เรียนรู้ › ข่าวและปัจจัยพื้นฐาน
วินาทีแรกหลังข่าวแรง spread ถ่าง slippage และทำไม Straddle โดนทั้งสองฝั่ง
เกิดอะไรขึ้นในไม่กี่วินาทีหลัง NFP CPI FOMC ทำไมสภาพคล่องหาย คำสั่ง Stop ได้ราคาแย่กว่าตั้ง ตัวอย่างคำนวณ Straddle ที่เสียทั้งสองขา และวิธีวัด slippage ของตัวเอง
- ก่อนข่าวแรงออก ผู้เสนอราคาถอนหรือหดคำสั่ง spread จึงถ่างและราคากระโดดข้ามหลายระดับ
- คำสั่งแบบ Stop และ Stop loss ทำงานในทิศที่ราคากำลังวิ่ง slippage จึงมักออกมาทางแย่
- ในตัวอย่างที่คำนวณ Straddle สองขาเสียรวม 64.5 pip ทั้งที่แผนบอกว่าเสียได้ขาละ 20 pip
- Backtest ที่ใช้ spread คงที่หรือแท่ง OHLC มองไม่เห็นต้นทุนนี้ ต้องวัด slippage จริงของตัวเอง
ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐระดับสูงอย่าง NFP (การจ้างงานนอกภาคเกษตร) CPI (เงินเฟ้อ) และผลประชุม FOMC (คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ) ทำให้กราฟวิ่งหลายสิบ pip ในไม่กี่วินาที คนส่วนใหญ่มองเห็นแท่งเทียนยาว ๆ แล้วคิดว่าเป็นโอกาส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในแท่งนั้น คือราคาที่หายไป spread ที่ถ่างหลายเท่า และคำสั่งที่ได้ราคาไม่ตรงกับที่ตั้ง บทนี้อธิบายกลไก คำนวณให้ดูว่าคำสั่งดักสองฝั่งเสียได้เท่าไร และสอนวิธีวัด slippage ของตัวเอง
วิธีอ่านปฏิทินข่าวและช่อง Actual Forecast Previous อยู่ใน ปฏิทินข่าวเศรษฐกิจอ่านยังไง บทนี้ไม่ทวนซ้ำ จะเน้นเฉพาะสิ่งที่เกิดกับคำสั่งของเรา
ข่าวสหรัฐออกกี่โมงเวลาไทย
| ข่าว | เวลานิวยอร์ก | ช่วงเวลาฤดูร้อนสหรัฐ | ช่วงเวลาปกติ |
|---|---|---|---|
| NFP, CPI | 08:30 | 19:30 น. | 20:30 น. |
| แถลงผล FOMC | 14:00 | 01:00 น. ของวันถัดไป | 02:00 น. ของวันถัดไป |
| แถลงข่าวประธาน Fed | 14:30 | 01:30 น. ของวันถัดไป | 02:30 น. ของวันถัดไป |
ช่วงเวลาฤดูร้อนของสหรัฐเริ่มอาทิตย์ที่สองของมีนาคม และจบอาทิตย์แรกของพฤศจิกายน นิวยอร์กช่วงนั้นช้ากว่า UTC 4 ชั่วโมง ช่วงที่เหลือช้ากว่า 5 ชั่วโมง ไทยเร็วกว่า UTC 7 ชั่วโมงตลอดปี เช่น 08:30 + 4 + 7 = 19:30 น. ปี 2026 สหรัฐกลับเป็นเวลาปกติวันที่ 1 พฤศจิกายน ข่าว 08:30 หลังจากนั้นจึงตรงกับ 20:30 น. ไทย
FOMC มีสองจังหวะ แถลงการณ์ออกก่อน แล้วอีกครึ่งชั่วโมงประธาน Fed เริ่มตอบคำถามนักข่าว ราคามักกระชากรอบสองตอนแถลงข่าว
กลไก: ทำไมราคาหายไปตอนข่าวออก
ราคาที่เราเห็นใน MT5 มาจาก ผู้ให้สภาพคล่อง (Liquidity provider หรือ LP) คือธนาคารและบริษัทที่ตั้งราคาซื้อขายให้ตลาด โครงสร้างนี้อธิบายไว้ใน โครงสร้างตลาด Forex และสภาพคล่อง ลองคิดจากฝั่ง LP
- ก่อนข่าว LP ไม่รู้ว่าตัวเลขจะออกมาเท่าไร ราคาที่ตั้งไว้อาจผิดทันทีในเสี้ยววินาทีหลังข่าวออก คนที่อ่านตัวเลขได้เร็วกว่าจะมาชนราคาเก่านั้นก่อน LP จึงถอนคำสั่ง หดขนาด หรือถ่าง spread ไว้กันตัว
- วินาทีที่ข่าวออก ระบบอัตโนมัติอ่านตัวเลขและส่งคำสั่งในเวลาเป็นมิลลิวินาที แต่ฝั่งรับคำสั่งเหลือน้อย ราคาจึงกระโดดข้ามหลายระดับ ไม่ได้เดินทีละจุด
- หลายวินาทีถึงหลายนาทีต่อมา ตลาดย่อยรายละเอียด เช่น NFP มีทั้งตัวเลขการจ้างงาน อัตราว่างงาน ค่าจ้าง และตัวเลขเดือนก่อนที่ถูกแก้ ส่วน CPI มีทั้งตัวเลขรวมและ Core ที่อาจไปคนละทาง สมุดคำสั่งยังบาง คำสั่งขนาดไม่ใหญ่ก็ผลักราคาได้ไกล ราคาจึงสะบัดไปมา (Whipsaw)
- เมื่อ LP กลับมา spread แคบลงทีละขั้น ราคาเดินต่อเนื่องขึ้น
งานวิจัยของ Andersen, Bollerslev, Diebold และ Vega (2003) ศึกษาค่าเงินรอบข่าวเศรษฐกิจสหรัฐ พบว่าราคาปรับตามส่วนที่ต่างจากที่ตลาดคาดอย่างรวดเร็วมาก ส่วนใหญ่ภายในไม่กี่นาทีแรก แปลว่าคนเทรดรายย่อยแทบไม่มีทางเข้าได้ก่อนราคาเก่า ที่เหลือให้เราคือช่วงที่ต้นทุนแพงที่สุด
เครื่องหมาย slippage ไม่สมมาตร
Slippage คือราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่สั่ง ตอนตลาดปกติมันออกได้ทั้งดีและแย่พอ ๆ กัน แต่ตอนข่าว คำสั่งบางแบบถูกออกแบบให้ได้ราคาแย่โดยธรรมชาติ
- Buy Stop ใน MT5 ทำงานเมื่อราคา Ask ขึ้นถึงระดับที่ตั้ง Sell Stop ทำงานเมื่อ Bid ลงถึงระดับที่ตั้ง แล้วกลายเป็นคำสั่งซื้อขายที่ราคาถัดไปที่มีอยู่ ถ้าราคากระโดดข้ามระดับไป ราคาถัดไปจะอยู่ไกลออกไปในทิศเดียวกับที่ราคาวิ่ง แย่กว่าที่ตั้งเสมอ
- Stop loss ก็ทำงานแบบเดียวกัน Stop loss ของไม้ Buy ดู Bid ของไม้ Sell ดู Ask ตอนราคาวิ่งสวนแรง ๆ มันจึงปิดเลยระดับที่ตั้งไป
- Limit order (Buy Limit, Sell Limit) ได้ราคาที่ตั้งหรือดีกว่าเท่านั้น จึงไม่โดน slippage ทางแย่ แต่อาจไม่ได้ไม้เลย
รายละเอียดคำสั่งแต่ละแบบอยู่ใน ประเภทคำสั่งเทรด ประเด็นสำคัญของบทนี้คือ คนที่วางคำสั่ง Stop ดักข่าว คือคนที่ขอซื้อตอนราคาพุ่งขึ้นและขอขายตอนราคาดิ่งลง ซึ่งเป็นจังหวะที่ฝั่งตรงข้ามหายไปพอดี
อีกเรื่องที่ควรรู้คือ บางระบบส่งต่อเฉพาะ slippage ทางแย่ แต่เก็บส่วนที่ดีไว้เอง วิธีเช็คคือวัดจากไม้ของตัวเองตามหัวข้อท้ายบท ถ้าไม้ช่วงปกติมี slippage ทางดีแทบไม่มีเลย นั่นคือสัญญาณที่ควรถามโบรก
ตัวอย่างคำนวณ: Straddle ที่เสียทั้งสองขา
Straddle คือวาง Buy Stop เหนือราคาและ Sell Stop ใต้ราคาก่อนข่าว หวังว่าราคาวิ่งไปทางไหนก็ได้ไม้ทางนั้น ลองคำนวณด้วยเส้นทางราคาสมมติ EURUSD ขนาด 0.10 lot (1 pip = 1 ดอลลาร์)
- ราคากลางก่อนข่าว 1.08500 spread ปกติ 0.6 pip
- Buy Stop 1.08650, Stop loss 1.08450, Take profit 1.08850
- Sell Stop 1.08350, Stop loss 1.08550, Take profit 1.08150
- แผนในใจ ขาที่ได้ไม้วิ่งไป Take profit 40 pip ส่วนขาที่เหลือยกเลิกทิ้ง ถ้าผิดทางเสียขาละ 20 pip
เส้นทางราคาที่สมมติ ราคากลางลงไปต่ำสุด 1.08260 แล้วพุ่งขึ้นไปสูงสุด 1.08780 แล้วย่อกลับมาแถว 1.08480 ภายในหนึ่งนาที spread ถ่างสูงสุด 9 pip แล้วค่อย ๆ แคบลง เราจับคู่คำสั่งตามกติกา MT5 คือคำสั่งทำงานที่ tick แรกที่ Bid หรือ Ask ข้ามระดับ และได้ราคาของ tick นั้น
ผลทีละขั้น (pip ที่เป็นบวกในวงเล็บคือ slippage ทางแย่)
- 0.4 วินาทีหลังข่าว ราคากลางกระโดดจาก 1.08502 ลงมา 1.08310 spread 9 pip Bid = 1.08310 − 0.00045 = 1.08265 ต่ำกว่า Sell Stop แล้ว ได้ไม้ Sell ที่ 1.08265 แย่กว่าตั้ง 1.08350 − 1.08265 = 8.5 pip
- 1.9 วินาที ราคาเด้งกลับ Ask = 1.08560 + 0.00030 = 1.08590 เลย Stop loss 1.08550 ปิดไม้ Sell ที่ 1.08590 แย่กว่า SL 4 pip ไม้ Sell เสีย 1.08590 − 1.08265 = 32.5 pip
- 2.3 วินาที ราคาพุ่งต่อ Ask = 1.08700 + 0.00030 = 1.08730 เลย Buy Stop ได้ไม้ Buy ที่ 1.08730 แย่กว่าตั้ง 8 pip
- ราคาขึ้นไปสูงสุด Bid 1.08755 ไม่ถึง Take profit 1.08850 แล้วย่อลง 10 วินาที Bid = 1.08420 − 0.00010 = 1.08410 เลย Stop loss 1.08450 ปิดที่ 1.08410 แย่กว่า SL 4 pip ไม้ Buy เสีย 1.08730 − 1.08410 = 32 pip
รวมสองขาเสีย 32.5 + 32 = 64.5 pip = 64.50 ดอลลาร์ ราคากลางวิ่งกว้าง 1.08780 − 1.08260 = 52 pip มากกว่าระยะระหว่าง Buy Stop กับ Sell Stop (30 pip) ด้วยซ้ำ แต่ไม่มีขาไหนถึง Take profit เลย และหนึ่งนาทีต่อมาราคากลางอยู่ที่ 1.08480 ห่างจากก่อนข่าวแค่ 2 pip
ต้นทุนเทียบกับ “การวิ่ง” ที่เห็นบนกราฟ
แท่ง 1 นาทีของช่วงนี้จะดูเหมือนราคาวิ่ง 52 pip คนที่ดูกราฟย้อนหลังเห็นแท่งยาว แล้วคิดว่าดักสองฝั่งต้องได้ แต่ตัวเลขที่สำคัญคือ
- spread สูงสุด 9 pip คิดเป็น 9 ÷ 30 = 30% ของระยะระหว่างคำสั่งสองฝั่ง แค่ spread อย่างเดียวก็กินพื้นที่ไปเกือบหนึ่งในสามโดยราคากลางยังไม่ต้องขยับ
- slippage รวมสี่ครั้ง 8.5 + 4 + 8 + 4 = 24.5 pip เกินระยะ Stop loss ไปแล้ว
- ถ้าเครื่องทดสอบให้ได้ราคาตามที่ตั้งเป๊ะ สองขาจะเสียขาละ 20 รวม 40 pip ของจริงในตัวอย่างนี้เสีย 64.5 แย่กว่า (64.5 − 40) ÷ 40 = 61%
การวิ่งยาวไม่ได้แปลว่าเก็บได้ ถ้าส่วนใหญ่ของการวิ่งเกิดเป็นการกระโดดข้ามราคาที่ไม่มีใครเสนอ กำไรที่เห็นบนกราฟไม่เคยมีอยู่จริงให้ใครได้ ตอนวางแผนจึงควรคิดต้นทุนเป็นเงินต่อไม้แบบใน ต้นทุน spread ต่อไม้ และใช้ตัวเลขช่วงข่าว ไม่ใช่ตัวเลขช่วงปกติ
แท่งเทียนยาวหลังข่าวบอกว่าราคาไปถึงไหน ไม่ได้บอกว่ามีคนได้ราคานั้นจริงเท่าไร
ทำไม Backtest ใน MT5 ซ่อนต้นทุนนี้
- spread คงที่ ถ้าตั้ง spread เป็นตัวเลขเดียวตลอดการทดสอบ ช่วงข่าวจะได้ spread เท่าช่วงเงียบ
- 1 minute OHLC ใช้ 4 ราคาต่อนาที และใช้ spread ที่บันทึกไว้ในแท่งซึ่งเป็นค่าต่ำสุดของนาทีนั้น ช่วงที่ spread พุ่งไม่กี่วินาทีจึงหายไปหมด
- Every tick สร้างราคาระหว่างทางขึ้นเองจากแท่ง 1 นาที ลำดับการสะบัดขึ้นลงในนาทีข่าวจึงไม่ใช่ของจริง ซึ่งเป็นตัวตัดสินว่า Straddle ขาไหนโดนก่อน
- แม้แต่ tick จริง ก็เห็นแค่ราคาที่ถูกบันทึกไว้ ไม่เห็นว่าคำสั่งของเราใช้เวลาเดินทางนานแค่ไหน และไม่เห็นว่าราคาตรงนั้นรับขนาดไม้ได้แค่ไหน
รายละเอียดแต่ละโหมดอยู่ใน คุณภาพข้อมูล tick ใน MT5 Backtest และสาเหตุอื่นที่ผลจริงต่างจาก Backtest อยู่ใน ทำไมผลรันจริงไม่เหมือน Backtest
ข้อมูลจริงของเราแสดงให้เห็นว่าค่าเฉลี่ยซ่อนหางได้แค่ไหน เราวัด spread ทองคำ (XAUUSD) จาก tick จริง 61.3 ล้าน tick ช่วงมกราคมถึงสิงหาคม 2026 บนบัญชีประเภทเดียวที่ใช้ทดสอบ ได้ค่าเฉลี่ย 0.272 ดอลลาร์ ค่าที่ 95% ของ tick ไม่เกิน (p95) 0.40 ดอลลาร์ และค่าสูงสุด 2.00 ดอลลาร์ ค่าสูงสุดกว้างกว่าค่าเฉลี่ย 2.00 ÷ 0.272 ≈ 7.4 เท่า ที่ 0.10 lot (10 ออนซ์) คือต้นทุนเข้าออกหนึ่งรอบ 2.72 ดอลลาร์ตอนปกติ เทียบกับ 20 ดอลลาร์ตอนที่ spread กว้างสุด การวัดนี้รวมทุกชั่วโมง เราไม่ได้แยกเฉพาะนาทีข่าว จึงบอกไม่ได้ว่าค่าสูงสุดเกิดตอนข่าวทุกครั้ง แต่บอกได้ว่า spread เฉลี่ยรายชั่วโมงหรือรายปีมองไม่เห็นช่วงสั้น ๆ แบบนี้ ผลนี้มาจากโบรกเดียว ช่วงเวลาเดียว และข้อมูลในอดีตไม่ได้บอกว่าอนาคตจะเป็นแบบเดียวกัน
วัด slippage ของตัวเอง
ตัวเลขในบทความเป็นตัวอย่าง ตัวเลขที่ใช้ตัดสินใจได้จริงคือของบัญชีเราเอง วิธีวัด
- คำสั่งค้างและ Stop loss ใน MT5 แท็บ History เลือกแสดง Orders และ Deals ระดับราคาที่ตั้งไว้อยู่ในรายการ Order ราคาที่ได้จริงอยู่ในรายการ Deal ส่วนไม้ที่ปิดด้วย Stop loss ให้เทียบราคาปิดกับระดับ SL ที่ตั้งไว้
- Market order MT5 ไม่ได้บันทึกราคาที่เราเห็นตอนกด ถ้าเทรดมือให้จดราคาบนจอก่อนกด ถ้าใช้ EA ให้บันทึกราคาที่ส่งไปในคำสั่ง (
MqlTradeRequest.price) เทียบกับราคาที่ได้ (MqlTradeResult.price) พร้อม Bid Ask ตอนส่ง - คิดเป็น pip พร้อมเครื่องหมาย ตั้งกติกาเดียวทั้งสมุด เช่น บวก = แย่กว่าที่สั่ง ลบ = ดีกว่า
- แยกกลุ่ม ไม้ช่วงข่าว (เช่น 5 นาทีก่อนถึง 15 นาทีหลังข่าวระดับสูง) กับไม้ช่วงปกติ แล้วดูค่าเฉลี่ย ค่าที่แย่สุด และสัดส่วนทางดีกับทางแย่
ตัวอย่างสมุดสมมติ 15 ไม้ EURUSD 0.10 lot
| กลุ่ม | slippage แต่ละไม้ (pip, บวก = แย่) | เฉลี่ย | แย่สุด | ทางแย่ / ทางดี / ตรง |
|---|---|---|---|---|
| ช่วงปกติ 10 ไม้ | 0, 0.1, −0.1, 0, 0.2, 0, −0.1, 0.1, 0, 0.1 | 0.03 | 0.2 | 4 / 2 / 4 |
| ช่วงข่าว 5 ไม้ | 1.5, 3.2, 0.8, 6.0, 2.4 | 2.78 | 6.0 | 5 / 0 / 0 |
อ่านได้ว่า ช่วงปกติต้นทุนแทบเป็นศูนย์และออกทั้งสองทาง ช่วงข่าวเสียเฉลี่ย 2.78 pip หรือ 2.78 ดอลลาร์ต่อไม้ และไม่มีไม้ไหนได้ทางดีเลย ถ้ากำไรเฉลี่ยต่อไม้ของระบบน้อยกว่าตัวเลขนี้ การเทรดช่วงข่าวกำลังทำให้ระบบขาดทุน จดแบบนี้ไว้ใน สมุดบันทึกการเทรด ทุกไม้ ยิ่งจำนวนไม้มาก ตัวเลขยิ่งเชื่อได้
กติกาที่ใช้ได้จริง
- ไม่มีไม้ค้างก่อนข่าว ถ้าระบบไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเทรดข่าว ให้ปิดไม้หรือยกเลิกคำสั่งค้างก่อนเวลาข่าว คำสั่งค้างอยู่บนเซิร์ฟเวอร์โบรก ปิด MT5 ไปแล้วมันก็ยังทำงาน
- รอหลังข่าว ตั้งกติกาว่าจะไม่เปิดไม้ใหม่จนกว่าผ่านไปกี่นาที และ spread กลับมาไม่เกินกี่เท่าของปกติ ตัวเลขควรมาจากการจดของตัวเอง สำหรับ FOMC อย่าลืมว่ายังมีแถลงข่าวตามมาอีกครึ่งชั่วโมง
- ลดขนาดไม้ถ้าต้องถือผ่านข่าว ในตัวอย่าง ขาดทุนจริงราว 1.6 เท่าของแผน ถ้าอยากให้ขาดทุนจริงไม่เกิน 1% ของทุนแม้เจอแบบนั้น ให้ใช้ขนาดไม้ 1 ÷ 1.6 = 62.5% ของขนาดที่คำนวณจาก Stop loss ปกติ คำนวณขนาดไม้ได้ที่ เครื่องคำนวณ lot ตาม ขนาดไม้จาก Stop loss
- ใช้ Limit แทน Stop เมื่อเข้ากับแผน ถ้าแผนคือรอราคาย่อมาที่ระดับหนึ่ง Limit order ไม่โดน slippage ทางแย่ตอนเข้า ถ้าต้องใช้คำสั่งแบบทะลุ MT5 มี Buy Stop Limit และ Sell Stop Limit ที่จำกัดราคาแย่สุดได้ แลกกับโอกาสไม่ได้ไม้
- EA ต้องมีตัวกรอง ตั้งเพดาน spread ที่ยอมเข้าไม้ และตัวกรองเวลาข่าว แล้วทดสอบว่ามันหยุดจริงทั้งการเปิดไม้ใหม่และคำสั่งค้าง
- อ่านเงื่อนไขโบรกช่วงข่าว บางโบรกลด leverage สำหรับไม้ใหม่รอบข่าวแรง ซึ่งทำให้ margin ที่ต้องใช้เพิ่มขึ้น ดูได้ในเงื่อนไขการเทรดและสเปกสัญญาของแต่ละโบรก
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ดูแท่งข่าวย้อนหลังแล้วนับระยะ High ถึง Low เป็นกำไรที่ “น่าจะได้” โดยไม่หัก spread และ slippage ช่วงนั้น
- วาง Straddle แล้วคิดว่าเสียได้แค่ขาเดียว ทั้งที่ Whipsaw ทำให้โดนทั้งสองขา และแต่ละขาเสียเกินระยะ Stop loss
- เชื่อ Backtest ที่ใช้ spread คงที่หรือโหมด OHLC กับระบบที่เทรดผ่านข่าว
- วัด slippage จากค่าเฉลี่ยรวมทุกไม้ ช่วงข่าวไม่กี่ไม้จึงถูกไม้ช่วงปกติจำนวนมากกลบหาย
- ลืมว่าสหรัฐเปลี่ยนเวลา หรือลืมแถลงข่าวหลังแถลงการณ์ FOMC จึงมีไม้เปิดอยู่ตอนราคากระชากรอบสอง
- คิดว่า Stop loss รับประกันราคา ตอนข่าวมันบอกได้แค่ว่าเริ่มปิดเมื่อไร ไม่ได้บอกว่าปิดที่ราคาไหน
คำถามที่พบบ่อย
วาง Buy Stop กับ Sell Stop ดักข่าวไว้สองฝั่ง ทำไมเสียทั้งคู่ได้
เพราะข่าวแรงมักทำให้ราคาสะบัดสองทางในไม่กี่วินาที ขาแรกถูกเปิดที่ราคาแย่กว่าตั้ง แล้วโดน Stop loss ตอนราคากลับ จากนั้นขาที่สองถูกเปิดตอนราคาพุ่งไปอีกทาง แล้วโดน Stop loss อีกเมื่อราคาย่อ spread ที่ถ่างทำให้ทั้งการเปิดและการปิดได้ราคาแย่ลงอีกชั้น
ข่าวออกแล้วควรรอกี่นาทีถึงจะเทรดได้
ไม่มีตัวเลขตายตัว วิธีที่ดีกว่าคือวัดจากบัญชีของตัวเอง จด spread ทุกนาทีหลังข่าวสักหลายครั้ง แล้วตั้งกติกาว่าจะเข้าได้เมื่อ spread กลับมาใกล้ปกติ และผ่านไปอย่างน้อยกี่นาทีตามที่วัดได้
ใช้ Limit order แทน Stop order แล้วไม่โดน slippage จริงไหม
Limit order ได้ราคาที่ตั้งหรือดีกว่า จึงไม่โดน slippage ทางแย่ แต่แลกกับโอกาสไม่ได้ไม้ และมักได้ไม้ตอนราคาวิ่งทะลุผ่านเราไป Stop loss ของไม้นั้นยังเป็นคำสั่งแบบ Stop ที่โดน slippage ได้เหมือนเดิม
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด