปลี่ยนได้ ความต้องการเงินในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ การซื้อทองของธนาคารกลาง หรือกองทุนที่ถือโลหะจริง เปลี่ยน “ระดับปกติ” ของอัตราส่วนได้เป็นปี ๆ เรื่องนี้คือ การเปลี่ยนสภาพตลาด (regime change)
- กรอบ ±2σ เลื่อนตาม ค่าเฉลี่ยและ σ คำนวณจากข้อมูลย้อนหลัง ถ้าระดับปกติย้ายไป กรอบก็ไล่ตามไป จุดที่ดูเหมือน “สูงเกิน” อาจเป็นแค่จุดเริ่มต้นของระดับใหม่
ค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนไม่ใช่แม่เหล็ก มันเป็นแค่สรุปของอดีต ถ้าระดับปกติเปลี่ยน สัญญาณ “สูงเกินปกติ” จะพาเข้าไม้ที่ขาดทุนต่อเนื่อง
ถ้าอยากทดสอบว่าคู่ราคาไหนมีแนวโน้มกลับค่าเฉลี่ยจริงทางสถิติ ดูเรื่อง Pairs trading และ Cointegration ซึ่งอธิบายวิธีทดสอบและข้อจำกัดไว้
Spread อัตราส่วนทำงานยังไง
ถ้าคาดว่าอัตราส่วนจะ ลดลง เทรดเดอร์จะ ซื้อเงิน ขายทอง พร้อมกัน ถ้าคาดว่าจะ สูงขึ้น ก็ทำกลับด้าน คือขายเงิน ซื้อทอง ทั้งสองขาเปิดพร้อมกันและปิดพร้อมกัน
เป้าหมายคือตัดผลของ “ทิศทางโลหะทั้งกลุ่ม” ออกให้มากที่สุด เหลือแค่ผลของการเปลี่ยนของอัตราส่วน ทำได้สองแบบ
- ขนาดตามมูลค่า (dollar-neutral) มูลค่าสองขาเท่ากันตอนเปิด แบบนี้กำไรขาดทุนตามอัตราส่วนตรงที่สุด
- ขนาดตามความผันผวน (volatility-neutral) ฝั่งเงินมีมูลค่าน้อยกว่า เพราะเงินแกว่งแรงกว่า ทำให้สองขาเสี่ยงใกล้กัน แต่กำไรขาดทุนจะไม่ได้ตามอัตราส่วนเป๊ะอีกต่อไป
เช็ก contract size ก่อนคำนวณ
ในหลายโบรกเกอร์ ทอง XAUUSD 1 lot = 100 ออนซ์ และเงิน XAGUSD 1 lot = 5,000 ออนซ์ (เท่าสัญญาฟิวเจอร์สมาตรฐาน) แต่บางที่ใช้ขนาดอื่น เช่นเงิน 1,000 ออนซ์ต่อ lot ก่อนคำนวณให้คลิกขวาที่สัญลักษณ์ใน Market Watch ของ MT5 เลือก Specification แล้วดูช่อง Contract size ของทั้งสองตัว ถ้าใช้ตัวเลขผิด ขนาดไม้จะผิดเป็นเท่าตัว ตัวอย่างข้างล่างใช้ 100 และ 5,000 ออนซ์
ตัวอย่าง: Spread ซื้อเงินขายทอง เปิดที่อัตราส่วน 85
ราคาสมมติ ทอง 3,400 เงิน 40 อัตราส่วน 85 คาดว่าอัตราส่วนจะลดลง จึงซื้อเงินขายทองแบบมูลค่าเท่ากัน
- ขายทอง 0.10 lot = 0.10 × 100 = 10 ออนซ์ มูลค่า 10 × 3,400 = 34,000 ดอลลาร์
- เงินต้องมีมูลค่าเท่ากัน 34,000 ÷ 40 = 850 ออนซ์
- แปลงเป็น lot: 850 ÷ 5,000 = 0.17 lot (ลงตัวพอดี มูลค่า 850 × 40 = 34,000 ดอลลาร์)
ต่อมาอัตราส่วนลดจาก 85 เหลือ 80 ดูสามทางที่อาจเกิด
| สถานการณ์ | ทอง | เงิน | ขาเงิน (ซื้อ 850 oz) | ขาทอง (ขาย 10 oz) | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| ก. ทองนิ่ง เงินขึ้น | 3,400 | 42.50 | 850 × 2.50 = +2,125 | 0 | +2,125 |
| ข. เงินนิ่ง ทองลง | 3,200 | 40.00 | 0 | 10 × 200 = +2,000 | +2,000 |
| ค. ร่วงทั้งคู่ ทองลง 10% | 3,060 | 38.25 | 850 × (−1.75) = −1,487.50 | 10 × 340 = +3,400 | +1,912.50 |
ตรวจ: 3,400 ÷ 42.50 = 80, 3,200 ÷ 40 = 80, 3,060 ÷ 38.25 = 80 ทุกแถวอัตราส่วนปิดที่ 80 เท่ากัน
สังเกตแถว ค. ราคาเงินร่วง แต่ Spread ยังกำไร เพราะทองร่วงมากกว่า นี่คือหัวใจของ Spread คือเดิมพันกับ อัตราส่วน ไม่ใช่ทิศราคา
ทำไมสามแถวได้ไม่เท่ากัน สูตรของ Spread มูลค่าเท่ากันคือ
กำไรขาดทุน = มูลค่าต่อขา × (ราคาทองตอนปิด ÷ ราคาทองตอนเปิด) × (อัตราส่วนตอนเปิด ÷ อัตราส่วนตอนปิด − 1)
แทนค่าแถว ก. 34,000 × 1 × (85 ÷ 80 − 1) = 34,000 × 0.0625 = 2,125 ตรงกับตาราง แถว ค. 34,000 × 0.9 × 0.0625 = 1,912.50 ก็ตรง อัตราส่วนลดลง 5.9% แต่ได้ 6.25% ของมูลค่าต่อขา และขนาดเงินยังขึ้นกับว่าทองไปอยู่ไหนตอนปิด
ถ้าผิดทาง อัตราส่วนขึ้นจาก 85 เป็น 90 โดยทองนิ่ง เงินจะลงไปที่ 3,400 ÷ 90 = 37.78 ขาดทุน 34,000 × (85 ÷ 90 − 1) = −1,888.89 ดอลลาร์ ระยะ 5 จุดเท่ากันแต่ขาดทุนน้อยกว่ากำไรเล็กน้อย เพราะสูตรเป็นการหาร
ถ้าใช้ขนาดตามความผันผวนแทน
สมมติความผันผวนรายวันของทอง 1.5% และเงิน 2.4% (ตัวเลขสมมติ ต้องวัดเองจากข้อมูลจริง เช่นด้วย ATR) ฝั่งเงินจะมีมูลค่า 34,000 × 1.5 ÷ 2.4 = 21,250 ดอลลาร์ = 531.25 ออนซ์ = 0.106 lot ปัดเป็น 0.11 lot (550 ออนซ์)
ลองดูสถานการณ์ ก. อีกครั้ง (ทองนิ่ง เงินขึ้นเป็น 42.50) ได้ 550 × 2.50 = 1,375 ดอลลาร์ ส่วนสถานการณ์ ข. (เงินนิ่ง ทองลงเป็น 3,200) ยังได้ 2,000 ดอลลาร์ อัตราส่วนเปลี่ยนเท่ากันแต่ได้ไม่เท่ากัน แปลว่าแบบนี้ยังมีส่วนที่เป็นการเดิมพันทิศทางทองซ่อนอยู่ ต้องรู้ตัวก่อนเลือก
ต้นทุนและความเสี่ยงที่มองไม่เห็นในสูตร
- จ่าย spread สองขา ทั้งตอนเปิดและตอนปิด เช็ก spread ของทั้งสองสัญลักษณ์ในบัญชีตัวเอง (ดู ต้นทุน spread ต่อไม้)
- Swap สองขา อัตราส่วนเปลี่ยนช้า Spread แบบนี้มักถือเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน swap ของขาซื้อและขาขายอาจติดลบทั้งคู่ (ดู Swap ค่าข้ามคืน)
- Margin สองขา โบรกเกอร์ส่วนใหญ่คิด margin แยกแต่ละสัญลักษณ์ ไม่ได้หักลบกันเหมือนเปิดสวนในสัญลักษณ์เดียว (ดู Leverage, Margin และ Stop out)
- ขนาดไม้ปัดไม่ลงตัว ขั้นต่ำ 0.01 lot ของเงินคือ 50 ออนซ์ หรือ 2,000 ดอลลาร์ที่ราคา 40 ถ้าขายทองแค่ 0.01 lot (มูลค่า 3,400) เงินที่ต้องการคือ 0.017 lot ซึ่งเปิดไม่ได้ ปัดเป็น 0.02 lot ก็มีมูลค่า 4,000 ฝั่งเงินหนักเกินไป 17.6%
- ความสัมพันธ์ไม่คงที่ ทองกับเงินมีความสัมพันธ์สูง แต่ไม่ใช่ 1 ช่วงที่สองตัวแยกทางกันคือช่วงที่ Spread ขาดทุนหนัก (ดู Correlation และความเสี่ยงพอร์ต)
วาง Stop loss ด้วยอัตราส่วน
ตั้งจุดยอมแพ้เป็นระดับอัตราส่วน แล้วคำนวณว่าขาดทุนเท่าไร จากตัวอย่าง ถ้ายอมแพ้ที่ 90 จะเสียราว 1,889 ดอลลาร์ (ตอนทองนิ่ง) ถ้าอยากให้ไม้นี้เสี่ยงไม่เกิน 1% ของพอร์ต พอร์ตต้องมีราว 1,889 ÷ 0.01 = 188,889 ดอลลาร์ ถ้าพอร์ตเล็กกว่านั้นก็ต้องลดขนาดทั้งสองขาลง ซึ่งจะเจอปัญหาปัดไม้ไม่ลงตัวที่ว่ามา
ผลทดสอบของเรา: เงินไม่ใช่ทองราคาถูก
หลายคนคิดว่าเงินวิ่งตามทองอยู่แล้ว ระบบที่ใช้กับทองได้ก็น่าจะใช้กับเงินได้ ในการทดสอบย้อนหลังของเรา เราเอาระบบเทรดหนึ่งที่พัฒนาบนทองคำ ไปรันกับ 12 สัญลักษณ์ใน Strategy Tester ของ MT5 ด้วยข้อมูล tick จริง ช่วงมกราคมถึงกันยายน 2026 ปรับขนาดไม้และเพดาน spread ให้เหมาะกับแต่ละสัญลักษณ์
| สัญลักษณ์ | Profit factor | Drawdown ของ equity สูงสุด | จำนวนไม้ |
|---|---|---|---|
| ทองคำ (XAUUSD) | 2.01 | 4.79% | 1,907 |
| เงิน (XAGUSD) | 0.96 | 41.25% | 2,346 |
Profit factor คือกำไรรวมหารขาดทุนรวม ต่ำกว่า 1 คือขาดทุนสุทธิ บนเงิน ระบบเดิมขาดทุนสุทธิ และ drawdown ลึกกว่าบนทองเกือบ 9 เท่า สาเหตุส่วนหนึ่งคือเงินแกว่งต่างจากทองทั้งขนาดและจังหวะ อีกส่วนอาจเป็นเพราะกติกาถูกปรับมาให้เข้ากับทองโดยเฉพาะ (ดู Overfitting) ผลนี้เป็นผลทดสอบย้อนหลังช่วงสั้นช่วงเดียว ผลในอดีตไม่ได้บอกผลในอนาคต แต่บอกได้ว่าอย่าคิดว่าเงินจะทำตัวเหมือนทองโดยไม่ทดสอบ
อัตราส่วนกับข้อมูลอื่น
อัตราส่วนเป็นแค่มุมหนึ่ง ทั้งทองและเงินซื้อขายเป็นดอลลาร์ ดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์มีผลกับทั้งคู่ (ดู ดอกเบี้ยขยับทองและค่าเงินยังไง และ ดัชนีดอลลาร์ DXY) ส่วนใครเทรดทองเป็นหลัก อ่านพื้นฐานเพิ่มได้ใน คู่มือเทรดทอง XAUUSD และความต่างของทองแต่ละรูปแบบใน CFD ฟิวเจอร์ส สปอต และ ETF ทองคำ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- อ่านอัตราส่วนสูงว่า “เงินจะขึ้น” อัตราส่วนลดลงได้จากทองร่วงขณะที่เงินร่วงด้วย คนที่ซื้อเงินอย่างเดียวจะขาดทุนทั้งที่ทายอัตราส่วนถูก
- เปิด lot เท่ากันสองขา ขายทอง 0.10 lot (34,000 ดอลลาร์) คู่กับซื้อเงิน 0.10 lot (500 ออนซ์ = 20,000 ดอลลาร์) ฝั่งทองหนักกว่า 14,000 ดอลลาร์ กลายเป็นเดิมพันว่าทองจะลง ไม่ใช่เดิมพันอัตราส่วน
- ไม่เช็ก contract size เงินที่ 1,000 ออนซ์ต่อ lot กับ 5,000 ออนซ์ต่อ lot ทำให้ขนาดไม้ต่างกัน 5 เท่า
- เชื่อว่าค่าเฉลี่ยต้องกลับมา แล้วถือไม่มีจุดยอมแพ้ หรือเพิ่มไม้เมื่ออัตราส่วนวิ่งหนี ซึ่งเหมือน การถัวขาดทุน
- ลืม swap สองขา Spread ที่ถือหลายเดือนอาจเสีย swap จนกินกำไรจากอัตราส่วนหมด
- เอาระบบจากทองไปใช้กับเงินโดยไม่ทดสอบ ผลทดสอบข้างบนแสดงให้เห็นว่าผลต่างกันได้มาก
คำถามที่พบบ่อย
อัตราส่วนสูงแปลว่าควรซื้อเงินไหม
ไม่ได้แปลอย่างนั้น อัตราส่วนสูงบอกแค่ว่าเงินถูกเมื่อเทียบกับทอง อัตราส่วนจะลดลงได้ทั้งจากเงินขึ้น จากทองลง หรือทั้งคู่ลงแต่ทองลงมากกว่า และอัตราส่วนก็สูงขึ้นต่อได้อีกนาน บทนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายสินทรัพย์ใด
XAGUSD 1 lot คือเงินกี่ออนซ์
ในหลายโบรกเกอร์ XAGUSD 1 lot เท่ากับ 5,000 ออนซ์ เท่ากับสัญญาฟิวเจอร์สเงินมาตรฐาน ส่วนทอง XAUUSD มักเป็น 100 ออนซ์ แต่บางที่ใช้ขนาดอื่น ให้เปิด Contract specification ของสัญลักษณ์ใน MT5 ดูช่อง Contract size ทุกครั้ง
ทำไม Spread ที่เปิดมูลค่าเท่ากันสองฝั่งยังขาดทุนได้ ทั้งที่ทองกับเงินวิ่งไปทางเดียวกัน
เพราะ Spread กำไรหรือขาดทุนจากการเปลี่ยนของอัตราส่วน ไม่ใช่ทิศของราคา ถ้าทั้งคู่ขึ้นแต่ทองขึ้นแรงกว่า อัตราส่วนสูงขึ้น ฝั่งขายทองจะเสียมากกว่าฝั่งซื้อเงินได้ แถมยังมี spread และ swap ของทั้งสองขา
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด