เรียนรู้ › พื้นฐาน Forex

spread คืออะไร ต้นทุนเล็ก ๆ ที่กินกำไรต่อไม้มากกว่าที่คิด

spread คือส่วนต่างราคาซื้อกับราคาขาย จ่ายทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ดูวิธีคิดเป็นเงิน และทำไมระบบที่เทรดถี่หรือ Stop loss แคบถึงโดนหนักที่สุด

เริ่มต้น อ่าน 5 นาที 9 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask จ่ายทันทีที่เปิดออเดอร์
  • คิดต้นทุนเป็นเงินต่อไม้ แล้วเทียบกับกำไรเฉลี่ยต่อไม้ ไม่ใช่กำไรรวม
  • Stop loss ยิ่งแคบ spread ยิ่งกินสัดส่วนของความเสี่ยงมาก
  • spread ไม่คงที่ กว้างขึ้นช่วงตลาดบาง ช่วงเปลี่ยนวัน และช่วงข่าว

spread คือส่วนต่างระหว่างราคาที่เราซื้อได้กับราคาที่เราขายได้ เป็นต้นทุนที่จ่ายทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ ไม่ว่าไม้นั้นจะกำไรหรือขาดทุน ตัวเลขต่อไม้ดูเล็ก แต่ถ้าเทรดถี่หรือวาง Stop loss แคบ มันอาจกินกำไรไปเกือบหมด

spread เกิดจากอะไร

ทุกช่วงเวลา ราคาในแพลตฟอร์มมีสองตัว

  • Bid ราคาที่เราขายได้
  • Ask ราคาที่เราซื้อได้ สูงกว่า Bid เสมอ

ส่วนต่างของสองตัวนี้คือ spread เปิด Buy เราซื้อที่ Ask แต่ตอนปิดเราขายที่ Bid ถ้าเปิดแล้วปิดทันที เราจะเสียเท่ากับ spread พอดี ทุกออเดอร์จึงเริ่มต้นด้วยตัวเลขติดลบเล็กน้อยเสมอ ราคาต้องวิ่งไปทางเราเกินระยะ spread ก่อน ถึงจะเริ่มมีกำไร

คิดเป็นเงินยังไง

สูตรคือ ต้นทุน = spread (หน่วยราคา) × ขนาดสัญญาต่อ lot × จำนวน lot

ทองคำ XAUUSD โบรกส่วนใหญ่กำหนด 1 lot = 100 ออนซ์ (ควรเช็คสเปคสัญญาของโบรกที่ใช้) เปิด 0.01 lot จึงเท่ากับ 1 ออนซ์

spread ทองคำเฉลี่ยที่เราวัดจาก tick จริงช่วง ม.ค.–ส.ค. 2026 บนบัญชีที่ใช้ทดสอบย้อนหลัง อยู่ราว 0.272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เปิด 0.01 lot จึงเสียราว 0.272 ดอลลาร์ต่อไม้ (จ่ายครั้งเดียวต่อการเปิดและปิดหนึ่งรอบ) ใช้ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง

ขนาด lotขนาดเป็นออนซ์ต้นทุน spread ต่อไม้
0.0110.272 × 1 = 0.272 USD
0.0550.272 × 5 = 1.36 USD
0.10100.272 × 10 = 2.72 USD
1.001000.272 × 100 = 27.20 USD

ถ้านับแบบ 1 pip ของทองคำ = 0.10 ดอลลาร์ spread 0.272 ดอลลาร์ก็เท่ากับประมาณ 2.7 pip

ฝั่งคู่เงิน สมมติ EURUSD มี spread 1 pip และเปิด 0.10 lot ซึ่งมีค่าประมาณ 1 USD ต่อ pip ต้นทุนต่อไม้ก็ประมาณ 1 USD

เทียบกับกำไรต่อไม้ ไม่ใช่กำไรรวม

คำถามที่สำคัญกว่า “spread แพงไหม” คือ “ระบบของเราได้กำไรเฉลี่ยต่อไม้ ก่อนหักต้นทุน มากกว่าต้นทุนต่อไม้กี่เท่า”

ตัวอย่างจากการทดสอบย้อนหลังของเรา เป็นกติกาเล่นย่อบนทองคำแบบหนึ่ง เทรดถี่มาก

  1. 5 ปี เปิดไป 17,772 ไม้ ผลสุทธิ −2,626 USD
  2. เฉลี่ยต่อไม้ = −2,626 ÷ 17,772 = −0.148 USD
  3. บวก spread คืน = −0.148 + 0.272 = +0.124 USD ต่อไม้ ก่อนหัก spread
  4. spread รวมทั้งหมด ≈ 17,772 × 0.272 ≈ 4,834 USD

แปลว่ากติกานี้มีกำไรเล็ก ๆ ก่อนหักต้นทุน แต่ spread ต่อไม้ใหญ่กว่ากำไรนั้นราว 2.2 เท่า (0.272 ÷ 0.124) ผลสุทธิจึงติดลบ

อีกระบบหนึ่งที่เราทดสอบด้วย tick จริงปี 2026 (198 ไม้ ขนาด 0.01 lot) ได้เฉลี่ย +1.66 USD ต่อไม้หลังหักต้นทุนแล้ว คิดเป็น 1.66 ÷ 0.272 ≈ 6.1 เท่าของ spread ระบบแบบนี้ spread แทบไม่เปลี่ยนภาพรวม

ทั้งสองตัวอย่างเป็นผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต ยกมาเพื่อให้เห็นวิธีคิดเท่านั้น

ระบบที่เทรดถี่แต่ได้ต่อไม้น้อย ไวต่อต้นทุนที่สุด spread ขยับนิดเดียว ผลรวมอาจพลิกจากบวกเป็นลบ

Stop loss แคบ spread ยิ่งหนัก

spread เป็นระยะคงที่ แต่ Stop loss (จุดตัดขาดทุน) ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ถ้าคิดเป็นสัดส่วนของระยะ Stop loss จะเห็นว่า SL ยิ่งแคบ spread ยิ่งกินมาก

ระยะ Stop loss (ทองคำ)spread 0.272 คิดเป็น
1 ดอลลาร์0.272 ÷ 1 = 27.2%
2 ดอลลาร์0.272 ÷ 2 = 13.6%
5 ดอลลาร์0.272 ÷ 5 ≈ 5.4%
10 ดอลลาร์0.272 ÷ 10 ≈ 2.7%

เรื่องนี้เกิดกับระบบเดียวกันได้ด้วย ถ้าระบบวาง SL ตามขนาดกรอบราคา ในการทดสอบทองคำปี 2026 ของเรา กรอบขนาดกลางทำให้ SL ราว 3.68 ดอลลาร์ spread คิดเป็น 0.272 ÷ 3.68 ≈ 7.4% ของ SL

ทีนี้ลองสมมติปีที่ราคาวิ่งแคบลง จน SL ตามกติกาเดิมเหลือราว 1.44 ดอลลาร์ (ตัวเลขประมาณ ไม่ได้วัดจริง) spread จะกลายเป็น 0.272 ÷ 1.44 ≈ 18.9% ของ SL กติกาเดียวกัน แต่ต้นทุนหนักขึ้นราว 2.5 เท่า ระบบอาจดูเหมือนพังในปีแบบนั้น ทั้งที่ตัวที่กินกำไรคือต้นทุน

spread ไม่คงที่

ตัวเลข spread ที่เห็นตอนตลาดเงียบ ไม่ใช่ตัวเลขเดียวที่เราจ่าย ช่วงที่ spread มักกว้างขึ้นคือ

  • ช่วงเปิดตลาดหลังวันหยุด
  • ช่วงเปลี่ยนวันของเซิร์ฟเวอร์โบรก ซึ่งสภาพคล่องบาง
  • ช่วงข่าวสำคัญออก

ในการทดสอบย้อนหลังด้วยข้อมูล tick จริงปี 2026 ของเรา เข้าออเดอร์ทองคำวันละไม้ด้วย SL 5 ดอลลาร์ เวลา 07:00 น. ไทย (ตรงกับช่วงเปลี่ยนวันของเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ทดสอบ) ได้ผลแย่กว่าเวลา 06:30 น. ทั้งฝั่งที่ Buy ทุกวัน และฝั่งที่ Sell ทุกวัน สิ่งที่เราสันนิษฐานคือ spread ที่กว้างขึ้นทันทีหลังเปลี่ยนวัน ไปแตะ Stop loss ที่วางไว้แคบ เวลาเปลี่ยนวันขึ้นกับโบรกแต่ละเจ้า ให้ดูจากเวลาเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ดูแค่ spread ลืมค่าอื่น ต้นทุนจริงมีค่าคอมมิชชัน และ swap (ดอกเบี้ยค้างคืนเมื่อถือข้ามวัน) ด้วย
  • เทียบ spread ตอนตลาดเงียบ แล้วคิดว่าจ่ายเท่านั้นทุกไม้
  • วาง Stop loss แคบมากโดยไม่คิด spread ไม้ที่ราคาแทบไม่ได้วิ่งสวน ก็โดนตัดได้
  • ดูกำไรรวม ไม่ดูกำไรต่อไม้ จำนวนไม้ที่เยอะทำให้ตัวเลขรวมดูดี จนมองไม่เห็นว่าต้นทุนกินไปเท่าไร

ก่อนใช้ระบบใด ให้หารกำไรสุทธิด้วยจำนวนไม้ แล้วถามว่าถ้าต้นทุนแพงขึ้นอีกนิด ตัวเลขนี้ยังเป็นบวกอยู่ไหม

ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

spread ที่เห็นใน MT5 เป็นหน่วยอะไร

MT5 แสดงเป็น point คือหลักทศนิยมตัวท้ายสุดของราคา ต้องแปลงเป็นราคาก่อน เช่น ทองคำที่ราคามีทศนิยม 3 ตำแหน่ง spread 272 point เท่ากับ 0.272 ดอลลาร์

บัญชี spread ต่ำแต่มีค่าคอมมิชชัน คุ้มกว่าไหม

ไม่มีคำตอบเดียว ให้รวม spread กับค่าคอมมิชชันเป็นต้นทุนต่อไม้ของขนาด lot ที่ใช้จริง แล้วเทียบกันตัวเลขต่อตัวเลข

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

พื้นฐาน
พื้นฐาน Forexกลาง

ทองคำ CFD ฟิวเจอร์ส ETF หรือทองแท่ง ต่างกันยังไง ถือนานแค่ไหนต้นทุนถึงต่างกัน

เทียบ 4 วิธีถือทอง CFD ที่โบรก ฟิวเจอร์ส ETF และทองแท่งร้านทอง ทั้ง Leverage คู่สัญญา และต้นทุนเมื่อถือ 1 สัปดาห์เทียบ 1 ปี พร้อมตัวอย่างคำนวณทีละขั้น

อ่าน 11 นาที
พื้นฐาน
พื้นฐาน Forexเริ่มต้น

Swap คืออะไร ดอกเบี้ยค้างคืนคิดยังไง และทำไมวันพุธโดนสามเท่า

swap มาจากส่วนต่างดอกเบี้ยบวกส่วนของโบรก อ่านค่าเป็นจุดใน MT5 แล้วแปลงเป็นเงินกับ EURUSD และทองคำ วันคิดสามเท่า บัญชี swap-free และผลต่อระบบที่ถือนาน

อ่าน 10 นาที
พื้นฐาน
พื้นฐาน Forexเริ่มต้น

ตลาด Forex เปิดกี่โมง ช่วงเวลา Sydney Tokyo London New York ตามเวลาไทย

ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมง แต่ไม่ได้คึกเท่ากันทุกชั่วโมง ดูเวลาแต่ละตลาดตามเวลาไทย ช่วงที่ทับกัน การเลื่อนเวลาฤดูร้อน และช่วงเปลี่ยนวันที่ spread กว้าง

อ่าน 5 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์