บันทึกการเทรด (Trading journal) จดอะไรบ้าง พร้อมไฟล์ตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี
จดอะไรบ้างในบันทึกการเทรด คิดผลเป็น R และ Expectancy จาก 10 ไม้ตัวอย่างทีละขั้น วิธีทบทวนรายสัปดาห์ และต้องมีกี่ไม้ก่อนตัดสินระบบ พร้อมไฟล์ CSV
- จดแผนก่อนกดเข้า ทั้ง Entry, Stop loss, Take profit, ขนาดไม้ และความเสี่ยงเป็นเงิน แล้วค่อยจดผลหลังปิด
- คิดผลทุกไม้เป็น R คือกำไรขาดทุนหารด้วยความเสี่ยงที่ตั้งไว้ จะเทียบไม้ต่างขนาดกันได้
- Expectancy คือผลเฉลี่ยต่อไม้เป็น R บอกว่าระบบได้หรือเสียโดยเฉลี่ยเท่าไรต่อความเสี่ยง 1 หน่วย
- แยกไม้ที่ทำตามกฎออกจากไม้ที่ผิดกฎ จะเห็นว่าปัญหาอยู่ที่ระบบหรืออยู่ที่วินัย
- 10 ไม้ยังบอกอะไรแทบไม่ได้ ค่าเฉลี่ยยังแกว่งได้ทั้งบวกและลบ ต้องเก็บหลายสิบถึงหลายร้อยไม้
บันทึกการเทรด (Trading journal) คือตารางที่จดแผนและผลของทุกออเดอร์ ไม่ว่าชนะหรือแพ้ จุดประสงค์ไม่ใช่การดูว่าเดือนนี้ได้เงินเท่าไร แต่เพื่อตอบคำถามที่ความจำตอบไม่ได้ เช่น ระบบได้เปรียบจริงไหม ไม้ที่ผิดกฎทำให้เสียไปเท่าไร และแพ้ติดกันแบบนี้ปกติหรือเปล่า บทนี้บอกว่าต้องจดอะไร คำนวณอะไรจากมัน พร้อมไฟล์ตัวอย่างให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้เลย
ทำไมต้องจด ความจำเชื่อไม่ได้
คนเรามักจำไม้ที่ชนะสวย ๆ ได้ชัด และลืมไม้ที่เข้าแบบไม่มีเหตุผล พอมองกราฟย้อนหลังก็เห็นสัญญาณชัดกว่าตอนเทรดจริง (อ่านเพิ่มใน มองกราฟย้อนหลังแล้วเห็นทุกอย่างชัด) บันทึกที่จดตอนนั้นเลยเป็นหลักฐานเดียวที่ไม่ถูกความรู้สึกแก้ทีหลัง
ต้องจดอะไรบ้าง
แบ่งเป็นสามช่วง ช่วงแรกจด ก่อนกดเข้า เพราะถ้าจดหลังรู้ผลแล้ว แผนมักถูกแต่งให้เข้ากับผล
| ช่อง | จดเมื่อไร | ทำไมต้องมี |
|---|---|---|
| วันที่ เวลา (เวลาไทย) | ก่อนเข้า | ดูทีหลังว่าช่วงเวลาไหนเทรดแล้วผลแย่ |
| สัญลักษณ์ (Symbol) และทิศ Buy/Sell | ก่อนเข้า | แยกผลตามตลาด |
| ชื่อ Setup | ก่อนเข้า | แยกผลตามรูปแบบที่ใช้เข้า ถ้าไม่มี Setup ให้เขียนว่าไม่มี |
| Entry, Stop loss, Take profit | ก่อนเข้า | ใช้คิดระยะเสี่ยงและ R |
| Lot | ก่อนเข้า | ตรวจว่าขนาดไม้ตรงกับความเสี่ยงที่ตั้งไว้ |
| ความเสี่ยงเป็นเงิน และ % ของทุน | ก่อนเข้า | เป็นตัวหารของ R |
| ราคาปิด และกำไร/ขาดทุนเป็นเงิน | หลังปิด | ผลจริง รวม spread และ slippage แล้ว |
| ผลเป็น R | หลังปิด | เทียบทุกไม้ในหน่วยเดียวกัน |
| ลิงก์ภาพหน้าจอ | หลังปิด | ดูทีหลังว่าตอนนั้นกราฟเป็นแบบที่ Setup บอกจริงไหม |
| อารมณ์ / โน้ต | หลังปิด | หาแพทเทิร์นของตัวเอง เช่น เข้าเร็วเกินตอนรีบ |
| ทำตามกฎไหม (ใช่/ไม่ใช่) | หลังปิด | แยกปัญหาระบบออกจากปัญหาวินัย |
Slippage คือราคาที่ได้จริงต่างจากราคาที่สั่ง มักเกิดตอนราคาวิ่งเร็ว ทำให้บางไม้ขาดทุนเกิน 1R ได้ (ดูประเภทคำสั่งที่เกี่ยวข้องใน ประเภทคำสั่งซื้อขาย)
ไฟล์ตัวอย่างดาวน์โหลดฟรี
ดาวน์โหลดบันทึกการเทรด (CSV หัวตารางภาษาไทย) มีหัวตารางครบตามข้างบนและตัวอย่าง 3 แถว (ไม้ที่ 6, 7 และ 8 จากตัวอย่างในบทนี้) เปิดได้ด้วย Excel หรือนำเข้า Google Sheets ลบแถวตัวอย่างแล้วเริ่มจดได้เลย ถ้าใช้สเปรดชีต จะใส่สูตร R = กำไรขาดทุน ÷ ความเสี่ยง ไว้ในคอลัมน์ R ก็ได้
คิดผลเป็น R
R คือความเสี่ยงหนึ่งหน่วย เท่ากับเงินที่จะเสียถ้าโดน Stop loss ตามแผน ผลของทุกไม้เขียนเป็นจำนวนเท่าของ R
R ของไม้ = กำไรหรือขาดทุนจริง ÷ ความเสี่ยงที่ตั้งไว้ตอนเข้า
ตัวอย่างไม้ที่ 8 ในภาพ: Buy EURUSD ที่ 1.16450 Stop loss 1.16250
- ระยะ Stop loss = 1.16450 − 1.16250 = 0.00200 หรือ 20 pips
- EURUSD 1 lot มูลค่าราว 10 ดอลลาร์ต่อ pip ที่ 0.10 lot = 1 ดอลลาร์ต่อ pip ความเสี่ยง = 20 × 1 = 20 ดอลลาร์ (1% ของทุน 2,000)
- ปิดที่ 1.16930 ได้ 48 pips = 48 ดอลลาร์
- R = 48 ÷ 20 = +2.4R หรือคิดจากระยะราคาก็ได้ (1.16930 − 1.16450) ÷ (1.16450 − 1.16250) = 0.00480 ÷ 0.00200 = 2.4
ตัวอย่างไม้ที่ 6: Sell ทองคำ (XAUUSD) ที่ 4,012.50 Stop loss 4,017.50 ห่าง 5 ดอลลาร์ ที่ 0.04 lot ถ้าสัญญา 1 lot = 100 ออนซ์ ความเสี่ยง = 5 × 100 × 0.04 = 20 ดอลลาร์ แต่ราคากระโดดผ่าน Stop loss ไปปิดที่ 4,018.00 ขาดทุน 5.50 × 100 × 0.04 = 22 ดอลลาร์ ได้ 22 ÷ 20 = −1.1R ขนาดสัญญาของทองคำแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ดูใน Contract specification ของบัญชีตัวเอง
ข้อดีของ R คือไม่ขึ้นกับขนาดทุนหรือขนาดไม้ ไม้ทองคำกับไม้ EURUSD ที่ lot ต่างกันเทียบกันได้ทันที ส่วนวิธีหา lot ให้ได้ความเสี่ยงตามที่ตั้ง อ่าน คำนวณขนาดไม้จากระยะ Stop loss หรือใช้ เครื่องคำนวณ lot
ตัวอย่าง 10 ไม้: Win rate, ผลเฉลี่ย และ Expectancy
สมมติทุน 2,000 ดอลลาร์ เสี่ยงคงที่ไม้ละ 20 ดอลลาร์ (1%) เพื่อให้คิดง่าย ตัวเลขทั้งหมดเป็นตัวอย่างสมมติ
| ไม้ | วันที่ เวลา (ไทย) | สัญลักษณ์ | ทิศ | Setup | ผล (R) | ทำตามกฎ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 01/09 15:10 | EURUSD | Buy | Pullback | +2.0 | ใช่ |
| 2 | 02/09 20:40 | XAUUSD | Sell | Breakout | −1.0 | ใช่ |
| 3 | 04/09 14:25 | EURUSD | Sell | Pullback | −1.0 | ใช่ |
| 4 | 08/09 19:55 | XAUUSD | Buy | Pullback | +1.5 | ใช่ |
| 5 | 09/09 15:30 | EURUSD | Buy | Breakout | −1.0 | ใช่ |
| 6 | 10/09 19:30 | XAUUSD | Sell | Breakout | −1.1 | ใช่ |
| 7 | 10/09 20:05 | EURUSD | Sell | ไม่มี | −1.0 | ไม่ใช่ |
| 8 | 17/09 20:35 | EURUSD | Buy | Pullback | +2.4 | ใช่ |
| 9 | 22/09 21:15 | XAUUSD | Buy | Breakout | −0.5 | ไม่ใช่ |
| 10 | 24/09 15:45 | EURUSD | Sell | Pullback | +1.0 | ใช่ |
ไม้ 7 เข้าหลังแพ้ไม้ 6 ไม่ถึงชั่วโมงโดยไม่มี Setup เพราะอยากเอาคืน ไม้ 9 ปิดเองก่อนถึง Stop loss เพราะกลัว ทั้งสองไม้จึงนับว่าผิดกฎ
คำนวณทีละขั้น
- Win rate ชนะ 4 ไม้ (1, 4, 8, 10) จาก 10 = 40%
- ผลรวม ฝั่งชนะ 2.0 + 1.5 + 2.4 + 1.0 = 6.9R ฝั่งแพ้ −1.0 − 1.0 − 1.0 − 1.1 − 1.0 − 0.5 = −5.6R รวม 6.9 − 5.6 = +1.3R หรือ 1.3 × 20 = 26 ดอลลาร์
- ผลเฉลี่ยต่อไม้ 1.3 ÷ 10 = +0.13R
- ชนะเฉลี่ย 6.9 ÷ 4 = 1.725R แพ้เฉลี่ย 5.6 ÷ 6 = 0.933R
- Expectancy = (Win rate × ชนะเฉลี่ย) − (อัตราแพ้ × แพ้เฉลี่ย) = (0.4 × 1.725) − (0.6 × 0.933) = 0.69 − 0.56 = +0.13R ต่อไม้ ได้เท่ากับข้อ 3 เพราะเป็นค่าเดียวกันคิดคนละทาง
- แพ้ติดกันยาวสุด ไม้ 5, 6, 7 = 3 ไม้
- Drawdown สูงสุด ผลสะสมขึ้นไปสูงสุด +2.0R หลังไม้ 1 แล้วลงไปต่ำสุด −1.6R หลังไม้ 7 ห่างกัน 3.6R หรือ 72 ดอลลาร์
Expectancy +0.13R แปลว่า ถ้าตัวเลขชุดนี้สะท้อนระบบจริง ทุกความเสี่ยง 1 ดอลลาร์จะได้คืนเฉลี่ย 0.13 ดอลลาร์ ใช้เทียบกับจุดคุ้มทุนได้แบบใน อัตราชนะกับจุดคุ้มทุน และย้ำว่าเป็นค่าเฉลี่ยจากอดีต ไม่ได้บอกผลไม้ถัดไป
แยกไม้ที่ทำตามกฎออกมาดู
ช่องทำตามกฎดูเหมือนเล็ก แต่ให้ข้อมูลมากที่สุดช่องหนึ่ง จากตัวอย่าง
- ไม้ที่ทำตามกฎ 8 ไม้ รวม +2.8R เฉลี่ย +0.35R ต่อไม้
- ไม้ที่ผิดกฎ 2 ไม้ รวม −1.5R เฉลี่ย −0.75R ต่อไม้
ผลรวม +1.3R ที่เห็น จึงมาจากระบบได้ +2.8R แล้วเสียไปกับวินัย 1.5R ถ้าไม่จดช่องนี้ จะคิดว่าระบบแค่พอไปได้ แล้วอาจไปแก้กฎทั้งที่ปัญหาอยู่ที่ตัวเอง ไม้ 7 เป็นแบบที่เจอบ่อยมาก คือเข้าเพื่อเอาคืนหลังแพ้ อ่านวิธีกันไว้ล่วงหน้าใน ลิมิตขาดทุนรายวันและการเทรดแก้แค้น
ข้อควรระวังเดียวกันกับทุกข้อสรุปในบทนี้ สองไม้ยังน้อยเกินจะบอกว่าผิดกฎแล้วแย่เสมอ แต่ถ้าเก็บไปเรื่อย ๆ แล้วตัวเลขยังออกมาทางนี้ นั่นคือสิ่งแรกที่ต้องแก้
ต้องมีกี่ไม้ถึงจะตัดสินได้
10 ไม้ที่ได้ +0.13R ยังบอกแทบไม่ได้ว่าระบบได้เปรียบ เพราะผลแต่ละไม้แกว่งมาก ลองดูด้วยตัวเลข
- ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ของผล 10 ไม้ = 1.43R
- ความคลาดเคลื่อนของค่าเฉลี่ย = SD ÷ √จำนวนไม้ = 1.43 ÷ √10 = 0.45R
- ช่วงที่ค่าเฉลี่ยจริงน่าจะอยู่ (ประมาณ ±2 เท่าของความคลาดเคลื่อน) = 0.13 ± 0.90 คือราว −0.77R ถึง +1.03R
ช่วงนี้ครอบทั้งระบบที่ขาดทุนและระบบที่ดีมาก ถ้าผลเฉลี่ยกับการแกว่งยังเป็นแบบนี้ ต้องมีราว (2 × 1.43 ÷ 0.13)² ≈ 480 ไม้ ช่วงนี้ถึงจะแคบจนไม่ครอบศูนย์ Win rate ก็เหมือนกัน ถ้าระบบชนะจริง 40%
| จำนวนไม้ | Win rate ที่อาจเห็นได้ (±2 ความคลาดเคลื่อน) |
|---|---|
| 10 | ราว 9% ถึง 71% |
| 30 | ราว 22% ถึง 58% |
| 100 | ราว 30% ถึง 50% |
| 200 | ราว 33% ถึง 47% |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าประมาณแบบคร่าว ๆ (normal approximation) ไม่ใช่เส้นตายตัว แต่ภาพชัดว่า
ผลไม่กี่สิบไม้แยกฝีมือออกจากโชคไม่ได้ อย่าเปลี่ยนกฎเพราะผลสัปดาห์เดียว
แนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง คือเก็บอย่างน้อยราว 30 ไม้ของ Setup เดียวกันก่อนดูภาพแรก และอย่าเพิ่งสรุปว่าระบบดีหรือแย่จนมีเป็นร้อยไม้ขึ้นไป ระหว่างนั้นใช้ความเสี่ยงต่อไม้เล็ก ๆ ตาม เสี่ยงไม้ละ 1% และคาดไว้ก่อนว่าจะเจอแพ้ติดกันได้แค่ไหน จาก แพ้ติดกันกี่ไม้ถึงเรียกว่าปกติ ถ้ากำลังจะย้ายจากบัญชีทดลอง บันทึกชุดนี้คือหลักฐานที่ควรมีก่อน ดู จากบัญชีทดลองสู่บัญชีจริง
ทบทวนรายสัปดาห์ 20 นาที
เลือกเวลาเดิมทุกสัปดาห์ เช่น เสาร์เช้าตอนตลาดปิด แล้วทำตามลำดับนี้
- เติมช่องที่ขาด ภาพหน้าจอ ราคาปิด และ R ของทุกไม้ในสัปดาห์
- นับไม้ที่ทำตามกฎ เป็นสัดส่วน เช่น 8 จาก 10 นี่คือตัวเลขแรกที่ควรดู เพราะคุมได้เอง
- ดูผลรวมและผลเฉลี่ยเป็น R ของไม้ที่ทำตามกฎ แยกจากไม้ที่ผิดกฎ
- อัปเดตตัวเลขสะสม Win rate, Expectancy, แพ้ติดยาวสุด และ Drawdown นับตั้งแต่ไม้แรก ไม่ใช่เฉพาะสัปดาห์นี้
- เปิดภาพไม้ที่แพ้ ถามแค่ว่าตอนเข้า กราฟตรงกับ Setup จริงไหม ไม่ใช่ถามว่าราคาไปทางไหนต่อ
- เลือกเรื่องเดียว ที่จะทำให้ดีขึ้นสัปดาห์หน้า เป็นเรื่องการกระทำ เช่น ไม่เข้าภายในหนึ่งชั่วโมงหลังแพ้ ไม่ใช่เป้าเป็นเงิน
ถ้าอยากรู้ว่ากำไรขาดทุนเป็นเงินกระทบทุนแค่ไหน ดูเพิ่มใน Drawdown คิดจาก Equity หรือ Balance
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- จดแผนหลังรู้ผล Stop loss และ Setup ที่เขียนหลังปิดไม้มักถูกแต่งให้ดูมีเหตุผล จดก่อนกดเข้าเสมอ
- ข้ามไม้ที่แพ้หรือไม้ที่อาย บันทึกที่มีแต่ไม้ดีให้ Expectancy สูงเกินจริง ไม้ผิดกฎคือไม้ที่ต้องจดที่สุด
- คิด R จาก Stop loss ที่ขยับแล้ว ตัวหารต้องเป็นความเสี่ยงตอนเข้า ถ้าขยับ Stop loss ออกไปแล้วแพ้ ผลอาจเป็น −2R ต้องจดตามจริง
- ดูแต่เงิน ไม่ดู R กำไร 50 ดอลลาร์จากไม้ที่เสี่ยง 100 กับจากไม้ที่เสี่ยง 20 คือผลคนละเรื่อง
- แก้กฎทุกสัปดาห์ กฎที่เปลี่ยนทุก 5–10 ไม้ไม่มีวันมีตัวอย่างพอให้วัดผล สุดท้ายบันทึกจะบอกอะไรไม่ได้เลย
คำถามที่พบบ่อย
จดใน Excel หรือใช้แอปดีกว่า
อะไรก็ได้ที่คุณจะจดทุกไม้จริง ๆ ตาราง Excel หรือ Google Sheets พอสำหรับคนส่วนใหญ่ และแก้คอลัมน์เองได้ ไฟล์ CSV ในบทนี้เปิดได้ทั้งสองโปรแกรม สิ่งที่สำคัญกว่าเครื่องมือคือจดแผนก่อนเข้า และไม่ข้ามไม้ที่แพ้
ปิดออเดอร์ด้วยมือก่อนถึง Stop loss ต้องคิด R ยังไง
ใช้สูตรเดิม เอากำไรขาดทุนจริงหารด้วยความเสี่ยงที่ตั้งไว้ตอนเข้า เช่น เสี่ยง 20 ดอลลาร์ ปิดขาดทุน 10 ดอลลาร์ ได้ −0.5R ตัวหารต้องเป็นความเสี่ยงตอนเข้าเสมอ ไม่ใช่ระยะ Stop loss ที่ขยับทีหลัง
ควรทบทวนบ่อยแค่ไหน
จดทุกไม้ทันทีหลังปิด และทบทวนสัปดาห์ละครั้ง แต่การตัดสินว่าระบบใช้ได้หรือไม่ต้องรอให้มีไม้มากพอ อย่างน้อยหลายสิบไม้ของ Setup เดียวกัน ไม่ใช่ตัดสินจากผลสัปดาห์เดียว
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด