Perpetual Futures คืออะไร Funding rate, Mark price และราคา Liquidation
สัญญา Perpetual ไม่มีวันหมดอายุ แต่มี Funding ที่จ่ายกันทุกรอบ อธิบาย Mark price, Isolated กับ Cross margin และคำนวณราคา Liquidation ทีละขั้น
- Perpetual ไม่มีวันหมดอายุ ราคาถูกดึงให้อยู่ใกล้ราคา Spot ด้วย Funding ที่ฝั่ง Long และ Short จ่ายให้กันเป็นรอบ
- Funding บวกแปลว่า Long จ่าย Short คิดจากมูลค่าสถานะทั้งก้อน ไม่ใช่จาก Margin ที่วางไว้
- กระดานส่วนใหญ่ใช้ Mark price ตัดสิน Liquidation ไม่ใช่ราคาซื้อขายล่าสุด
- Long แบบ Isolated ราคา Liquidation ประมาณ ราคาเข้า × (1 − 1/Leverage) ÷ (1 − MMR) ยิ่ง Leverage สูงยิ่งใกล้
- Leverage เปลี่ยนแค่ระยะถึง Liquidation ส่วนเงินที่เสียต่อการขยับ 1% ขึ้นกับขนาดสถานะ
Perpetual futures (เรียกสั้น ๆ ว่า Perp) คือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่มีวันหมดอายุ เป็นสินค้าที่ถูกเทรดมากที่สุดในตลาดคริปโต เปิด Long หรือ Short ได้ ใช้ Leverage ได้ และถือได้นานเท่าที่ต้องการ แต่มีกลไก 3 อย่างที่ต้องเข้าใจก่อนใช้เงินจริง คือ Funding rate, Mark price และ ราคา Liquidation บทนี้อธิบายทีละตัว พร้อมตัวเลขที่คำนวณให้ดูทีละขั้น ถ้ายังไม่แน่ใจว่าคริปโตต่างจาก Forex ตรงไหน อ่าน คริปโตต่างจาก Forex อย่างไร ก่อน
ไม่มีวันหมดอายุ แล้วราคาอยู่ใกล้ Spot ได้ยังไง
Futures แบบปกติมีวันส่งมอบ พอถึงวันนั้นราคาสัญญาต้องเท่ากับราคา Spot (ราคาเหรียญจริง) ตลาดเลยมีจุดยึด แต่ Perpetual ไม่มีวันนั้น ราคาจึงลอยห่างจาก Spot ได้ถ้าคนอยากถือฝั่งใดฝั่งหนึ่งมากเกินไป
ตัวที่ดึงกลับคือ Funding เงินที่ฝั่ง Long กับฝั่ง Short จ่ายให้กันเป็นรอบ ๆ โดยเทียบราคา Perp กับ Index price ซึ่งเป็นราคาเฉลี่ยของเหรียญนั้นจากหลายกระดาน Spot
- ราคา Perp สูงกว่า Index → Funding rate เป็นบวก → Long จ่าย Short
- ราคา Perp ต่ำกว่า Index → Funding rate เป็นลบ → Short จ่าย Long
เมื่อการถือฝั่งที่คนแห่ไปมีต้นทุน และฝั่งตรงข้ามได้รับเงิน คนก็มีแรงจูงใจปิดฝั่งที่แพงหรือเปิดฝั่งที่ได้รับเงิน ราคา Perp จึงถูกดึงกลับเข้าหา Index
Funding คิดยังไง และตัวอย่างต้นทุน
Funding ต่อรอบ = มูลค่าสถานะ × Funding rate
มูลค่าสถานะ (Notional) คือจำนวนเหรียญ × ราคา ซึ่งโดยทั่วไปใช้ Mark price ณ เวลาตัดรอบ จุดที่คนมักพลาดคือ Funding คิดจากมูลค่าสถานะทั้งก้อน ไม่ใช่จาก Margin ที่วางไว้
รอบการจ่ายที่พบบ่อยคือทุก 8 ชั่วโมง (วันละ 3 รอบ) แต่ไม่ใช่ทุกที่ บางกระดานหรือบางสัญญาใช้รอบ 1 หรือ 4 ชั่วโมง และอัตราเปลี่ยนทุกรอบตามส่วนต่างราคา Perp กับ Index ตอนราคาสองฝั่งใกล้กัน หลายกระดานมีอัตราฐานอยู่ราว 0.01% ต่อ 8 ชั่วโมง เช็กของจริงได้จากรายละเอียดสัญญา (Contract specification) และตัวนับถอยหลังบนหน้าเทรด
ตัวอย่าง: เปิด Long BTC 0.5 เหรียญ ที่ราคา 60,000 USDT ใช้ Leverage 10 เท่า
- มูลค่าสถานะ = 0.5 × 60,000 = 30,000 USDT
- Margin ที่วาง = 30,000 ÷ 10 = 3,000 USDT
- Funding +0.01% ต่อรอบ 8 ชั่วโมง → จ่าย 30,000 × 0.0001 = 3 USDT ต่อรอบ หรือ 9 USDT ต่อวัน
- ถ้าอัตรานี้คงที่ 30 วัน (90 รอบ) → 3 × 90 = 270 USDT เท่ากับ 9% ของ Margin
- ถ้าตลาดคึกจน Funding ขึ้นไป 0.05% ต่อรอบ → 15 USDT ต่อรอบ 30 วันเป็น 1,350 USDT หรือ 45% ของ Margin
ในความจริงอัตราไม่คงที่ และติดลบได้ (ตอนนั้นฝั่ง Long เป็นคนได้รับ) แต่ตัวอย่างนี้ชี้ว่า ยิ่งใช้ Leverage สูง Funding ยิ่งกินสัดส่วนของ Margin มาก เพราะมันคิดจากมูลค่าเต็ม คล้าย Swap ข้ามคืนของ Forex ที่อธิบายไว้ใน ค่า Swap ข้ามคืน ใครถือสถานะเป็นสัปดาห์ต้องบวก Funding เข้าไปในต้นทุนด้วย
Mark price กับ Last price ต่างกันยังไง
- Last price คือราคาที่ซื้อขายกันล่าสุดบนกระดานนั้น ไส้เทียนยาว ๆ ช่วงวินาทีเดียวเกิดได้ถ้ามีคำสั่งก้อนใหญ่กวาดออเดอร์บุ๊กที่บาง
- Mark price คือราคาอ้างอิงที่กระดานคำนวณจาก Index price (ราคาจากหลายกระดาน) ปรับด้วยส่วนต่างที่ทำให้เรียบแล้ว สูตรละเอียดแต่ละกระดานไม่เหมือนกัน
กระดานส่วนใหญ่ใช้ Mark price คำนวณกำไรขาดทุนที่ยังไม่ปิด (Unrealized PnL) และตัดสิน Liquidation เพื่อไม่ให้ไส้เทียนบนกระดานเดียวล้างสถานะคนทั้งตลาด เช่น Last price กระชากลงไปแตะ 53,500 ไม่กี่วินาที แต่ Mark price อยู่ที่ 55,000 สถานะที่มีราคา Liquidation 54,271 (จากตัวอย่างด้านล่าง) ก็ยังไม่ถูกปิด
แต่ Stop loss ของเราเองเป็นอีกเรื่อง บางกระดานให้เลือกว่าจะใช้ Last price หรือ Mark price เป็นตัวกระตุ้น ถ้าเลือก Last price ไส้เทียนแบบนั้นก็ปิด Stop loss ได้ เช็กตัวเลือกนี้ทุกครั้งตอนตั้งคำสั่ง (ประเภทคำสั่งซื้อขาย มีพื้นฐานเรื่องนี้)
Isolated กับ Cross margin
- Isolated แยก Margin ของแต่ละสถานะออกจากกัน ถ้าโดน Liquidate ก็เสียแค่ Margin ที่วางให้สถานะนั้น เงินที่เหลือในบัญชีไม่ถูกแตะ ข้อเสียคือราคา Liquidation อยู่ใกล้
- Cross ใช้ยอดเงินทั้งบัญชี (ในสกุลเดียวกัน) เป็นกันชนร่วมกันของทุกสถานะ ราคา Liquidation จึงไกลกว่า แต่ถ้าราคาวิ่งสวนแรงจริง อาจเสียมากกว่าที่ตั้งใจ และสถานะหนึ่งที่ขาดทุนลากสถานะอื่นไปด้วยได้
Cross ไม่ได้ทำให้ปลอดภัยขึ้น แค่เลื่อนจุดตายออกไปโดยเอาเงินทั้งบัญชีมาค้ำ ความเสี่ยงจริงยังกำหนดด้วยขนาดสถานะและ Stop loss
คำนวณราคา Liquidation (Long แบบ Isolated)
สถานะถูก Liquidate เมื่อ Margin ที่เหลือ (Margin ที่วาง + กำไรขาดทุน) ลดลงจนเท่ากับ Maintenance margin คือเงินขั้นต่ำที่ต้องมีเพื่อถือสถานะต่อ เขียนเป็นสัดส่วนของมูลค่าสถานะเรียกว่า MMR (Maintenance margin rate) สำหรับสัญญาที่วาง Margin เป็น USDT ถ้าตัดค่าธรรมเนียมและ Funding ออก จะได้สูตรประมาณ
ราคา Liquidation (Long) ≈ ราคาเข้า × (1 − 1/Leverage) ÷ (1 − MMR)
ใช้ตัวอย่างเดิม Long 0.5 BTC ที่ 60,000 Leverage 10 เท่า และสมมุติ MMR = 0.5%
- 1 − 1/10 = 0.9
- 60,000 × 0.9 = 54,000
- 54,000 ÷ (1 − 0.005) = 54,000 ÷ 0.995 = 54,271.36
- ระยะจากราคาเข้า = (60,000 − 54,271.36) ÷ 60,000 = 9.55%
ตรวจคำตอบ: ที่ 54,271.36 ขาดทุน 0.5 × (60,000 − 54,271.36) = 2,864.32 Margin เหลือ 3,000 − 2,864.32 = 135.68 ส่วน Maintenance margin = 0.5 × 54,271.36 × 0.5% = 135.68 เท่ากันพอดี
ถ้าเป็น Cross และในบัญชีมีเงินรวม 5,000 USDT โดยมีแค่สถานะนี้สถานะเดียว เงินทั้งก้อนเป็นกันชน ราคา Liquidation เลื่อนไปที่ (30,000 − 5,000) ÷ (0.5 × 0.995) ≈ 50,251 ห่างราคาเข้า 16.25% ไกลกว่าแบบ Isolated แต่ถ้าโดนจริงก็เสียเกือบทั้ง 5,000
ข้อจำกัดของสูตรนี้: ของจริงกระดานหักค่าธรรมเนียมการปิดสถานะ บางที่คิด Maintenance ต่างจากนี้ และ MMR ไม่ได้คงที่ แต่เป็น ขั้นบันได (tier) ยิ่งสถานะใหญ่ MMR ยิ่งสูงและ Leverage สูงสุดที่เปิดได้ยิ่งต่ำ ราคาจริงจึงมักอยู่ใกล้กว่าสูตรนี้เล็กน้อย ใช้สูตรเพื่อเข้าใจภาพ แล้วดูตัวเลขจริงที่กระดานแสดงก่อนกดเปิดทุกครั้ง ฝั่ง Short ใช้หลักเดียวกันกลับด้าน คือราคาวิ่งขึ้นไปหา Liquidation
ความเชื่อผิดเรื่อง Leverage
หลักเดียวกับ Forex ที่อธิบายใน Leverage, Margin และ Stop out: Leverage ไม่ได้เปลี่ยนว่าราคาขยับ 1% แล้วเสียเงินเท่าไร สิ่งที่กำหนดคือขนาดสถานะ
ถือ Long 0.5 BTC ที่ 60,000 ถ้าราคาลง 1% เหลือ 59,400 เสีย 0.5 × 600 = 300 USDT ไม่ว่าจะใช้ 10 เท่า (วาง Margin 3,000) หรือ 20 เท่า (วาง 1,500) ที่ต่างกันมีแค่
- Margin ที่ผูกไว้กับสถานะ
- ระยะถึง Liquidation: 9.55% ที่ 10 เท่า เทียบกับ 4.52% ที่ 20 เท่า (จากสูตรเดิม)
วิธีที่ถูกคือเริ่มจากเงินที่ยอมเสีย แล้วคำนวณขนาดจากระยะ Stop loss เช่น บัญชี 5,000 USDT ยอมเสีย 1% = 50 USDT ตั้ง Stop loss ต่ำกว่าราคาเข้า 2% (60,000 → 58,800 ห่าง 1,200) ขนาดคือ 50 ÷ 1,200 ≈ 0.0417 BTC มูลค่าราว 2,500 USDT จากนั้นค่อยเลือก Leverage ให้ Margin พอ และให้ราคา Liquidation อยู่ไกลกว่า Stop loss มาก ๆ ที่ 5 เท่า Margin ราว 500 USDT ราคา Liquidation ประมาณ 48,241 อยู่ห่างใต้ Stop loss ที่ 58,800 มาก เรื่องขนาดสถานะกับความผันผวนของคริปโตมีละเอียดใน ขนาดสถานะคริปโตตามความผันผวน หรือใช้ เครื่องคำนวณคริปโต
กฎง่าย ๆ: ถ้าราคา Liquidation อยู่ก่อนถึง Stop loss Stop loss นั้นไม่มีความหมาย สถานะจะโดนปิดก่อน และโดนหักค่าธรรมเนียม Liquidation เพิ่ม
Insurance fund และ ADL
เวลาตลาดวิ่งเร็วมาก สถานะที่โดน Liquidate อาจปิดได้ราคาแย่กว่าจุดที่ Margin หมดพอดี ส่วนที่ขาดนั้นกระดานใช้ Insurance fund (กองทุนประกัน) ชดเชย ถ้ากองทุนไม่พอ บางกระดานใช้ ADL (Auto-deleveraging) คือลดสถานะของฝั่งตรงข้ามที่กำลังกำไร ตามลำดับที่กระดานกำหนด แปลว่าแม้ถือฝั่งที่ถูก ก็อาจถูกปิดบางส่วนก่อนเวลาในวันที่ตลาดวุ่นมาก ๆ ได้ รายละเอียดดูจากเอกสารของกระดานที่ใช้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- คิดว่า Funding คิดจาก Margin ที่จริงคิดจากมูลค่าสถานะเต็ม Leverage สูงยิ่งทำให้ Funding กิน Margin เร็ว
- ถือนานโดยไม่นับ Funding อัตราเล็ก ๆ ต่อรอบ สะสมเป็นสัปดาห์หรือเดือนแล้วไม่เล็ก
- ใช้ Leverage แทนการคำนวณขนาด ขาดทุนต่อ 1% ขึ้นกับขนาดสถานะ ไม่ใช่ตัวคูณ
- ไม่มี Stop loss เพราะคิดว่า Liquidation คือ Stop loss Liquidation เสีย Margin เกือบทั้งหมดบวกค่าธรรมเนียม และเป็นจุดที่เราไม่ได้เลือกเอง
- เปลี่ยนเป็น Cross เพื่อหนี Liquidation จุดตายเลื่อนออกไป แต่ถ้าโดนก็เสียมากขึ้น
- ไม่ดูว่า Stop loss ใช้ราคาอะไรเป็นตัวกระตุ้น Last price กับ Mark price ให้ผลต่างกันในวันที่มีไส้เทียนยาว
Perpetual เป็นเครื่องมือ ไม่ได้ดีหรือแย่ในตัวเอง ถ้ารู้ต้นทุน Funding รู้ว่าราคา Liquidation อยู่ตรงไหน และกำหนดขนาดจากเงินที่ยอมเสีย ก็คุมความเสี่ยงได้ด้วยหลักเดียวกับตลาดอื่น
คำถามที่พบบ่อย
Funding rate จ่ายให้กระดานเทรดหรือเปล่า
โดยทั่วไปไม่ใช่ Funding เป็นเงินที่ผู้ถือ Long และ Short จ่ายให้กันเอง กระดานเป็นแค่ตัวกลาง ส่วนที่กระดานเก็บคือค่าธรรมเนียมซื้อขาย ซึ่งแยกต่างหาก
ถ้าปิดสถานะก่อนถึงเวลาตัดรอบ ต้องจ่าย Funding ไหม
โดยทั่วไปไม่ต้อง Funding คิดเฉพาะคนที่ถือสถานะอยู่ ณ เวลาตัดรอบ ถ้าปิดก่อนก็ไม่ได้จ่ายและไม่ได้รับรอบนั้น เวลาตัดรอบดูได้จากตัวนับถอยหลังบนหน้าเทรดหรือในรายละเอียดสัญญา
Leverage เท่าไรถึงปลอดภัย
ไม่มีตัวเลขไหนปลอดภัยในตัวเอง สิ่งที่ควรดูคือขนาดสถานะ (เงินที่เสียถ้าโดน Stop loss) และให้ Stop loss อยู่ก่อนถึงราคา Liquidation ห่างพอสมควร เลือก Leverage ให้ต่ำพอที่เงื่อนไขนี้เป็นจริง
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด