เรียนรู้ › จัดการความเสี่ยง

พอร์ตเล็ก 100–500 ดอลลาร์ คุมความเสี่ยงยังไง เมื่อ lot ขยับได้ทีละ 0.01

lot ต่ำสุด 0.01 ทำให้พอร์ตเล็กเสี่ยง 1% ไม่ได้จริงในหลายกรณี ดูตารางเสี่ยงต่ำสุดตามขนาดพอร์ตและ Stop loss ทางเลือกที่มี และทำไมเติมทุนดีกว่าเร่งความเสี่ยง

เริ่มต้น อ่าน 12 นาที 23 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • 0.01 lot คือก้อนความเสี่ยงที่เล็กที่สุด พอร์ต 200 ดอลลาร์กับ Stop loss 30 pip เสี่ยงต่ำสุดได้ 1.5% ต่อไม้ ต่ำกว่านี้ไม่ได้
  • ปัดลงทีละ 0.01 ทำให้เสี่ยงจริงต่ำกว่าเป้า คลาดได้สูงสุดหนึ่งขั้น พอร์ตยิ่งเล็กยิ่งคลาดมาก
  • ทางเลือกที่ถูกคือเลือกไม้ที่ Stop loss เข้ากับพอร์ต ข้ามไม้ที่ไม่เข้า หรือใช้บัญชีที่สัญญาเล็กลง ไม่ใช่บีบ Stop loss หรือเร่ง % เสี่ยง
  • ในการจำลองของเรา ค่ากลางของการเติมเงินเดือนละ 100 ดอลลาร์สูงกว่าการเร่งเสี่ยง 5–10% ต่อไม้ และไม่เสี่ยงหมดพอร์ต

สูตรขนาดไม้บอกว่าให้คิด lot จากเงินที่ยอมเสียและระยะ Stop loss แต่แพลตฟอร์มเปิดได้ทีละขั้น ส่วนใหญ่ต่ำสุด 0.01 lot และขยับทีละ 0.01 สำหรับพอร์ต 5,000 ดอลลาร์ ขั้นนี้เล็กจนไม่รู้สึก แต่สำหรับพอร์ต 100–500 ดอลลาร์ 0.01 lot อาจเท่ากับ 2–10% ของพอร์ตต่อไม้ บทนี้คำนวณให้ดูว่าพอร์ตแต่ละขนาดเสี่ยงต่ำสุดได้เท่าไหร่ ปัดเศษแล้วคลาดจาก 1% แค่ไหน ทางเลือกที่มีจริง และทำไมการเติมทุนพาพอร์ตไปไกลกว่าการเร่งความเสี่ยง

บทนี้ต่อยอดจาก คำนวณ lot จากระยะ Stop loss หลักเสี่ยง 1% ต่อไม้ และ pip กับ lot ต่างกันยังไง

0.01 lot คือก้อนความเสี่ยงที่เล็กที่สุด

ค่าที่โบรกส่วนใหญ่ใช้ (เช็คของตัวเองใน Specification)

  • EURUSD 0.01 lot = 1,000 หน่วยสกุลเงิน ราคาขยับ 1 pip มีค่า 0.10 ดอลลาร์
  • ทองคำ XAUUSD 1 lot มักเท่ากับ 100 ออนซ์ 0.01 lot จึงเท่ากับ 1 ออนซ์ ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ มีค่า 1 ดอลลาร์

ดังนั้นเงินที่เสียเมื่อโดน Stop loss ที่ 0.01 lot คือ

  • EURUSD Stop loss 10 / 30 / 100 pip เสีย 1 / 3 / 10 ดอลลาร์
  • ทองคำ Stop loss ห่าง 3 / 5 / 10 ดอลลาร์ เสีย 3 / 5 / 10 ดอลลาร์

นี่คือความเสี่ยงที่เล็กที่สุดที่เปิดได้ หารด้วยยอดพอร์ตก็ได้ % เสี่ยงต่ำสุดต่อไม้

Stop lossเสียที่ 0.01 lotพอร์ต 1002005001,0005,000
EURUSD 10 pip11%0.5%0.2%0.1%0.02%
EURUSD 30 pip33%1.5%0.6%0.3%0.06%
EURUSD 100 pip1010%5%2%1%0.2%
ทองคำ 3 ดอลลาร์33%1.5%0.6%0.3%0.06%
ทองคำ 5 ดอลลาร์55%2.5%1%0.5%0.1%
ทองคำ 10 ดอลลาร์1010%5%2%1%0.2%

ตัวอย่าง พอร์ต 200 ดอลลาร์ Stop loss 30 pip: 3 ÷ 200 = 1.5% ถ้าตั้งใจเสี่ยง 1% จะทำไม่ได้เลย ต่ำสุดที่เปิดได้คือ 1.5%

กลับด้านกัน ถ้าอยากเสี่ยงไม่เกิน 1% พอร์ตต้องมีอย่างน้อย 100 เท่าของเงินที่เสียที่ 0.01 lot

EURUSD 10 pip (เสีย 1 ดอลลาร์ที่ 0.01 lot) EURUSD 30 pip หรือทองคำ 3 ดอลลาร์ (เสีย 3) ทองคำ 5 ดอลลาร์ (เสีย 5) EURUSD 100 pip หรือทองคำ 10 ดอลลาร์ (เสีย 10) 100200 300600 5001,000 1,0002,000 0500 1,0001,500 2,000 พอร์ตขั้นต่ำ ถ้าเสี่ยงไม่เกิน 1% พอร์ตขั้นต่ำ ถ้าเสี่ยงไม่เกิน 0.5%
ยอดพอร์ต (ดอลลาร์) ที่น้อยที่สุดที่เปิด 0.01 lot ได้โดยไม่เกินความเสี่ยงที่ตั้งไว้ คำนวณจาก เงินที่เสียที่ 0.01 lot ÷ % เสี่ยง ใช้ค่าสัญญาที่โบรกส่วนใหญ่ใช้

ปัดลงแล้ว เสี่ยงจริงคลาดจาก 1% แค่ไหน

แม้พอร์ตใหญ่พอเปิด 0.01 lot ได้ ปัญหายังไม่จบ เพราะ lot ต้องปัดลงเป็นขั้นละ 0.01 (ปัดขึ้นจะเสี่ยงเกิน) เสี่ยงจริงจึงต่ำกว่าเป้าเสมอ ยกเว้นตอนหารลงตัวพอดี

ตัวอย่าง Stop loss 30 pip เป้าเสี่ยง 1%

พอร์ตเงินที่ยอมเสียlot ที่คำนวณได้lot หลังปัดลงเสี่ยงจริง
20020.00670 (เปิดไม่ได้)—
50050.01670.010.6%
70070.02330.020.86%
1,000100.03330.030.9%
5,000500.16670.160.96%

วิธีคิดแถว 1,000: เงินที่ยอมเสีย 10 ดอลลาร์ ÷ (30 pip × 10 ดอลลาร์ต่อ pip ของ 1 lot) = 0.0333 lot ปัดลงเป็น 0.03 ตรวจกลับ 0.03 lot × 30 pip × 10 = 9 ดอลลาร์ = 0.9% ของพอร์ต

ความคลาดสูงสุดเท่ากับหนึ่งขั้น คือเงินที่เสียที่ 0.01 lot ÷ ยอดพอร์ต กรณีนี้ 3 ÷ พอร์ต พอร์ต 500 คลาดได้ไม่เกินหนึ่งขั้นคือ 0.6 จุด (ที่ 500 พอดีเปิดได้ 0.01 lot เสี่ยงจริง 0.6% ต่ำกว่าเป้า 0.4 จุด) พอร์ต 5,000 คลาดได้แค่ 0.06 จุด พอร์ตเล็กจึงคุมความเสี่ยงได้หยาบกว่า แม้ใช้สูตรเดียวกัน

บังคับเปิด 0.01 lot: เสี่ยงจริง 3% ที่พอร์ต 100, 1.5% ที่ 200 ปัดลงทีละ 0.01 lot: เสี่ยงจริงต่ำกว่า 1% เป็นฟันเลื่อย เป้า 1% 0%1% 2%3% 100500 1,0001,500 2,000 ยอดพอร์ต (ดอลลาร์) ช่วง 100–300: ปัดลงแล้วได้ 0 lot เปิดไม่ได้
เสี่ยงจริงต่อไม้เมื่อตั้งเป้า 1% กับ Stop loss ที่เสีย 3 ดอลลาร์ต่อ 0.01 lot (EURUSD 30 pip หรือทองคำ 3 ดอลลาร์) คำนวณจาก ปัดลง(พอร์ต × 1% ÷ 3) × 3 ÷ พอร์ต

ปัญหานี้บังคับให้เลือกอะไรบ้าง

เมื่อ 0.01 lot ใหญ่เกินพอร์ต ทางเลือกมีไม่กี่ทาง และแต่ละทางมีราคา

  1. เลือกเฉพาะไม้ที่ Stop loss เข้ากับพอร์ต พอร์ต 200 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% = 2 ดอลลาร์ ที่ 0.01 lot รับ Stop loss ได้ไม่เกิน 20 pip ใน EURUSD หรือ 2 ดอลลาร์ในทองคำ ไม้ที่กราฟบอกว่าต้องกว้างกว่านั้นให้ข้าม แปลว่าจะได้เทรดน้อยลง และเลือกสินทรัพย์หรือ Timeframe ได้น้อยลง
  2. อย่าบีบ Stop loss ให้พอดี lot Stop loss ที่ย้ายเข้ามาเพื่อให้เปิดไม้ได้ ไม่ได้อยู่ในจุดที่กราฟบอกแล้ว โดนกวาดง่ายขึ้น และ spread กินสัดส่วนมากขึ้น (ดูหัวข้อต้นทุนด้านล่าง)
  3. ยอมรับความเสี่ยงที่สูงกว่า แต่ตั้งเพดานไว้ก่อน เช่น ยอม 1.5% ต่อไม้ได้ แต่ไม่เกิน 2% และเขียนไว้ใน แผนเทรดเป็นกติกา ทั้งนี้ต้องรู้ว่าเสี่ยงต่อไม้มากขึ้น drawdown ลึกขึ้นตาม
  4. ใช้บัญชีที่ขนาดสัญญาเล็กกว่า (ดูหัวข้อ Specification ด้านล่าง)
  5. เติมทุน หรือรอให้พอร์ตใหญ่พอ ทางที่ช้าที่สุดแต่ปลอดภัยที่สุด

ส่วน Leverage ไม่ช่วยเรื่องนี้ Leverage กำหนดแค่ Margin ที่ต้องวาง ตัวอย่าง EURUSD ราคา 1.10 (สมมติ) 0.01 lot มีมูลค่า 1,100 ดอลลาร์ ที่ 1:100 วาง Margin 11 ดอลลาร์ ที่ 1:500 วาง 2.2 ดอลลาร์ แต่ขยับ 1 pip ยังมีค่า 0.10 ดอลลาร์เท่าเดิม อ่านเพิ่มใน Leverage, Margin และ Stop out

“พอร์ตเล็ก เลยต้องเสี่ยงหนักหน่อย” อันตรายยังไง

ความคิดนี้ฟังดูมีเหตุผล 1% ของ 200 ดอลลาร์คือ 2 ดอลลาร์ รู้สึกว่าน้อยจนไม่คุ้ม แต่คณิตศาสตร์ของ drawdown ไม่สนว่าพอร์ตเล็กหรือใหญ่ มันคิดเป็น %

แพ้ติดกัน 10 ไม้ (เจอได้เมื่อเทรดไปหลายร้อยไม้ สำหรับระบบที่ชนะราวครึ่งหนึ่ง ดู แพ้ติดกันเป็นเรื่องปกติ)

เสี่ยงต่อไม้เหลือพอร์ตต้องกำไรกลับ
1%90.4%+10.6%
2%81.7%+22.4%
5%59.9%+67.0%
10%34.9%+186.8%

วิธีคิด: เหลือ = (1 − % เสี่ยง) ยกกำลัง 10 เช่น 0.95¹⁰ = 0.599 ต้องกำไรกลับ = 1 ÷ 0.599 − 1 = 67%

พอร์ตเล็กที่เสี่ยง 10% ต่อไม้ ไม่ได้ “โตเร็ว” แต่ใกล้ศูนย์เร็ว ยิ่งกว่านั้น เสี่ยงมากเกินจุดหนึ่งพอร์ตโตช้าลงแม้ระบบได้เปรียบ (อ่าน ทบต้นขนาดไม้ และ Risk of ruin)

ดู lot ต่ำสุดและขั้นใน Specification

อย่าเดาค่าพวกนี้ ใน MT5 คลิกขวาที่สัญลักษณ์ใน Market Watch เลือก Specification แล้วดู

  • Contract size ขนาดสัญญาต่อ 1 lot เช่น 100,000 สำหรับคู่เงิน หรือ 100 ออนซ์สำหรับทองคำ (ต่างกันได้ตามบัญชี)
  • Minimal volume lot ต่ำสุดที่เปิดได้
  • Volume step ขั้นที่ขยับได้ ส่วนใหญ่ 0.01 บางสัญลักษณ์หรือบางบัญชีอาจเป็น 0.1 หรือ 1
  • Swap long / Swap short และค่าคอมมิชชัน (ถ้ามี) เพื่อคิดต้นทุน

บัญชี Cent แสดงยอดเงินเป็นเซนต์ ฝาก 100 ดอลลาร์เห็นเป็น 10,000 USC ถ้าขนาดสัญญาเล็กกว่าบัญชีปกติ 100 เท่า (ตั้งค่าที่พบบ่อย แต่ต้องเช็ค) 0.01 lot EURUSD ขยับ 1 pip มีค่า 0.10 USC ตัวอย่าง: พอร์ต 10,000 USC เสี่ยง 1% = 100 USC Stop loss 30 pip ได้ 100 ÷ 3 = 33 ขั้น หรือ 0.33 lot เสียจริง 99 USC = 0.99% ใกล้เป้ามาก

บัญชี Micro แต่ละที่นิยามต่างกัน บางที่ใช้ขนาดสัญญา 1,000 หน่วยต่อ lot บางที่แค่หมายถึงบัญชีเงินฝากต่ำ บัญชีเล็กเหล่านี้อาจมี spread, swap หรือเงื่อนไขต่างจากบัญชีปกติ ให้เทียบใน Specification ก่อน และกรอกค่าจริงใน เครื่องคิดขนาด lot

ต้นทุนที่พอร์ตเล็กรู้สึกหนักกว่า

spread และค่าคอมต่อ lot ขยับตาม lot เป็นสัดส่วน ถ้าเสี่ยง % เท่ากัน สัดส่วนต้นทุนต่อความเสี่ยงจะขึ้นกับระยะ Stop loss มากกว่าขนาดพอร์ต ปัญหาของพอร์ตเล็กอยู่ที่ 3 จุด

  • ถูกดันไปใช้ Stop loss แคบ spread 1 pip คิดเป็น 10% ของ Stop loss 10 pip แต่แค่ 1% ของ 100 pip ทองคำ spread 0.25 ดอลลาร์ (สมมติ) คิดเป็น 8.3% ของ Stop loss 3 ดอลลาร์ และ 2.5% ของ 10 ดอลลาร์ ค่าคอม 7 ดอลลาร์ต่อ lot ไปกลับ (สมมติ) ที่ 0.01 lot = 0.07 ดอลลาร์ เท่ากับ 7% ของความเสี่ยงถ้า Stop loss 10 pip อ่านเพิ่มใน ต้นทุน spread ต่อไม้
  • ถูกบังคับเปิดไม้ใหญ่เกินพอร์ต swap คิดต่อ lot เมื่อพอร์ต 200 ต้องถือ 0.01 lot ทองคำทั้งที่ขนาดที่ถูกคือ 0.004 lot (Stop loss 5 ดอลลาร์ เสี่ยง 1%) สมมติ swap −0.40 ดอลลาร์ต่อ 0.01 lot ต่อคืน ถือ 10 คืนเสีย 4 ดอลลาร์ = 2% ของพอร์ต ส่วนพอร์ต 1,000 ที่ถือขนาดถูกคือ 0.02 lot เสีย 8 ดอลลาร์ = 0.8% ตัวเลข swap จริงดูใน Swap ค่าข้ามคืน
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น VPS เดือนละ 15 ดอลลาร์ (สมมติ) ปีละ 180 ดอลลาร์ เท่ากับ 90% ของพอร์ต 200 แต่ 3.6% ของพอร์ต 5,000 ค่าโอนเงินเข้าออกก็เช่นกัน พอร์ตเล็กควรตัดค่าใช้จ่ายคงที่ให้เหลือน้อยที่สุด

คาดหวังการเติบโตแบบตรงไปตรงมา

ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าระบบจะทำได้เท่าไหร่ และคนส่วนใหญ่ยังไม่มีหลักฐานว่าระบบของตัวเองได้เปรียบหลังหักต้นทุน สิ่งที่คำนวณได้แน่นอนคือ พอร์ต 200 ดอลลาร์ฝากเพิ่มเดือนละ 100 ดอลลาร์ ครบ 24 เดือนมีเงินที่ใส่เข้าไป 200 + 100 × 24 = 2,600 ดอลลาร์ ถ้าจะไปถึง 2,600 จากการเทรดอย่างเดียวโดยไม่ฝากเพิ่ม พอร์ตต้องโต 13 เท่า

เราลองจำลองให้เห็นภาพ ระบบสมมติบน EURUSD Stop loss 30 pip, Take profit 45 pip, ต้นทุน 1 pip ต่อไม้ (ชนะได้ 44 แพ้เสีย 31 pip) เดือนละ 20 ไม้ 24 เดือน เริ่ม 200 ดอลลาร์ คิด lot ใหม่ทุกไม้ ปัดลงทีละ 0.01 ถ้าคำนวณได้ต่ำกว่า 0.01 ใช้ 0.01 สุ่ม 10,000 รอบต่อแบบ สองกรณี

  • มี edge เล็ก ๆ: ชนะ 45% เฉลี่ย +2.75 pip ต่อไม้หลังต้นทุน
  • ไม่มี edge: ชนะ 40% ซึ่งเท่ากับเสมอตัวก่อนต้นทุน จึงเสียเฉลี่ย 1 pip ต่อไม้
แบบเงินที่ใส่มี edge: กลาง (10%–90%)มี edge: จบต่ำกว่าเงินที่ใส่ไม่มี edge: กลาง (10%–90%)ไม่มี edge: จบต่ำกว่าเงินที่ใส่
เสี่ยง 1% + ฝากเดือนละ 1002,6003,172 (2,619–3,898)9%2,386 (2,009–2,867)73%
เสี่ยง 1% ไม่ฝาก200332 (227–437)5%152 (47–257)73%
เสี่ยง 5% ไม่ฝาก200619 (139–3,471)18%74 (1.5–202)90%
เสี่ยง 10% ไม่ฝาก200449 (35–12,639)37%2.3 (0.6–63)97%

“กลาง” คือค่ามัธยฐานของยอดพอร์ตเดือนที่ 24 ในวงเล็บคือช่วงที่ 80% ของรอบตกอยู่

มี edge เล็ก ๆ (ชนะ 45%) เสี่ยง 1% + ฝากเดือนละ 100 เสี่ยง 1% ไม่ฝาก เสี่ยง 5% ไม่ฝาก เสี่ยง 10% ไม่ฝาก ไม่มี edge (ชนะ 40%) เสี่ยง 1% + ฝากเดือนละ 100 เสี่ยง 1% ไม่ฝาก เสี่ยง 5% ไม่ฝาก เสี่ยง 10% ไม่ฝาก 110 1001,000 10,000 ยอดพอร์ตเดือนที่ 24 (ดอลลาร์ สเกล log) ช่วง 10%–90% ของรอบ ค่ากลาง เงินที่ใส่เข้าไปทั้งหมด
ผลจำลอง Monte Carlo 10,000 รอบต่อแบบ จากระบบสมมติ ไม่ใช่ตลาดจริงและไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง เสี่ยงมากทำให้ผลกระจายกว้าง บางรอบโตมาก แต่ค่ากลางไม่ได้ดีขึ้นตาม % เสี่ยง (10% ต่ำกว่า 5%) และโอกาสจบต่ำกว่าเงินที่ใส่สูงขึ้นมาก

สิ่งที่เห็นจากตาราง

  • ทั้งสองกรณี แบบฝากเพิ่มมีค่ากลางสูงที่สุด และเงินส่วนใหญ่ในพอร์ตมาจากเงินฝาก ไม่ใช่จากการเทรด
  • มี edge แล้วเสี่ยง 5% ค่ากลาง 619 ดีกว่า 1% (332) แต่ 85% ของรอบเคยร่วงจากจุดสูงสุดถึงครึ่งพอร์ตอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ที่ 10% ทุกรอบเคยร่วงถึงครึ่ง และค่ากลางกลับต่ำกว่าแบบ 5%
  • ไม่มี edge แล้วเสี่ยง 10% ค่ากลางเหลือ 2.3 ดอลลาร์ และ 72% ของรอบเหลือเงินไม่พอแพ้อีกไม้ที่ 0.01 lot
  • แม้ตั้งไว้ 1% กรณีไม่มี edge ก็หมดพอร์ตได้ 5% ของรอบ เพราะพอร์ตต่ำกว่า 300 ต้องเปิด 0.01 lot ซึ่งเสี่ยงจริงเกิน 1% และยิ่งพอร์ตลด % เสี่ยงยิ่งสูง นี่คือผลของปัญหา 0.01 lot ตรง ๆ

พอร์ตเล็กโตจากเงินออมได้แน่นอนกว่าโตจากความเสี่ยง ใช้ช่วงนี้สร้างวินัยและสถิติของระบบ ไม่ใช่เร่งยอด

จิตวิทยาของเงินก้อนเล็ก

“แค่ 50 ดอลลาร์เอง” เป็นประโยคที่ทำให้นิสัยเสียมากที่สุดประโยคหนึ่ง เมื่อเงินต่อไม้น้อยจนไม่เจ็บ คนมักทำสิ่งที่จะไม่ทำกับเงินก้อนใหญ่ เลื่อน Stop loss ออก เปิดไม้นอกแผน เปิดซ้ำทันทีหลังแพ้ หรือไม่จดบันทึก นิสัยพวกนี้ไม่หายไปเองตอนพอร์ตใหญ่ขึ้น มันติดตัวไปด้วย และตอนนั้นราคาของมันแพงขึ้นมาก

อีกด้านหนึ่ง เงินก้อนเล็กเป็นสนามฝึกที่ดีที่สุด เพราะความผิดพลาดยังถูก ใช้มันแบบนี้

  • คิดเป็น % และเป็น R ไม่ใช่เป็นดอลลาร์ R คือเงินที่เสี่ยงต่อไม้ แพ้ 3 ดอลลาร์ในพอร์ต 200 คือ −1.5% ไม่ใช่ “แค่ 3 ดอลลาร์”
  • ใช้เช็คลิสต์เดียวกับที่จะใช้ตอนพอร์ตใหญ่ เช่น รูทีนก่อนเทรด ถ้าตอนนี้ข้ามขั้นได้ ตอนเงินเยอะก็จะข้าม
  • วัดผลจากการทำตามกติกา ไม่ใช่จากยอดเงิน ดู กระบวนการสำคัญกว่าผลลัพธ์
  • ตั้งงบเรียนรู้ กำหนดว่าเงินก้อนนี้คือค่าเรียน ถ้าลดถึงระดับที่ตั้งไว้ ให้หยุดทบทวน ไม่ใช่ฝากเพิ่มเพื่อเอาคืน

นิสัยที่ฝึกกับเงิน 200 ดอลลาร์ คือนิสัยที่จะใช้กับเงิน 20,000 ดอลลาร์

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ปัด lot ขึ้น คำนวณได้ 0.0067 แล้วเปิด 0.01 โดยไม่รู้ตัวว่าเสี่ยง 1.5% ไม่ใช่ 1% ถ้าจะเปิด ต้องรู้ตัวเลขจริงก่อนกด
  • ย้าย Stop loss ให้เข้ากับ lot แทนที่จะเลือกไม้ที่ Stop loss เข้ากับพอร์ต
  • เพิ่ม % เสี่ยงเพราะเงินน้อย ทั้งที่ drawdown คิดเป็น % เหมือนพอร์ตใหญ่ทุกประการ
  • คิดว่า Leverage สูงแก้ปัญหาได้ Leverage ลด Margin ไม่ได้ลดเงินที่เสียต่อ pip
  • ไม่เปิด Specification ใช้ค่าสัญญาจากบทความหรือคนอื่นแทนค่าจริงของบัญชีตัวเอง โดยเฉพาะบัญชี Cent และ Micro
  • มองข้ามค่าใช้จ่ายคงที่ VPS ค่าโอน และค่าบริการต่าง ๆ ที่กินพอร์ตเล็กเป็นสัดส่วนสูง
  • ตั้งเป้ากำไรรายเดือน แล้วเร่งความเสี่ยงไล่เป้า ตลาดไม่ได้จ่ายตามปฏิทิน

ถ้าเริ่มจากบัญชีทดลอง อ่านต่อใน จากบัญชีทดลองสู่บัญชีจริง แล้วลองกรอกตัวเลขของตัวเองใน เครื่องคิดขนาด lot

ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

พอร์ต 100 ดอลลาร์เทรดได้ไหม

เปิดได้ แต่ 0.01 lot ของ EURUSD กับ Stop loss 30 pip เสียไม้ละ 3 ดอลลาร์ หรือ 3% ของพอร์ต ถ้าอยากเสี่ยงไม่เกิน 1% ต้องใช้ Stop loss ไม่เกิน 10 pip หรือใช้บัญชีที่ขนาดสัญญาเล็กกว่า ให้มองพอร์ตขนาดนี้เป็นช่วงฝึกวินัยกับเงินจริง ไม่ใช่ช่วงหาเงิน

Leverage สูงช่วยพอร์ตเล็กได้ไหม

ไม่ช่วยเรื่องความเสี่ยงต่อไม้ Leverage ลดแค่ Margin ที่ต้องวาง 0.01 lot ขยับ 1 pip ก็ยังมีค่า 0.10 ดอลลาร์เท่าเดิมไม่ว่า Leverage เท่าไหร่ สิ่งที่เปลี่ยนคือเปิดไม้ใหญ่เกินตัวได้ง่ายขึ้น

บัญชี Cent ต่างจากบัญชีปกติยังไง

ยอดเงินแสดงเป็นเซนต์ และขนาดสัญญาต่อ lot มักเล็กกว่าบัญชีปกติ จึงแบ่งความเสี่ยงได้ละเอียดขึ้น แต่แต่ละที่ตั้งค่าไม่เหมือนกัน ต้องเปิด Specification ดู Contract size, Minimal volume, spread และ swap ก่อนคำนวณทุกครั้ง

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

Kelly criterion และ optimal f: สูตรขนาดไม้ที่โตเร็วสุด แต่ใช้เต็มไม่ได้

ที่มาของสูตร Kelly ปี 1956 วิธีคิด f* = p − q/b ทำไม Kelly เต็มทำให้ drawdown ลึกเกิน 80% หน้าผาที่ 2 เท่าของ Kelly และทำไมเสี่ยง 0.5–1% ต่อไม้ถึงเป็นคำตอบที่ใช้ได้จริง

อ่าน 11 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

Risk of ruin โอกาสที่พอร์ตลงถึงจุดกลับไม่ได้ แม้ระบบจะได้เปรียบ

ระบบที่ได้เปรียบก็ล้มได้ ดูผลจำลอง 500 ไม้ว่าความเสี่ยงต่อไม้ รูปทรงกำไรขาดทุน และไม้แพ้ที่มาเป็นช่วง เพิ่มโอกาสลง −30% และ −50% แค่ไหน พร้อมสูตรประมาณ

อ่าน 11 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงกลาง

ทบต้นขนาดไม้ยังไงให้พอร์ตโต: lot คงที่ เสี่ยงเป็น % และสูตร Kelly

เทียบ lot คงที่กับเสี่ยงเป็น % ของพอร์ต คณิตศาสตร์ของการทบต้น ทำไม +50% แล้ว −50% เหลือ 75 สูตร Kelly และทำไมเสี่ยงมากเกินไปทำให้พอร์ตโตช้าลง

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์