Leverage, Margin และ Stop out คืออะไร คำนวณยังไงไม่ให้โดนปิดไม้
อธิบาย Leverage, Margin ที่ใช้, Free margin และ Margin level แบบทีละขั้น พร้อมตัวอย่าง EURUSD และทองคำ ดูว่าราคาสวนกี่ pips ถึงโดน Margin call และ Stop out
- Margin ที่ใช้ = ขนาดสัญญา × lot × ราคา ÷ Leverage เป็นเงินที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม
- Margin level = Equity ÷ Margin ที่ใช้ × 100 ต่ำถึงระดับ Stop out เมื่อไร ระบบปิดไม้ให้เอง
- Leverage ไม่เปลี่ยนกำไรขาดทุนต่อ pip ตัวที่เปลี่ยนคือขนาด lot
- Leverage สูงทำให้เปิด lot ใหญ่ได้ จนราคาสวนนิดเดียวก็ถึง Stop out
- ระดับ Margin call และ Stop out ต่างกันในแต่ละโบรก ต้องเช็คในสเปคสัญญาของบัญชีตัวเอง
Leverage คือสิ่งที่ทำให้เงินในบัญชีไม่กี่ร้อยดอลลาร์เปิดออเดอร์ขนาดหลายหมื่นดอลลาร์ได้ ส่วน Margin คือเงินส่วนหนึ่งในบัญชีที่ถูกกันไว้เป็นหลักประกันระหว่างที่ไม้เปิดอยู่ ถ้าขาดทุนจนเงินทุนเหลือน้อยเมื่อเทียบกับ Margin ระบบจะเตือน (Margin call) และสุดท้ายปิดไม้ให้เอง (Stop out) บทนี้คำนวณให้ดูทีละขั้นว่าราคาต้องสวนกี่ pips ถึงจะโดนปิด และทำไม Leverage สูงไม่ได้แปลว่าเสี่ยงต่อ pip มากขึ้น แต่เป็นทางลัดไปสู่ lot ที่ใหญ่เกินตัว
Leverage คืออะไร
Leverage หรืออัตราทด เขียนเป็น 1:100, 1:500 แปลว่าเงิน 1 ดอลลาร์ในบัญชีใช้ค้ำออเดอร์ได้ 100 หรือ 500 ดอลลาร์ เปิดออเดอร์มูลค่า 11,000 ดอลลาร์ที่ 1:100 จึงต้องกันเงินไว้ 110 ดอลลาร์
สิ่งสำคัญที่คนเข้าใจผิดบ่อย คือ Leverage ไม่ได้ทำให้กำไรหรือขาดทุนต่อ pip เปลี่ยน EURUSD 0.10 lot ขยับ 1 pip มีค่า 1 ดอลลาร์ ไม่ว่าบัญชีจะเป็น 1:30 หรือ 1:1000 สิ่งที่ Leverage เปลี่ยนคือเงินที่ถูกกันไว้ และจึงเปลี่ยน lot สูงสุดที่เปิดได้ ถ้ายังไม่แม่นเรื่องค่าต่อ pip อ่าน pip กับ lot ต่างกันยังไง ก่อน
Leverage สูงสุดขึ้นกับโบรก ประเภทบัญชี สินทรัพย์ และกฎของผู้กำกับดูแลในแต่ละประเทศ เช่น ในสหภาพยุโรป บัญชีรายย่อยถูกจำกัดที่ 1:30 สำหรับคู่เงินหลัก และ 1:20 สำหรับทองคำ บางโบรกยังลด Leverage ลงเองเมื่อ lot ใหญ่ขึ้นหรือช่วงก่อนข่าวใหญ่
Margin ที่ใช้ คำนวณยังไง
สำหรับคู่เงินที่ลงท้ายด้วย USD และทองคำ ในบัญชีดอลลาร์ สูตรที่ใช้กันทั่วไปคือ
Margin ที่ใช้ = ขนาดสัญญา × lot × ราคา ÷ Leverage
- คู่เงิน 1 lot มาตรฐาน = 100,000 หน่วยของสกุลเงินตัวหน้า
- ทองคำ (XAUUSD) 1 lot โดยทั่วไป = 100 ออนซ์
- คู่ที่ขึ้นต้นด้วย USD เช่น USDJPY ไม่ต้องคูณราคา เพราะสกุลตัวหน้าเป็นดอลลาร์อยู่แล้ว: 100,000 × lot ÷ Leverage
ขนาดสัญญาและวิธีคิด Margin ของแต่ละสินทรัพย์ต่างกันได้ ให้เปิดดู Contract specification ในแพลตฟอร์ม (คลิกขวาที่ชื่อสินทรัพย์ใน Market Watch แล้วเลือก Specification) จะลองตัวเลขของตัวเองก็ใช้ เครื่องคำนวณ Margin ได้
ตัวอย่าง EURUSD บัญชี 1,000 ดอลลาร์ Leverage 1:100 สมมติราคา 1.1000 เปิด 0.10 lot
- Margin ที่ใช้ = 100,000 × 0.10 × 1.10 ÷ 100 = 110 ดอลลาร์
- ยังไม่ขยับ Equity = 1,000 Free margin = 1,000 − 110 = 890 ดอลลาร์
- Margin level = 1,000 ÷ 110 × 100 = 909%
ตัวอย่างทองคำ บัญชีเดิม สมมติราคาทอง 4,000 ดอลลาร์ (ตัวเลขสมมติเพื่อคำนวณ ไม่ใช่การคาดราคา) เปิด 0.10 lot
- Margin ที่ใช้ = 100 × 0.10 × 4,000 ÷ 100 = 400 ดอลลาร์
- Margin level = 1,000 ÷ 400 × 100 = 250%
- ทอง 0.10 lot = 10 ออนซ์ ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ = กำไรหรือขาดทุน 10 ดอลลาร์
lot เท่ากัน แต่ทองกิน Margin มากกว่า EURUSD เกือบ 4 เท่า เพราะมูลค่าสัญญาสูงกว่ามาก
Equity, Free margin และ Margin level
ตัวเลขในแท็บ Trade ของ MT4/MT5 อ่านแบบนี้
| ตัวเลข | ความหมาย |
|---|---|
| Balance | เงินในบัญชี ไม่นับไม้ที่ยังเปิดอยู่ |
| Equity | Balance บวกกำไรหรือขาดทุนของไม้ที่เปิดอยู่ |
| Margin | Margin ที่ใช้ เงินที่ถูกกันไว้ค้ำไม้ทั้งหมด |
| Free margin | Equity − Margin ที่ใช้ เงินที่ยังใช้เปิดไม้ใหม่ได้ |
| Margin level | Equity ÷ Margin ที่ใช้ × 100 |
Margin ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม ปิดไม้แล้วเงินก้อนนี้กลับมาเป็น Free margin ทันที สิ่งที่ทำให้เงินหายจริงคือขาดทุน spread และค่าธรรมเนียมอื่น เช่น Swap ค้างคืน ส่วนความต่างระหว่าง Balance กับ Equity อธิบายละเอียดใน Drawdown อ่านยังไง
Margin call กับ Stop out
ระหว่างที่ไม้ขาดทุน Equity ลดลง แต่ Margin ที่ใช้แทบไม่เปลี่ยน Margin level จึงลดลงเรื่อย ๆ
- Margin call ระดับเตือน ระบบแจ้งเตือน ไม้เดิมยังอยู่ ถ้า Free margin หมดจะเปิดไม้ใหม่ไม่ได้
- Stop out ระดับที่ระบบเริ่มปิดไม้ให้อัตโนมัติ หลายแพลตฟอร์มเริ่มจากไม้ที่ขาดทุนมากที่สุด แล้วปิดต่อจนกว่า Margin level จะกลับมาเหนือระดับนั้น
ตัวเลขที่เห็นบ่อยคือ Margin call 100% และ Stop out 50% แต่หลายที่ตั้ง Stop out ไว้ที่ 30%, 20% หรือต่ำกว่านั้น และบางบัญชีไม่มีระดับเตือนแยก ตัวเลขต่างกันไปตามโบรกและประเภทบัญชี ให้เช็คในหน้าเงื่อนไขบัญชีหรือ Contract specification ของตัวเองเสมอ
Stop out ไม่ใช่ราคาที่การันตี ถ้าราคากระโดดข้ามช่วงตอนตลาดเปิดหรือตอนข่าว ไม้อาจถูกปิดต่ำกว่าระดับนั้นมาก บางโบรกมีระบบกันยอดติดลบ (Negative balance protection) บางโบรกไม่มี
ราคาสวนกี่ pips ถึงโดนปิด
ใช้บัญชี 1,000 ดอลลาร์ 1:100 เหมือนเดิม แต่เปิด EURUSD ใหญ่ขึ้นเป็น 0.50 lot สมมติระดับ Margin call 100% และ Stop out 50%
- Margin ที่ใช้ = 100,000 × 0.50 × 1.10 ÷ 100 = 550 ดอลลาร์ Margin level เริ่มที่ 1,000 ÷ 550 × 100 = 181.8%
- 0.50 lot ขยับ 1 pip = 5 ดอลลาร์
- Margin call เมื่อ Equity = 100% ของ 550 = 550 ขาดทุนได้ 1,000 − 550 = 450 ดอลลาร์ = 450 ÷ 5 = สวน 90 pips
- Stop out เมื่อ Equity = 50% ของ 550 = 275 ขาดทุนได้ 1,000 − 275 = 725 ดอลลาร์ = 725 ÷ 5 = สวน 145 pips
ตรวจ: สวน 145 pips ขาดทุน 145 × 5 = 725 Equity เหลือ 275 และ 275 ÷ 550 × 100 = 50% ตรงกับระดับ Stop out พอดี
สังเกตว่า Margin call ตรงกับจุดที่ Free margin เหลือศูนย์ พอดี เพราะที่ 100% Equity เท่ากับ Margin ที่ใช้ ถ้าโบรกตั้ง Margin call ไว้ที่ระดับอื่น จุดเตือนจะเลื่อนไปตามนั้น
Leverage สูง ไม่ได้เสี่ยงต่อ pip มากขึ้น แต่ buffer หดได้
ลองดูทองคำ บัญชี 1,000 ดอลลาร์ ราคาสมมติ 4,000 ดอลลาร์ ใช้ Margin call 100% และ Stop out 50% เทียบ 3 แบบ
| แบบ | Margin ที่ใช้ | Margin level ตอนเปิด | ขาดทุนต่อราคาขยับ 1 ดอลลาร์ | Margin call เมื่อสวน | Stop out เมื่อสวน |
|---|---|---|---|---|---|
| 0.10 lot ที่ 1:100 | 400 | 250% | 10 | 60 ดอลลาร์ | 80 ดอลลาร์ |
| 0.10 lot ที่ 1:500 | 80 | 1,250% | 10 | 92 ดอลลาร์ | 96 ดอลลาร์ |
| 1.00 lot ที่ 1:500 | 800 | 125% | 100 | 2 ดอลลาร์ | 6 ดอลลาร์ |
วิธีคิดแถวแรก: Stop out เมื่อ Equity = 50% × 400 = 200 ขาดทุนได้ 800 ÷ 10 = 80 ดอลลาร์ แถวสุดท้าย: Stop out เมื่อ Equity = 50% × 800 = 400 ขาดทุนได้ 600 ÷ 100 = 6 ดอลลาร์
อ่านตารางได้ 3 อย่าง
- lot เท่ากัน ขาดทุนต่อดอลลาร์เท่ากัน แถวแรกกับแถวสอง เสีย 10 ดอลลาร์ทุกครั้งที่ทองขยับ 1 ดอลลาร์ Leverage ไม่ได้ทำให้เสียเร็วขึ้น
- Leverage สูงกับ lot เท่าเดิม ทำให้โดน Stop out ช้าลง แต่ก็เสียมากขึ้นก่อนโดนปิด ที่ 1:500 ไม้ 0.10 lot ถูกปิดตอนขาดทุนไป 960 จาก 1,000 ดอลลาร์ ส่วนที่ 1:100 ถูกปิดตอนขาดทุน 800 Stop out ไม่ได้ปกป้องบัญชีมากนักในทั้งสองกรณี
- อันตรายจริงคือ lot ที่ Leverage เปิดทางให้ ที่ 1:100 บัญชีนี้เปิดทองได้สูงสุด 1,000 × 100 ÷ (100 × 4,000) = 0.25 lot แต่ที่ 1:500 เปิดได้ถึง 1.25 lot ถ้าเปิด 1.00 lot ราคาทองสวนแค่ 6 ดอลลาร์ หรือราว 0.15% ก็โดน Stop out แล้ว
Leverage กำหนดว่าเปิดได้ใหญ่แค่ไหน แต่ lot ที่เราเลือกกำหนดว่าเสี่ยงเท่าไร ความเสี่ยงต่อไม้ควรมาจาก Stop loss ไม่ใช่จาก Stop out
ใช้ Margin ร่วมกับการคุมความเสี่ยง
ลำดับคิดที่ปลอดภัยคือ
- ตั้งเงินที่ยอมเสียต่อไม้ก่อน เช่น 1% ของบัญชี อ่าน ทำไมเสี่ยงไม้ละ 1%
- คำนวณ lot จากระยะ Stop loss ตาม คำนวณ lot จากระยะ Stop loss หรือใช้ เครื่องคำนวณ lot
- แล้วค่อยเช็ค Margin ว่า lot นั้นกิน Margin เท่าไร Margin level ตอนเปิดยังสูงพอไหม ถ้าถือหลายไม้พร้อมกันให้รวม Margin ทุกไม้
ถ้าคุมความเสี่ยงไม้ละ 1% ด้วย Stop loss จริง Margin level มักอยู่สูงมาก และ Stop loss จะทำงานก่อน Stop out เสมอ ถ้าเห็น Margin level ตอนเปิดไม้ต่ำกว่าสองสามร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นสัญญาณว่า lot ใหญ่เกินกว่าบัญชีจะรับได้
ระบบที่ไม่มี Stop loss หรือเพิ่มไม้ตอนขาดทุน เป็นแบบที่มักจบด้วย Stop out เพราะ Margin ที่ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ Equity ลดลง อ่านเพิ่มใน Grid และ Martingale
บัญชี Cent และ Micro
บัญชีเล็กบางแบบช่วยให้เทรดขนาดเล็กกว่า 0.01 lot มาตรฐานได้
- บัญชี Cent แสดงยอดเงินเป็นเซนต์ เงินฝาก 10 ดอลลาร์จะเห็นเป็น 1,000 USC กำไรขาดทุนและ Margin ก็นับเป็นเซนต์ ตัวเลข lot เท่ากันจึงขยับเงินจริงน้อยกว่าบัญชีปกติมาก
- บัญชี Micro แต่ละโบรกนิยามต่างกัน บางที่ใช้ขนาดสัญญาเล็กลง บางที่หมายถึงบัญชีที่ให้เปิด 0.01 lot ได้
หลักการ Margin, Margin level และ Stop out เหมือนกันทุกแบบ ต่างแค่ขนาดสัญญาและหน่วยเงิน ให้ดูใน Contract specification ก่อนคำนวณ บัญชีเล็กเหมาะใช้ฝึกกับเงินจริงก้อนเล็ก ช่วงเปลี่ยนจากบัญชีทดลอง อ่านเพิ่มใน จากบัญชีทดลองสู่บัญชีจริง
ในตลาดคริปโตแบบ Perpetual futures ก็มีแนวคิดคล้ายกัน คือ Margin, Leverage และการถูกบังคับปิด (Liquidation) แต่สูตรและระดับต่างกัน ดูใน Perpetual futures และ Funding rate
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- คิดว่า Leverage สูงทำให้ขาดทุนต่อ pip มากขึ้น ที่ทำให้เสียมากคือ lot ใหญ่ ถ้า lot เท่ากัน ขาดทุนต่อ pip เท่ากัน
- ใช้ Free margin เป็นตัวบอก lot การเปิดได้ไม่ได้แปลว่าควรเปิด lot ควรมาจาก Stop loss และเงินที่ยอมเสีย
- ใช้ Stop out แทน Stop loss Stop out ปิดไม้ตอนบัญชีเสียไปแล้วเกือบหมด ไม่ใช่เครื่องมือคุมความเสี่ยง
- ลืมว่า Margin รวมทุกไม้ เปิดหลายไม้หรือหลายคู่พร้อมกัน Margin ที่ใช้รวมกัน Margin level ลดเร็วกว่าที่คิด
- ไม่เช็คระดับ Stop out ของบัญชีตัวเอง แต่ละโบรกและแต่ละบัญชีไม่เหมือนกัน ทองคำและคริปโตมักใช้ Leverage และสเปคต่างจากคู่เงิน
- ถือไม้ข้ามข่าวหรือวันหยุดด้วย Margin level ต่ำ ราคากระโดดข้าม Stop out ได้ ไม้อาจถูกปิดที่ราคาแย่กว่าที่คำนวณไว้มาก
คำถามที่พบบ่อย
Leverage สูงอันตรายกว่า Leverage ต่ำไหม
ถ้าเปิด lot เท่ากัน Leverage สูงไม่ได้ทำให้ขาดทุนต่อ pip มากขึ้น แค่กัน Margin น้อยลง อันตรายจริงอยู่ที่มันยอมให้เปิด lot ใหญ่เกินตัว ถ้าคำนวณ lot จาก Stop loss และเงินที่ยอมเสีย Leverage จะแทบไม่มีผลกับความเสี่ยงต่อไม้
Margin call กับ Stop out ต่างกันยังไง
Margin call คือระดับเตือน ระบบขึ้นแจ้งเตือน ไม้เดิมยังอยู่ และถ้า Free margin หมดก็จะเปิดไม้ใหม่ไม่ได้ ส่วน Stop out คือระดับที่ระบบเริ่มปิดไม้ให้อัตโนมัติ ตัวเลขทั้งสองต่างกันไปตามโบรกและประเภทบัญชี
ดู Margin level ได้ที่ไหน
ใน MT4 และ MT5 อยู่ในแท็บ Trade ด้านล่าง แถวเดียวกับ Balance, Equity, Margin และ Free margin ถ้ายังไม่มีไม้เปิดอยู่ ช่องนี้จะว่าง เพราะยังไม่มี Margin ที่ใช้ให้หาร
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด