คำนวณ lot จากระยะ Stop loss ให้ทุกไม้เสี่ยงเท่ากัน
วิธีคิดขนาด lot จากเงินที่ยอมเสียและระยะ Stop loss สูตรเดียวใช้ได้ทั้งคู่เงินและทองคำ พร้อมตัวอย่างทีละขั้น และกรณีที่ lot ต่ำสุดใหญ่เกินไป
- ขนาด lot ควรคำนวณจากเงินที่ยอมเสียและระยะ Stop loss ไม่ใช่ใช้ค่าเดิมทุกไม้
- สูตรคือ lot = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ Stop loss เป็น pip × ค่าต่อ pip ของ 1 lot)
- Stop loss กว้างขึ้น lot ต้องเล็กลง เงินที่เสียต่อไม้จึงเท่าเดิม
- ถ้าคำนวณแล้วได้ต่ำกว่า lot ต่ำสุด ให้ข้ามไม้นั้นหรือหาจุดเข้าที่ Stop loss แคบกว่า
ขนาด lot ที่ดีไม่ใช่ตัวเลขที่เปิดเหมือนกันทุกไม้ แต่เป็นผลลัพธ์จากการคำนวณ เราตั้งเงินที่ยอมเสียต่อไม้ไว้ก่อน วาง Stop loss ตามกราฟ แล้วค่อยคิดย้อนว่าต้องเปิดกี่ lot ถ้าโดน Stop loss จะได้เสียเท่าที่ตั้งใจพอดี ทำแบบนี้ทุกไม้ ความเสี่ยงต่อไม้จะคงที่ ไม่ว่า Stop loss จะใกล้หรือไกล
บทนี้ต่อจากบท ทำไมหลายคนเสี่ยงแค่ 1% ต่อไม้ และใช้เรื่อง pip กับ lot จากบท pip กับ lot ต่างกันยังไง
สูตรเดียวที่ต้องจำ
lot = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ Stop loss เป็น pip × ค่าต่อ pip ของ 1 lot)
ต้องรู้สามค่า
- เงินที่ยอมเสีย เช่น 1% ของพอร์ต
- ระยะ Stop loss วัดจากราคาเข้าถึงราคา Stop loss นับเป็น pip
- ค่าต่อ pip ของ 1 lot ขึ้นกับสินทรัพย์
ค่าต่อ pip ที่โบรกส่วนใหญ่ใช้
| สินทรัพย์ | 1 pip เท่ากับราคาขยับ | ค่าต่อ pip ของ 1 lot |
|---|---|---|
| คู่ที่ลงท้าย USD เช่น EURUSD | 0.0001 | 10 USD |
| ทองคำ XAUUSD | 0.10 ดอลลาร์ | 10 USD |
| คู่ที่ลงท้าย JPY เช่น USDJPY | 0.01 | ขึ้นกับราคา ดูตัวอย่างที่ 4 |
ตัวอย่างที่ 1: EURUSD
พอร์ต 1,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% วาง Stop loss ห่าง 25 pip
- เงินที่ยอมเสีย = 1,000 × 1% = 10 ดอลลาร์
- lot = 10 ÷ (25 × 10) = 10 ÷ 250 = 0.04 lot
ตรวจกลับ: 0.04 lot ขยับ 1 pip มีค่า 0.04 × 10 = 0.40 ดอลลาร์ โดน Stop loss 25 pip เสีย 0.40 × 25 = 10 ดอลลาร์ ตรงกับที่ตั้งไว้
ตัวอย่างที่ 2: ทองคำ
พอร์ตเดิม 1,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% เท่าเดิม แต่วาง Stop loss ห่างจากราคาเข้า 5 ดอลลาร์
- แปลงระยะเป็น pip: 5 ÷ 0.10 = 50 pip
- lot = 10 ÷ (50 × 10) = 10 ÷ 500 = 0.02 lot
ตรวจกลับ: 1 lot ทองคำโดยทั่วไปคือ 100 ออนซ์ 0.02 lot คือ 2 ออนซ์ ราคาสวน 5 ดอลลาร์ เสีย 2 × 5 = 10 ดอลลาร์
Stop loss ต่างกัน lot ก็ต้องต่างกัน
ตารางนี้ใช้เงินที่ยอมเสีย 10 ดอลลาร์เท่ากันทุกแถว กับคู่ที่ลงท้าย USD
| ระยะ Stop loss | lot ที่เปิดได้ | ถ้าโดน Stop loss เสีย |
|---|---|---|
| 10 pip | 0.10 | 10 ดอลลาร์ |
| 20 pip | 0.05 | 10 ดอลลาร์ |
| 50 pip | 0.02 | 10 ดอลลาร์ |
| 100 pip | 0.01 | 10 ดอลลาร์ |
Stop loss ไกลขึ้นสิบเท่า lot ก็เล็กลงสิบเท่า เงินที่เสียจึงเท่าเดิม นี่คือหัวใจของบทนี้ คือเราเลือก Stop loss ตามกราฟได้เต็มที่ แล้วให้ขนาด lot เป็นตัวปรับ
ถ้าเปิด lot เท่าเดิมทุกไม้ จะเกิดอะไร
ในงานทดสอบ ICT บนทองคำของเรา ทุกไม้เปิด 0.10 lot เท่ากัน แต่ Stop loss อยู่หลังจุดที่ราคากวาด ซึ่งมักห่าง 10–30 ดอลลาร์ ลองคิดเงินที่เสียต่อไม้ดู
- ห่าง 10 ดอลลาร์ = 100 pip เสีย 0.10 × 10 × 100 = 100 ดอลลาร์
- ห่าง 30 ดอลลาร์ = 300 pip เสีย 0.10 × 10 × 300 = 300 ดอลลาร์
กับพอร์ต 10,000 ดอลลาร์ คือเสี่ยงไม้ละ 1% ถึง 3% ขึ้นกับว่าไม้นั้น Stop loss ไกลแค่ไหน ไม้ที่เสี่ยงมากสุดเสี่ยงเป็นสามเท่าของไม้ที่เสี่ยงน้อยสุด โดยไม่ได้ตั้งใจ ผลลัพธ์จึงถูกกำหนดโดยไม้ที่ Stop loss ไกลมากกว่าไม้อื่น
ตัวอย่างที่ 3: เมื่อ lot ต่ำสุดยังใหญ่เกินไป
พอร์ต 1,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% = 10 ดอลลาร์ แต่ setup ทองคำไม้นี้ต้องวาง Stop loss ห่าง 15 ดอลลาร์
- แปลงเป็น pip: 15 ÷ 0.10 = 150 pip
- lot = 10 ÷ (150 × 10) = 10 ÷ 1,500 = 0.0067 lot
โบรกส่วนใหญ่เปิดได้ต่ำสุด 0.01 lot ถ้าเปิด 0.01 lot จะเสีย 0.01 × 10 × 150 = 15 ดอลลาร์ หรือ 1.5% ของพอร์ต เกินที่ตั้งไว้ครึ่งหนึ่ง
ทางเลือกที่ถูกคือ ข้ามไม้นี้ หรือรอจุดเข้าที่ Stop loss แคบกว่า ทางเลือกที่ผิดคือขยับ Stop loss ให้แคบลงเพื่อให้ lot พอดี เพราะ Stop loss ใหม่ไม่ได้อยู่ในจุดที่กราฟบอกแล้ว
ปรับ lot ให้เข้ากับ Stop loss เสมอ อย่าปรับ Stop loss ให้เข้ากับ lot
ตัวอย่างที่ 4: USDJPY
คู่ที่ลงท้ายด้วยสกุลอื่นที่ไม่ใช่ USD ค่าต่อ pip เป็นสกุลนั้นก่อน ต้องแปลงกลับเป็นดอลลาร์ สมมติราคา USDJPY อยู่ที่ 150.00
- 1 lot = 100,000 หน่วย ขยับ 1 pip (0.01) มีค่า 100,000 × 0.01 = 1,000 เยน
- แปลงเป็นดอลลาร์: 1,000 ÷ 150 = 6.67 ดอลลาร์ต่อ pip
พอร์ต 2,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% = 20 ดอลลาร์ Stop loss 30 pip
- lot = 20 ÷ (30 × 6.67) = 20 ÷ 200.1 = 0.0999 ปัดลงเป็น 0.09 lot
- ตรวจกลับ: 0.09 × 30 × 6.67 = 18.01 ดอลลาร์ ต่ำกว่า 20 ดอลลาร์เล็กน้อยเพราะปัดลง
ค่าต่อ pip ของคู่แบบนี้เปลี่ยนตามราคา ถ้า USDJPY ขึ้นไป 160 ค่าต่อ pip จะลดเหลือ 1,000 ÷ 160 = 6.25 ดอลลาร์
ขั้นตอนก่อนเปิดทุกไม้
- ดู Equity ตอนนี้ คิดเงินที่ยอมเสีย เช่น 1%
- วาง Stop loss ตามกราฟ วัดระยะจากราคาเข้าเป็น pip
- หาค่าต่อ pip ของ 1 lot ของสินทรัพย์นั้น
- คำนวณ lot แล้วปัดลงเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง
- ถ้าได้ต่ำกว่า lot ต่ำสุด ข้ามไม้นั้น
ใช้เครื่องมือคำนวณขนาด lot ท้ายบทนี้ช่วยได้ ใส่ขนาดพอร์ต เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยง และระยะ Stop loss ก็ได้ขนาด lot ทันที
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เปิด lot เท่ากันทุกไม้ ทำให้ไม้ที่ Stop loss ไกลเสี่ยงมากกว่าไม้อื่นหลายเท่า
- ขยับ Stop loss ให้เข้ากับ lot ที่อยากเปิด แทนที่จะปรับ lot ตาม Stop loss
- ปัด lot ขึ้น เสี่ยงเกินที่ตั้งไว้ทุกไม้ สะสมไปนาน ๆ ก็มาก
- ลืมว่า spread และ slippage ทำให้เสียมากกว่าที่คำนวณ ช่วงข่าวหรือช่วงตลาดบาง ราคาที่ปิดจริงอาจแย่กว่า Stop loss ที่วางไว้
- ใช้ค่าต่อ pip 10 ดอลลาร์กับทุกคู่ คู่ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย USD มีค่าต่อ pip ไม่เท่ากัน และเปลี่ยนตามราคา
คำถามที่พบบ่อย
ควรคิดจาก Balance หรือ Equity
ถ้าไม่มีออเดอร์ค้าง สองค่านี้เท่ากัน ถ้ามีออเดอร์ค้างอยู่ คิดจาก Equity จะระวังกว่า เพราะสะท้อนเงินที่มีจริงตอนนั้น รวมกำไรขาดทุนที่ยังไม่ปิด
ต้องปัดเศษ lot ขึ้นหรือลง
ปัดลงเสมอ โบรกส่วนใหญ่ให้ขยับ lot ทีละ 0.01 ถ้าคำนวณได้ 0.047 ให้เปิด 0.04 ไม่ใช่ 0.05 เพราะปัดขึ้นจะเสี่ยงเกินที่ตั้งไว้
ค่าต่อ pip หาได้จากไหน
ดูสเปคสัญญา (Contract specification) ของสินทรัพย์นั้นในแพลตฟอร์ม หรือในเว็บโบรก ค่าที่ใช้ในบทนี้เป็นค่าที่โบรกส่วนใหญ่ใช้ แต่ควรเช็คกับโบรกของตัวเองก่อน
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด