เรียนรู้ › ข่าวและปัจจัยพื้นฐาน

ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นหรือลง ทำไมค่าเงินและทองคำถึงขยับ

อธิบายว่าทำไมการประชุมดอกเบี้ยของธนาคารกลางทำให้ค่าเงินและทองคำเคลื่อนไหว และทำไมสิ่งที่ตลาดดูคือความต่างจากที่คาดไว้ ไม่ใช่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว

เริ่มต้น อ่าน 4 นาที 9 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ดอกเบี้ยคือผลตอบแทนของการถือเงินสกุลนั้น จึงมีผลต่อความต้องการค่าเงิน
  • คู่เงินสะท้อนความต่างของดอกเบี้ยสองประเทศ ไม่ใช่ประเทศเดียว
  • ตลาดขยับตามความต่างจากที่คาดไว้ ข่าวออกตามคาดราคาอาจแทบไม่ขยับ
  • ทองคำไม่มีดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจึงเพิ่มต้นทุนของการถือทอง

ดอกเบี้ยนโยบายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินและทองคำเคลื่อนไหวมากที่สุด เพราะมันกำหนดว่าการถือเงินสกุลหนึ่งได้ผลตอบแทนเท่าไร แต่สิ่งที่ทำให้ราคากระชากในวันประกาศ มักไม่ใช่ตัวเลขดอกเบี้ย หากเป็นความต่างระหว่างสิ่งที่ประกาศกับสิ่งที่ตลาดคาดไว้

ดอกเบี้ยนโยบายคืออะไร

ดอกเบี้ยนโยบาย คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางของแต่ละประเทศใช้เป็นเครื่องมือหลักในการดูแลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ เช่น ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และธนาคารแห่งประเทศไทย

หลักกว้าง ๆ คือ

  • เงินเฟ้อสูงเกินเป้า ธนาคารกลางมักขึ้นดอกเบี้ย เพื่อให้การกู้ยืมแพงขึ้นและชะลอการใช้จ่าย
  • เศรษฐกิจชะลอ ธนาคารกลางมักลดดอกเบี้ย เพื่อให้กู้ยืมถูกลงและกระตุ้นการใช้จ่าย

ดอกเบี้ยนโยบายส่งผลต่อดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยพันธบัตร และผลตอบแทนของการถือเงินสกุลนั้นในภาพรวม

ทำไมดอกเบี้ยทำให้ค่าเงินขยับ

เงินทุนมักไหลไปหาที่ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าเมื่อความเสี่ยงใกล้เคียงกัน ลองดูตัวอย่างตัวเลขสมมติ

  • เงินก้อน 100,000 ฝากในสกุลที่ได้ดอกเบี้ย 5% ต่อปี ได้ 100,000 × 0.05 = 5,000 ต่อปี
  • เงินก้อนเดียวกันในสกุลที่ได้ 1% ต่อปี ได้ 100,000 × 0.01 = 1,000 ต่อปี
  • ต่างกัน 4,000 ต่อปี

ถ้าความเสี่ยงอื่นพอ ๆ กัน นักลงทุนย่อมอยากถือสกุลที่ได้ 5% มากกว่า ความต้องการสกุลนั้นจึงเพิ่มขึ้น ค่าเงินมีแนวโน้มแข็งขึ้น ส่วนสกุลที่ดอกเบี้ยลดลงหรือต่ำกว่า ก็มีแนวโน้มตรงกันข้าม

ข้อสำคัญคือ คู่เงินคือการเทียบสองสกุล EURUSD ไม่ได้ขยับตามดอกเบี้ยสหรัฐอย่างเดียว แต่ขยับตามส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยยุโรปกับสหรัฐ ถ้าทั้งสองฝั่งขึ้นดอกเบี้ยพร้อมกันเท่า ๆ กัน ส่วนต่างแทบไม่เปลี่ยน ผลต่อคู่เงินก็อาจไม่มาก

ตลาดดูความต่างจากที่คาด ไม่ใช่ตัวเลข

ก่อนการประชุมแต่ละครั้ง นักวิเคราะห์และตลาดจะคาดการณ์ไว้แล้วว่าธนาคารกลางน่าจะทำอะไร ราคาจึงมักขยับไปรอล่วงหน้า เทรดเดอร์เรียกว่า priced in คือราคาสะท้อนสิ่งที่คาดไว้แล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นผลที่มักเห็น
ประกาศตรงตามที่ตลาดคาดราคาอาจขยับน้อย หรือแกว่งสั้น ๆ แล้วกลับ
ขึ้นมากกว่าที่คาด หรือส่งสัญญาณเข้มงวดกว่าที่คาดค่าเงินสกุลนั้นมีแนวโน้มแข็งขึ้น
ขึ้นน้อยกว่าที่คาด หรือส่งสัญญาณผ่อนคลายกว่าที่คาดค่าเงินสกุลนั้นมีแนวโน้มอ่อนลง

นอกจากตัวเลข ตลาดยังฟัง แถลงการณ์และการแถลงข่าวหลังประชุม ด้วย เพราะมันบอกทิศทางของการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป หลายครั้งราคาขยับแรงตอนแถลงข่าว มากกว่าตอนตัวเลขออก

ข่าวดอกเบี้ยออกมาแล้ว ราคาไม่ได้ขยับตามตำรา ไม่ได้แปลว่าตลาดผิด มักแปลว่าตลาดคาดไว้ก่อนแล้ว

ทองคำเกี่ยวกับดอกเบี้ยยังไง

ทองคำไม่จ่ายดอกเบี้ย ไม่มีเงินปันผล การถือทองจึงมี ค่าเสียโอกาส คือผลตอบแทนที่เราจะได้ถ้าเอาเงินก้อนนั้นไปถือสินทรัพย์ที่ให้ดอกเบี้ยแทน

  • ดอกเบี้ยสูงขึ้น ค่าเสียโอกาสของการถือทองสูงขึ้น ทองมักถูกกดดัน
  • ดอกเบี้ยต่ำลง ค่าเสียโอกาสลดลง ทองมักได้แรงหนุน

สิ่งที่หลายคนดูประกอบคือ ดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rate) คือดอกเบี้ยหักด้วยเงินเฟ้อ ตัวอย่างสมมติ ดอกเบี้ย 4% เงินเฟ้อ 3% ดอกเบี้ยที่แท้จริงเท่ากับ 4 − 3 = 1% ถ้าดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแต่เงินเฟ้อขึ้นเป็น 5% ดอกเบี้ยที่แท้จริงจะเหลือ 4 − 5 = −1% การถือเงินสดจึงเสียมูลค่าจริง ซึ่งเป็นสภาพที่มักเป็นผลดีต่อทอง

อีกเรื่องคือทองคำในตลาดโลกตั้งราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐ ช่วงที่ดอลลาร์แข็งค่า ทองในสกุลอื่นจะแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลอื่น ทองจึงมักเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง

ความสัมพันธ์ทั้งหมดนี้เป็นแนวโน้ม ไม่ใช่กฎตายตัว ทองยังขยับตามปัจจัยอื่นด้วย เช่น ความกังวลในตลาดที่ทำให้คนหาสินทรัพย์ปลอดภัย และการซื้อขายของธนาคารกลางเอง บางช่วงทองกับดอกเบี้ยจึงขึ้นไปพร้อมกันได้

ใช้ความรู้นี้ยังไงตอนเทรด

ไม่จำเป็นต้องทายผลการประชุม แต่ควรรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร

  1. เปิดปฏิทินเศรษฐกิจทุกสัปดาห์ ดูวันประชุมดอกเบี้ยของสกุลที่เราเทรด และของสหรัฐถ้าเราเทรดทองคำ
  2. ดูค่าที่ตลาดคาด ปฏิทินส่วนใหญ่มีช่องตัวเลขคาดการณ์ จะได้รู้ว่าอะไรคือ “ตามคาด” และอะไรคือ “เซอร์ไพรส์”
  3. เตรียมรับ spread ที่กว้างขึ้น ช่วงข่าวสำคัญออก spread มักกว้างขึ้นและราคาอาจกระโดด Stop loss อาจถูกปิดที่ราคาแย่กว่าที่ตั้งไว้
  4. ตัดสินใจล่วงหน้า ว่าจะถือออเดอร์ผ่านข่าวหรือไม่ แล้วทำตามนั้น ไม่ตัดสินใจตอนราคากำลังกระชาก

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ดูดอกเบี้ยประเทศเดียว ลืมว่าคู่เงินเทียบสองฝั่งเสมอ
  • เชื่อว่าขึ้นดอกเบี้ย = ค่าเงินแข็งทันที ทั้งที่ตลาดอาจคาดไว้แล้ว
  • เปิดออเดอร์ใหญ่ก่อนข่าวเพื่อเดาทิศ ความเสี่ยงสูงกว่าวันปกติมาก เพราะราคาอาจกระชากทั้งสองทางก่อนเลือกทิศ
  • สรุปจากครั้งเดียว ว่าข่าวแบบนี้ทำให้ราคาไปทางนั้นทุกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย

ดอกเบี้ยขึ้น ค่าเงินต้องแข็งเสมอไหม

ไม่เสมอ ถ้าตลาดคาดไว้แล้ว ราคาอาจขยับไปก่อนหน้า หรือถ้าธนาคารกลางส่งสัญญาณว่าจะหยุดขึ้น ค่าเงินอาจอ่อนลงได้ทั้งที่ดอกเบี้ยเพิ่งขึ้น

ดอกเบี้ยเกี่ยวกับ swap ยังไง

swap คือดอกเบี้ยค้างคืนเมื่อถือออเดอร์ข้ามวัน คิดจากส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลบวกเงื่อนไขของโบรก จึงเป็นบวกหรือลบขึ้นกับฝั่งที่ถือและสเปคของแต่ละโบรก

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ข่าว
ข่าวและปัจจัยพื้นฐานกลาง

เงินเฟ้อ CPI กับทองและดอลลาร์: Core, MoM/YoY, Base effect และ Real yield

CPI และ Core CPI วัดอะไร ทำไม YoY ลดได้ทั้งที่ราคายังขึ้นเท่าเดิม PCE ต่างจาก CPI ยังไง และสายโซ่จากตัวเลขเงินเฟ้อไปถึง Real yield ดอลลาร์ และทอง

อ่าน 10 นาที
ข่าว
ข่าวและปัจจัยพื้นฐานเริ่มต้น

สูตรราคาทองไทย แปลงจากราคาทองโลกกับค่าเงินบาท ทำไมทองไทยขยับไม่เท่า XAUUSD

ทองแท่ง 96.5% 1 บาทมีเนื้อทอง 14.71 กรัม คำนวณราคาจาก spot กับ USDTHB ทีละขั้น ดูว่าทองโลก 1% กับบาท 1% มีผลเท่ากัน และทำไมบาทแข็งกินกำไรทอง

อ่าน 8 นาที
ข่าว
ข่าวและปัจจัยพื้นฐานกลาง

ดัชนีดอลลาร์ DXY คืออะไร ทำไมครึ่งหนึ่งของมันคือ EURUSD

DXY วัดดอลลาร์เทียบ 6 สกุลด้วยน้ำหนักตายตัวตั้งแต่ปี 1973 ยูโรกินไป 57.6% ดูสูตรจริง ตัวอย่างคำนวณ และวิธีใช้แยกว่าดอลลาร์ขยับทั้งกระดานหรือแค่คู่เดียว

อ่าน 9 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์