เรียนรู้ › ข่าวและปัจจัยพื้นฐาน

เงินเฟ้อ CPI กับทองและดอลลาร์: Core, MoM/YoY, Base effect และ Real yield

CPI และ Core CPI วัดอะไร ทำไม YoY ลดได้ทั้งที่ราคายังขึ้นเท่าเดิม PCE ต่างจาก CPI ยังไง และสายโซ่จากตัวเลขเงินเฟ้อไปถึง Real yield ดอลลาร์ และทอง

กลาง อ่าน 10 นาที 23 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • Core CPI ตัดอาหารและพลังงานออก เพื่อดูแนวโน้มที่นิ่งกว่า ส่วน Fed ตั้งเป้า 2% ด้วยดัชนี PCE ไม่ใช่ CPI
  • YoY ลดหรือเด้งได้ทั้งที่ MoM คงที่ เพราะเดือนในปีก่อนหลุดออกจากฐาน เรียกว่า Base effect
  • ตลาดขยับตามส่วนต่างจากที่คาด แล้วส่งต่อผ่านความคาดหวังดอกเบี้ยไปที่ Real yield ดอลลาร์ และทอง
  • Real yield = Yield ปกติ − Breakeven inflation ถ้า Breakeven ขึ้นมากกว่า Real yield อาจลดลงได้
  • ทองป้องกันเงินเฟ้อได้หลวมมากในช่วงเวลาสั้น ๆ อย่าใช้ประโยคนี้เป็นเหตุผลเปิดไม้

เงินเฟ้อ คือการที่ราคาสินค้าและบริการโดยรวมแพงขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเลขที่ตลาดทั่วโลกจับตามากที่สุดคือ CPI ของสหรัฐ เพราะมันเปลี่ยนสิ่งที่ตลาดคาดว่า Fed จะทำกับดอกเบี้ย แล้วส่งแรงต่อไปถึงดอลลาร์และทอง บทนี้อธิบายว่าตัวเลขแต่ละตัวในรายงานวัดอะไร ทำไม YoY หลอกตาได้ และสายโซ่จากเงินเฟ้อไปถึงราคาทองเดินยังไง

พื้นฐานเรื่องดอกเบี้ยกับต้นทุนการถือทองอยู่ใน ดอกเบี้ยขยับค่าเงินและทองยังไง ส่วนการอ่านช่อง Actual Forecast Previous อยู่ใน ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจอ่านยังไง บทนี้ไม่ทวนซ้ำ

CPI วัดอะไร

CPI (Consumer Price Index) คือดัชนีราคาผู้บริโภค สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ (BLS) เก็บราคาสินค้าและบริการในตะกร้าที่คนทั่วไปใช้จ่ายจริง ทั้งอาหาร พลังงาน ค่าที่อยู่อาศัย รถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าบริการต่าง ๆ แล้วถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วนที่ครัวเรือนใช้จ่าย ตัวที่ข่าวพูดถึงคือ CPI-U ซึ่งครอบคลุมผู้บริโภคในเขตเมือง ประกาศเดือนละครั้ง โดยเป็นตัวเลขของเดือนก่อนหน้า

เรื่องที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่รู้คือ ค่าที่อยู่อาศัย (Shelter) เป็นก้อนใหญ่ที่สุดในตะกร้า และส่วนใหญ่ของมันไม่ใช่ราคาบ้าน แต่เป็น Owners’ equivalent rent คือค่าเช่าที่ประมาณว่าเจ้าของบ้านจะต้องจ่ายถ้าเช่าบ้านตัวเอง คำนวณจากข้อมูลค่าเช่าที่ทยอยต่อสัญญา ตัวเลขนี้จึงตามค่าเช่าในตลาดช้าไปหลายเดือน บางช่วงค่าเช่าใหม่ชะลอแล้ว แต่ Shelter ใน CPI ยังขึ้นต่อ

Headline กับ Core ต่างกันยังไง

  • Headline CPI คือตะกร้าทั้งหมด เป็นตัวที่คนรู้สึกจริงในชีวิตประจำวัน
  • Core CPI ตัดอาหารและพลังงานออก เพราะสองหมวดนี้ขึ้นลงแรงตามราคาน้ำมัน สภาพอากาศ และเหตุการณ์ชั่วคราว Core จึงใช้ดูแนวโน้มที่ฝังอยู่ในเศรษฐกิจได้ดีกว่า

สองตัวนี้ชี้คนละทางได้ เช่น เดือนที่น้ำมันร่วงแรง Headline อาจออกมาต่ำ ขณะที่ Core ยังร้อน ธนาคารกลางมักให้น้ำหนักกับ Core มากกว่า เพราะดอกเบี้ยแก้ราคาน้ำมันเดือนเดียวไม่ได้ ตลาดจึงมักตอบสนองกับ Core แรงกว่า นักวิเคราะห์บางส่วนยังแยกดู Core services ไม่รวมที่อยู่อาศัย (บางคนเรียก supercore) เพราะผูกกับค่าแรงมากกว่า

MoM กับ YoY และ Base effect

รายงานบอกเงินเฟ้อสองแบบ

  • MoM (Month-on-month) ราคาเดือนนี้เทียบเดือนก่อน ตัวที่ตลาดดูเป็นแบบปรับฤดูกาลแล้ว (seasonally adjusted) บอกแรงของเดือนล่าสุด
  • YoY (Year-on-year) ราคาเดือนนี้เทียบเดือนเดียวกันปีก่อน คือการขึ้นสะสมของ 12 เดือนล่าสุด ตัว YoY ที่ประกาศเป็นแบบไม่ปรับฤดูกาล

เพราะ YoY คือการขึ้นสะสม 12 เดือน ทุกครั้งที่ขยับไปหนึ่งเดือน จะมีเดือนใหม่เข้ามา และเดือนเมื่อปีก่อนหลุดออกไป ถ้าเดือนที่หลุดออกเป็นเดือนผิดปกติ YoY จะกระโดดได้ทั้งที่ราคาเดือนล่าสุดไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย นี่คือ Base effect

ตัวอย่างคำนวณ (ตัวเลขสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลจริง) เริ่มดัชนีที่ 100 ปีที่ 1 ราคาขึ้นเดือนละ 0.2% ยกเว้นเดือน 3 ที่พลังงานพุ่ง +0.9% และเดือน 8 ที่พลังงานร่วง −0.5% ปีที่ 2 ราคาขึ้น 0.2% ทุกเดือนเท่ากันหมด

เดือนMoMดัชนีYoY
12+0.2%102.422102.422 ÷ 100 − 1 = 2.42%
14+0.2%102.832102.832 ÷ 100.400 − 1 = 2.42%
15+0.2%103.037103.037 ÷ 101.304 − 1 = 1.71%
19+0.2%103.864103.864 ÷ 102.117 − 1 = 1.71%
20+0.2%104.072104.072 ÷ 101.606 − 1 = 2.43%

เดือน 15 YoY ลดจาก 2.42% เหลือ 1.71% เพราะเดือน 3 ที่พุ่ง +0.9% หลุดออกจากฐาน พอเดือน 20 YoY เด้งกลับเป็น 2.43% เพราะเดือน 8 ที่ติดลบหลุดออก ตลอดปีที่ 2 MoM อยู่ที่ 0.2% ทุกเดือน ไม่มีอะไรเปลี่ยน คนที่อ่านแค่ YoY จะคิดว่าเงินเฟ้อลดลงแรงแล้วกลับมาร้อน ทั้งที่จริงแรงของราคานิ่งตลอด

MoM รายเดือน (%) +0.9 เดือนพุ่ง −0.5 เดือนติดลบ ปีที่ 2: MoM +0.2% ทุกเดือน YoY เทียบปีก่อน (%) 2.42 1.71 2.43 เดือน 3 หลุดจากฐาน YoY ลง เดือน 8 หลุด YoY ขึ้น 13812 13152024 ปีที่ 1 (เดือน 1–12)ปีที่ 2 (เดือน 13–24)
ตัวเลขสมมติที่คำนวณด้วยสูตรจริง ไม่ใช่ข้อมูลตลาด แท่งบนคือ MoM ของแต่ละเดือน เส้นล่างคือ YoY ซึ่งเริ่มคำนวณได้เมื่อครบ 12 เดือน ปีที่ 2 MoM เท่ากันทุกเดือน แต่ YoY ลดแล้วเด้ง เพราะเดือนผิดปกติของปีก่อนหลุดออกจากฐาน (2.42 กับ 2.43 ต่างกันจากการปัดเศษ)

อีกวิธีที่ช่วยอ่าน MoM คือแปลงเป็นอัตราต่อปี: (1 + MoM)¹² − 1 เช่น MoM 0.2% ทุกเดือน = 1.002¹² − 1 = 2.43% ต่อปี ใกล้เป้า 2% ส่วน 0.3% = 3.66% และ 0.4% = 4.91% ต่อปี ตัวเลขทศนิยมหนึ่งตำแหน่งที่ดูเล็ก จึงต่างกันมากในมุมของธนาคารกลาง

PCE ต่างจาก CPI ยังไง

Fed ไม่ได้ตั้งเป้าด้วย CPI แต่ตั้งเป้า เงินเฟ้อ 2% ต่อปีวัดด้วยดัชนีราคา PCE (Personal Consumption Expenditures) ซึ่งสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐ (BEA) เป็นคนทำ และมักออกช่วงปลายเดือน หลัง CPI ของเดือนเดียวกันราวสองสัปดาห์

CPIPCE
ผู้จัดทำBLSBEA
ขอบเขตสิ่งที่ครัวเรือนจ่ายเองรวมค่าใช้จ่ายที่คนอื่นจ่ายแทนครัวเรือน เช่น ประกันสุขภาพที่นายจ้างจ่าย
น้ำหนัก Shelterมากน้อยกว่า
สูตรปรับน้ำหนักช้าปรับน้ำหนักตามที่คนเปลี่ยนไปซื้อของถูกกว่าได้เร็วกว่า

ผลคือในอดีต CPI มักวิ่งสูงกว่า PCE อยู่บ้าง ดังนั้น CPI 2.5% ไม่ได้แปลว่าเงินเฟ้อเกินเป้า 2% ของ Fed ไปครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่ CPI ออกก่อน ตลาดจึงใช้มันเดาตัวเลข PCE ล่วงหน้า วันที่ PCE ออก ตลาดมักขยับน้อยกว่า เพราะหลายส่วนเดาได้จาก CPI และข้อมูลราคาผู้ผลิตแล้ว

ตลาดขยับตามส่วนต่าง ไม่ใช่ระดับ

ก่อน CPI ออก ราคาในตลาดสะท้อนตัวเลขคาด (Consensus) ไปแล้ว สิ่งที่ทำให้กราฟกระโดดคือส่วนที่ต่าง สมมติคาด Core MoM ไว้ 0.3% ออกมา 0.4% ส่วนต่าง +0.1 จุด อาจทำให้ตลาดปรับมุมมองดอกเบี้ยแรง ทั้งที่ระดับเงินเฟ้อยังเป็นตัวเลขที่เห็นมาหลายเดือน

รายละเอียดที่ควรรู้

  • การปัดเศษ ตัวเลขประกาศทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง 0.3% อาจมาจาก 0.25 ถึงเกือบ 0.35 ส่วนต่าง “0.1” บางครั้งจึงจริง ๆ แค่ 0.01 นักวิเคราะห์จำนวนมากจึงดูตัวเลขก่อนปัดด้วย
  • ตัวเลขย่อยขัดกันได้ Headline ร้อนแต่ Core เย็น หรือ Core ร้อนเพราะหมวดเดียวที่ผันผวน ราคามักสะบัดสองทางในนาทีแรกระหว่างที่ตลาดอ่านรายละเอียด
  • ทิศที่ตลาดกลัว ช่วงที่ตลาดกังวลเงินเฟ้อ ตัวเลขร้อนกว่าคาดมีผลแรงกว่าตัวเลขเย็นกว่าคาดในขนาดเท่ากันได้ และกลับกันในช่วงที่ตลาดกลัวเศรษฐกิจชะลอ

CPI ไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหน มันแค่บอกว่าตลาดต้องคิดเรื่องดอกเบี้ยใหม่แค่ไหน

สายโซ่: เงินเฟ้อ → ดอกเบี้ย → Real yield → ดอลลาร์และทอง

① CPI ต่างจากที่คาด ② คาดดอกเบี้ย Fed ใหม่ ③ Real yield เปลี่ยน ④ USD มักแข็งขึ้น ④ ทองมักถูกกดดัน สิ่งที่ตัดสายโซ่ได้ เช่น Core MoM 0.4 คาด 0.3 Yield 2 ปีมักขยับแรงสุด = Yield ปกติ − Breakeven ถือดอลลาร์ได้ดอกเบี้ยมากขึ้น ต้นทุนการถือทองสูงขึ้น · ตลาดคาดไว้แล้ว (priced in) · ความกลัว risk-off · ธนาคารกลางซื้อทอง · ตัวเลขย่อยขัดกันเอง ถ้า CPI ต่ำกว่าคาด ลูกศรทุกเส้นกลับทิศ · ทุกขั้นเป็นแนวโน้ม ไม่ใช่กฎ
แผนภาพแนวคิด ไม่ใช่ข้อมูลจริง ทิศในกล่องสีเหลืองคือกรณี CPI ร้อนกว่าคาด ลูกศรระหว่างดอลลาร์กับทองมาจากการที่ทองตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ทุกขั้นอ่อนหรือขาดได้ ตามปัจจัยในกรอบเส้นประ

ขั้น ①→② ตลาดไม่ได้กลัวเงินเฟ้อโดยตรง แต่กลัวว่า Fed จะคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้นหรือลดช้าลง ราคาที่สะท้อนเรื่องนี้เร็วที่สุดคือ Fed funds futures และ Yield พันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งผูกกับดอกเบี้ยนโยบายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ขั้น ②→③ Real yield คือผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อที่คาดไว้ ในตลาดสหรัฐวัดได้จากพันธบัตร TIPS (Treasury Inflation-Protected Securities) ที่เงินต้นปรับตาม CPI Yield ของ TIPS คือ Real yield โดยตรง ส่วน Breakeven inflation คือ Yield พันธบัตรปกติลบ Yield ของ TIPS อายุเดียวกัน ใช้แทนเงินเฟ้อที่ตลาดคาด แม้จะมีค่าความเสี่ยงและสภาพคล่องปนอยู่บ้าง

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) Yield 10 ปี 4.30% Breakeven 2.30% Real yield = 4.30 − 2.30 = 2.00%

  • CPI ร้อนกว่าคาด แล้วตลาดคิดว่า Fed จะตอบโต้: Yield ขึ้นเป็น 4.40% Breakeven ขึ้นเป็น 2.33% Real yield = 2.07% (+0.07) Real yield ขึ้น ทองมักถูกกดดัน
  • CPI ร้อนกว่าคาด แต่ตลาดคิดว่า Fed จะปล่อย: Yield ขึ้นเป็น 4.35% แต่ Breakeven ขึ้นเป็น 2.38% Real yield = 1.97% (−0.03) Yield ปกติขึ้น แต่ Real yield กลับลด

ตัวเลข CPI เดียวกัน จึงส่งผลกับทองได้สองทาง ขึ้นกับว่าตลาดเชื่อว่า Fed จะทำอะไร

ขั้น ③→④ ดอลลาร์มักแข็งเมื่อดอกเบี้ยสหรัฐที่คาดไว้สูงขึ้นเมื่อเทียบประเทศอื่น วิธีแยกว่าเป็นเรื่องของดอลลาร์ทั้งตลาดอยู่ใน Dollar Index (DXY) ทองไม่มีดอกเบี้ย Real yield ที่สูงขึ้นจึงทำให้การถือทองแพงขึ้นเมื่อเทียบกับการถือพันธบัตร

ทองป้องกันเงินเฟ้อได้จริงไหม

ประโยค “ทองคือที่หลบเงินเฟ้อ” ถูกในบางมุมและผิดในหลายมุม Claude Erb กับ Campbell Harvey ในงาน “The Golden Dilemma” (Financial Analysts Journal, 2013) ชี้ว่าทองอาจรักษาอำนาจซื้อได้ในกรอบเวลายาวมากระดับศตวรรษ แต่ในกรอบเวลาที่นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้จริง ราคาทองหลังหักเงินเฟ้อแกว่งแรงกว่าเงินเฟ้อมาก จึงเป็นเครื่องป้องกันเงินเฟ้อที่ไม่น่าเชื่อถือในระยะสั้นถึงกลาง

ตัวอย่างที่หลายคนจำได้คือปี 2022 เงินเฟ้อสหรัฐขึ้นสูงสุดในรอบราว 40 ปี แต่ทองช่วงกลางถึงปลายปีกลับลดลง เพราะ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรง Real yield พุ่งและดอลลาร์แข็ง ในทางกลับกัน ช่วงหลังจากนั้นมีหลายช่วงที่ทองขึ้นพร้อม Real yield ที่ยังสูง นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าแรงซื้อของธนาคารกลางเป็นปัจจัยหนึ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างทองกับ Real yield จึงไม่ใช่ค่าคงที่

สำหรับคนเทรดรายวันถึงรายสัปดาห์ สิ่งที่ขยับทองหลังตัวเลข CPI คือดอกเบี้ยที่ตลาดคาดและดอลลาร์ ไม่ใช่ตัวเงินเฟ้อเอง

วันประกาศ CPI ในเวลาไทย

CPI สหรัฐออก 08:30 น. เวลานิวยอร์ก มักราวกลางเดือน ตรงกับ 19:30 น. เวลาไทย ช่วงที่สหรัฐใช้เวลาฤดูร้อน และ 20:30 น. ช่วงที่เหลือของปี PCE ออกเวลาเดียวกันช่วงปลายเดือน

สิ่งที่ทำได้จริง

  1. ดูตารางล่วงหน้า จดวัน CPI และ PCE ของเดือน ใส่ในแผนเทรด รายละเอียดเรื่องเวลาอยู่ใน ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ
  2. เขียนตัวเลขคาดไว้ก่อน ทั้ง Headline และ Core ทั้ง MoM และ YoY จะได้รู้ทันทีว่าส่วนไหนเป็นเซอร์ไพรส์
  3. เช็ก Base effect ล่วงหน้า ดู MoM ของเดือนเดียวกันเมื่อปีก่อน ถ้าเป็นเดือนผิดปกติ YoY รอบนี้จะขยับแรงโดยที่ไม่ใช่ข่าวใหม่
  4. ตัดสินใจเรื่องไม้ที่ถืออยู่ก่อน 19:00 น. นาทีแรกหลังข่าว spread ถ่างและ Stop loss อาจได้ราคาแย่กว่าตั้ง กลไกอยู่ใน วินาทีแรกหลังข่าวแรง ถ้าเทรดทอง ขนาดไม้และมูลค่าต่อการขยับ 1 ดอลลาร์อยู่ใน คู่มือเทรดทองคำ XAUUSD

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • อ่าน YoY อย่างเดียว แล้วตีความ Base effect ว่าเป็นเงินเฟ้อที่เปลี่ยนจริง ดู MoM ควบคู่เสมอ
  • ดูแค่ว่าตัวเลขขึ้นหรือลง แทนที่จะเทียบกับตัวเลขคาด เงินเฟ้อลดลงแต่ลดน้อยกว่าคาด ตลาดอ่านว่าร้อนกว่าคาด
  • เอา CPI ไปเทียบเป้า 2% ตรง ๆ ทั้งที่ Fed ใช้ PCE ซึ่งมักต่ำกว่า CPI
  • คิดว่า Yield ขึ้น = ทองลงเสมอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Real yield ซึ่งลดได้แม้ Yield ปกติขึ้น
  • เปิดไม้ Buy ทองเพราะ “เงินเฟ้อสูง” ในระยะสั้น ความสัมพันธ์นี้หลวมมาก และอาจไปทางตรงข้ามได้ถ้า Fed ตอบโต้แรง
  • เดาตัวเลขแล้วเปิดไม้ก่อนข่าว ราคาสะบัดสองทางได้ในไม่กี่วินาที และต้นทุนจริงสูงกว่าวันปกติมาก

คำถามที่พบบ่อย

CPI ออกมาสูงกว่าคาด ทำไมทองบางครั้งขึ้น

เพราะทองไม่ได้ตอบสนองต่อเงินเฟ้อตรง ๆ แต่ตอบสนองต่อสิ่งที่ตลาดคิดว่า Fed จะทำ และต่อ Real yield ถ้าตลาดมองว่าเงินเฟ้อขึ้นแต่ Fed จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยตาม Breakeven อาจขึ้นมากกว่า Yield ปกติ ทำให้ Real yield ลด นอกจากนั้นยังมีความกลัวในตลาด แรงซื้อของธนาคารกลาง และตัวเลขย่อยที่ขัดกันเอง

ดู Headline หรือ Core, MoM หรือ YoY ดี

ดูทั้งหมด แต่เทรดเดอร์จำนวนมากให้น้ำหนักกับ Core MoM เทียบกับตัวเลขคาด เพราะ Core ตัดส่วนที่ผันผวนออก และ MoM บอกแรงของเดือนล่าสุดโดยไม่มี Base effect ปน ส่วน YoY ใช้ดูว่าเงินเฟ้อห่างเป้าหมายแค่ไหน

CPI สหรัฐออกกี่โมงเวลาไทย

CPI ออก 08:30 น. เวลานิวยอร์ก ตรงกับ 19:30 น. เวลาไทยช่วงที่สหรัฐใช้เวลาฤดูร้อน (อาทิตย์ที่สองของมีนาคมถึงอาทิตย์แรกของพฤศจิกายน) และ 20:30 น. ช่วงที่เหลือของปี

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ข่าว
ข่าวและปัจจัยพื้นฐานเริ่มต้น

สูตรราคาทองไทย แปลงจากราคาทองโลกกับค่าเงินบาท ทำไมทองไทยขยับไม่เท่า XAUUSD

ทองแท่ง 96.5% 1 บาทมีเนื้อทอง 14.71 กรัม คำนวณราคาจาก spot กับ USDTHB ทีละขั้น ดูว่าทองโลก 1% กับบาท 1% มีผลเท่ากัน และทำไมบาทแข็งกินกำไรทอง

อ่าน 8 นาที
ข่าว
ข่าวและปัจจัยพื้นฐานกลาง

ดัชนีดอลลาร์ DXY คืออะไร ทำไมครึ่งหนึ่งของมันคือ EURUSD

DXY วัดดอลลาร์เทียบ 6 สกุลด้วยน้ำหนักตายตัวตั้งแต่ปี 1973 ยูโรกินไป 57.6% ดูสูตรจริง ตัวอย่างคำนวณ และวิธีใช้แยกว่าดอลลาร์ขยับทั้งกระดานหรือแค่คู่เดียว

อ่าน 9 นาที
ข่าว
ข่าวและปัจจัยพื้นฐานกลาง

อัตราส่วนทองต่อเงิน (Gold/Silver Ratio) อ่านยังไง และ Spread ทอง-เงินทำงานแบบไหน

Gold/Silver Ratio คือราคาทองหารราคาเงิน บอกมูลค่าเทียบกันไม่ใช่ทิศราคา อธิบายวิธีอ่าน เหตุผลที่ค่าเฉลี่ยไม่ใช่แม่เหล็ก และคำนวณ Spread ซื้อเงินขายทองทีละขั้น

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์