เขียนแผนเทรดหน้าเดียว กฎชัดจนคนอื่นอ่านแล้วเปิดไม้เดียวกันได้
วิธีเขียนแผนเทรด 10 หัวข้อในหน้าเดียว แปลงกฎลอย ๆ ให้วัดได้ คำนวณส่วนความเสี่ยงทีละขั้น ทำเวอร์ชันแผน และขั้นตอนเปลี่ยนกฎ พร้อมเทมเพลตคัดลอกไปใช้ได้
- แผนเทรดที่ดีผ่าน "การทดสอบความกำกวม" คือคนอื่นอ่านแล้วเปิดไม้ ไม่เปิดไม้ และวาง Stop ได้ตรงกับเรา
- กฎที่ใช้คำอย่าง "เทรนด์แรง" หรือ "แนวรับดี" ต้องแปลงเป็นเงื่อนไขที่ตอบได้แค่ใช่หรือไม่ใช่ตอนแท่งปิด
- ส่วนความเสี่ยงต้องคำนวณได้ด้วยเครื่องคิดเลข พอร์ต 5,000 เสี่ยง 1% Stop 30 pip ได้ 0.16 lot และแพ้ 3 ไม้ก็ถึงเพดาน 3% ต่อวัน
- เปลี่ยนกฎได้เฉพาะตามขั้นตอนที่เขียนไว้ หลังครบจำนวนไม้และทดสอบกับข้อมูลที่ไม่ได้ใช้คิดกฎ ไม่ใช่ตอนกำลังขาดทุน
แผนเทรด (Trading plan) คือกฎที่เขียนไว้ล่วงหน้าว่าจะเทรดอะไร เมื่อไร เข้าตรงไหน เสี่ยงเท่าไร และออกยังไง คนส่วนใหญ่มีแผนอยู่ในหัว แต่แผนในหัวเปลี่ยนตามอารมณ์ได้เสมอ บทนี้เน้นเรื่องเดียว คือเขียนกฎให้ชัดจนคนสองคนอ่านแผนเดียวกันแล้วเปิดไม้เดียวกัน ราคาเดียวกัน Stop เดียวกัน เพราะถ้ายังทำไม่ได้ ผลที่จดได้ก็ไม่ได้วัดระบบ แต่วัดอารมณ์ของวันนั้น
บทนี้ต่างจาก บันทึกการเทรด ที่จดผลหลังเทรด และ เช็กลิสต์ก่อนเทรด ที่ใช้ทุกวันก่อนเปิดจอ แผนเทรดคือกฎที่ทั้งสองอย่างนั้นอ้างถึง
ทำไมต้องชัดจนคนอื่นทำตามได้
กฎที่กำกวมเปิดช่องให้ตัดสินใจตอนเห็นกราฟ และตอนนั้นเรามีอารมณ์เสมอ ไม้ที่อยากเข้าจะดูเหมือนผ่านกฎ ไม้ที่กลัวจะดูเหมือนไม่ผ่าน ผลคือมีสองปัญหาพร้อมกัน
- วัดผลไม่ได้ ถ้ากฎตีความได้หลายแบบ ไม้ 50 ไม้ในบันทึกอาจมาจาก 50 กฎที่ต่างกันเล็กน้อย Win rate ที่ได้ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับระบบเลย
- ทดสอบย้อนหลังไม่ได้ กฎที่เขียนเป็นโค้ดหรือนับบนกราฟเก่าไม่ได้ ก็ไม่มีทางรู้ว่ามีความได้เปรียบหรือเปล่า
ถ้าสองคนอ่านกฎเดียวกันแล้วเปิดไม้ต่างกัน นั่นยังไม่ใช่กฎ เป็นแค่ความรู้สึกที่เขียนลงกระดาษ
10 หัวข้อของแผนหน้าเดียว
| หัวข้อ | ต้องตอบอะไร |
|---|---|
| 1. ตลาดและช่วงเวลา | คู่เงินหรือสินทรัพย์ไหน Timeframe อะไร เทรดกี่โมงถึงกี่โมงเวลาไทย |
| 2. นิยาม Setup | เงื่อนไขที่ต้องครบทุกข้อ วัดค่าได้ ดูตอนแท่งปิด |
| 3. Trigger เข้า | เหตุการณ์อะไรที่ทำให้กดเข้า เข้าที่ราคาไหน |
| 4. Stop และสูตร lot | Stop วางตรงไหน ระยะต่ำสุดสูงสุดเท่าไร คิด lot ยังไง |
| 5. การออก | Take profit, ออกตามเวลา, ขยับ Stop ได้หรือไม่ |
| 6. เพดานความเสี่ยง | ต่อไม้ ต่อวัน ต่อสัปดาห์ และจำนวนไม้เปิดพร้อมกัน |
| 7. กฎข่าว | ห้ามเข้าก่อนหลังข่าวแรงกี่นาที ไม้ที่ถืออยู่ทำยังไง |
| 8. เมื่อไรห้ามเทรด | Spread กว้าง เพดานเต็ม นอนน้อย หรือสถานการณ์ที่แผนไม่ครอบ |
| 9. รอบทบทวน | ดูอะไร ทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกกี่ไม้ |
| 10. วิธีเปลี่ยนกฎ | ต้องครบกี่ไม้ ทดสอบแบบไหน และเปลี่ยนเลขเวอร์ชันยังไง |
การทดสอบความกำกวม
วิธีเช็กว่าแผนชัดพอหรือยัง ทำได้ในครึ่งชั่วโมง
- เก็บภาพกราฟ 10–20 ภาพจากช่วงที่เคยเทรด ตัดภาพตรงแท่งที่ต้องตัดสินใจ ห้ามให้เห็นว่าราคาไปทางไหนต่อ
- ให้เพื่อนอ่านแผนอย่างเดียว ห้ามอธิบายเพิ่ม แล้วให้ตอบทุกภาพว่าเข้าหรือไม่เข้า ถ้าเข้า ราคาเข้า Stop และเป้าอยู่ไหน
- ตอบเองด้วย แล้วเทียบกันทีละภาพ
- ภาพไหนตอบไม่ตรงกัน ให้หาว่ากฎข้อไหนทำให้ตีความต่างกัน แล้วเขียนข้อนั้นใหม่ ทำซ้ำจนตรงกันทุกภาพ
ถ้าไม่มีเพื่อน ทำกับตัวเองได้ โดยตอบภาพชุดเดิมอีกครั้งหลังผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ อีกวิธีที่เข้มกว่า คือถามว่ากฎนี้เขียนเป็น EA ได้ไหม ถ้าโปรแกรมเมอร์ต้องถามกลับว่า “แรงแค่ไหน” หรือ “ใกล้คือกี่ pip” กฎยังไม่ชัด
แปลงกฎลอย ๆ ให้วัดได้
| กฎลอย ๆ | กฎที่วัดได้ (ตัวอย่าง) |
|---|---|
| เทรนด์แรง | แท่ง H1 ที่ปิดแล้ว ADX(14) > 25 และราคาปิดอยู่เหนือ EMA 50 |
| ย่อมาที่แนวรับ | Low ของแท่งใดแท่งหนึ่งใน 3 แท่งล่าสุดแตะหรือต่ำกว่า EMA 20 |
| แท่งเทียนแรง | ตัวแท่งยาวอย่างน้อย 60% ของความยาวทั้งแท่ง และความยาวทั้งแท่งไม่น้อยกว่า ATR(14) |
| Stop แน่น ๆ | Stop ต่ำกว่า Low ต่ำสุดของ 5 แท่งล่าสุด ลบอีก 0.2 × ATR(14) |
| ไม่เทรดช่วงข่าว | ไม่เปิดไม้ใหม่ตั้งแต่ 30 นาทีก่อนถึง 30 นาทีหลังข่าวผลกระทบสูงของสองสกุลในคู่นั้น |
| ออกเมื่อหมดแรง | Take profit ที่ 2R ถ้าไม่ถึงทั้ง TP และ Stop ปิดที่ 23:00 เวลาไทย |
| เสี่ยงน้อย ๆ | เสี่ยง 1% ของ Equity ตอนเข้า ปัดลงเป็น 0.01 lot |
หลักการแปลงมีสามข้อ
- ทุกคำคุณศัพท์ต้องกลายเป็นตัวเลข แรง ใกล้ กว้าง เร็ว ต้องมีค่าและหน่วย
- ระบุเวลาที่ดู “ADX เกิน 25” ระหว่างแท่งยังไม่ปิดอาจผ่านแล้วหลุดได้ เขียนว่าดูตอนแท่งปิดเท่านั้น เรื่องเดียวกับอินดิเคเตอร์ที่เปลี่ยนค่าย้อนหลังใน Repainting และ Lookahead
- ใส่ความหมายที่ถูกของเครื่องมือ ADX วัดความแรงของเทรนด์ ไม่ได้บอกทิศ จึงต้องมีเงื่อนไขทิศอีกข้อ เช่น ราคาเหนือ EMA 50 รายละเอียดอยู่ใน ADX วัดความแรงเทรนด์
ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างให้เห็นรูปแบบการเขียน ไม่ใช่ค่าที่ทดสอบแล้วว่าดี ค่าที่คุณใช้ต้องผ่านการทดสอบของตัวเอง
ตัวอย่างส่วนความเสี่ยง คำนวณทีละขั้น
ส่วนนี้ต้องคำนวณได้ด้วยเครื่องคิดเลข ไม่ต้องตีความ ตัวอย่างพอร์ต 5,000 ดอลลาร์ เทรด EURUSD (1 pip ของ 1 lot มีค่า 10 ดอลลาร์ ที่โบรกส่วนใหญ่ใช้ เช็กสเปคสัญญาของตัวเอง)
| กฎ | ค่า |
|---|---|
| เสี่ยงต่อไม้ | 1% = 50 ดอลลาร์ |
| เพดานต่อวัน | 3% = 150 ดอลลาร์ |
| เพดานต่อสัปดาห์ | 6% = 300 ดอลลาร์ |
ไม้นี้ Stop ห่าง 30 pip
- lot = 50 ÷ (30 × 10) = 50 ÷ 300 = 0.1667
- ปัดลงเป็น 0.16 lot (ปัดขึ้นจะเสี่ยงเกินที่ตั้ง)
- ความเสี่ยงจริง = 0.16 × 30 × 10 = 48 ดอลลาร์
ตรวจกลับ: 0.16 lot ขยับ 1 pip มีค่า 1.60 ดอลลาร์ โดน Stop 30 pip เสีย 48 ดอลลาร์ ไม่เกิน 50 ที่ตั้งไว้ สูตรเต็มและกรณีทองคำอยู่ใน คำนวณ lot จากระยะ Stop loss
ทีนี้เขียนกฎเพดานรายวันให้วัดได้ ว่า เปิดไม้ใหม่ได้เมื่อ ขาดทุนวันนี้ + ความเสี่ยงของไม้ใหม่ ≤ 150 ดอลลาร์
- แพ้ไม้ 1: ขาดทุนสะสม 48 เหลือที่ 102
- แพ้ไม้ 2: ขาดทุนสะสม 96 เหลือที่ 54
- แพ้ไม้ 3: ขาดทุนสะสม 144 เหลือที่ 6
- ไม้ที่ 4: 144 + 48 = 192 เกิน 150 จึง ห้ามเปิด จบวัน
แพ้ 3 ไม้จึงถึงเพดานรายวัน และ 300 ÷ 48 = 6.25 แปลว่าแพ้ 6 ไม้ในสัปดาห์ (ขาดทุน 288) ก็หยุดทั้งสัปดาห์ เพราะไม้ที่ 7 จะทำให้รวมเป็น 336 เกิน 300
สองเรื่องที่ต้องเขียนไว้ในแผนด้วย
- นับต้นทุนรวม ถ้า Spread 1 pip ไม้ที่แพ้จะเสีย 0.16 × 31 × 10 = 49.60 ดอลลาร์ แพ้ 3 ไม้ = 148.80 ยังไม่เกิน 150 แต่เหลือที่น้อยมาก
- คิด 1% จากยอดไหน ถ้าคิดจาก Equity ปัจจุบัน หลังแพ้ไม้แรก 1% = 49.52 หลังไม้ที่สอง 49.04 คำนวณแล้วยังปัดลงเป็น 0.16 lot เท่าเดิมทั้งสามไม้ เขียนให้ชัดว่าใช้ยอดไหน จะได้ไม่ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง
ทำไมเพดานรายวันสำคัญ และจะบังคับตัวเองยังไง อ่านต่อใน ลิมิตขาดทุนรายวันและการเทรดแก้แค้น
เทมเพลตแผนหน้าเดียว คัดลอกไปใช้
แผนเทรด เวอร์ชัน ___ เริ่มใช้วันที่ ___ (ห้ามแก้ระหว่างวันเทรด)
1. ตลาดและเวลา
สินทรัพย์: ___ Timeframe: ___
เทรดเฉพาะ ___:___ ถึง ___:___ เวลาไทย ไม่ถือข้ามสุดสัปดาห์: ใช่/ไม่
2. Setup (ต้องครบทุกข้อ ดูตอนแท่งปิดเท่านั้น)
ก. ___ (ตัวเลข + อินดิเคเตอร์ + ค่าที่ใช้)
ข. ___
ค. ___
3. Trigger เข้า
เมื่อ ___ เข้าที่ ___ (เช่น ราคาเปิดแท่งถัดไป)
4. Stop และขนาดไม้
Stop วางที่ ___ ระยะต่ำสุด ___ pip สูงสุด ___ pip (นอกช่วงนี้ = ข้าม)
lot = (Equity × ___%) ÷ (ระยะ Stop เป็น pip × ค่าต่อ pip ของ 1 lot) ปัดลง
5. การออก
Take profit: ___ ออกตามเวลา: ___
ขยับ Stop ได้แค่: ___ ห้ามขยับ Stop ออกห่างจากราคา
6. เพดานความเสี่ยง
ต่อไม้ ___% ต่อวัน ___% ต่อสัปดาห์ ___% เปิดพร้อมกันสูงสุด ___ ไม้
เปิดไม้ใหม่ได้เมื่อ ขาดทุนช่วงนั้น + ความเสี่ยงไม้ใหม่ ≤ เพดาน
7. ข่าว
ไม่เปิดไม้ใหม่ ___ นาทีก่อน ถึง ___ นาทีหลังข่าวผลกระทบสูงของ ___
ไม้ที่ถืออยู่: ___
8. ห้ามเทรดเมื่อ
Spread เกิน ___ นอนน้อยกว่า ___ ชั่วโมง เพิ่งแพ้ ___ ไม้ติด
เจอสถานการณ์ที่แผนไม่ได้เขียนไว้
9. รอบทบทวน
ทุกวัน: จดบันทึกทุกไม้ + เลขเวอร์ชันแผน
ทุกสัปดาห์: นับไม้ที่ทำตามกฎ ___ จาก ___
ทุก ___ ไม้: ดู Win rate, ผลเฉลี่ยเป็น R, แพ้ติดยาวสุด, Drawdown
10. วิธีเปลี่ยนกฎ
เสนอได้ตลอด จดลงรายการรอทดสอบ แต่ใช้จริงได้เมื่อ
- เวอร์ชันปัจจุบันครบ ___ ไม้ขึ้นไป
- ทดสอบกับข้อมูลที่ไม่ได้ใช้คิดกฎแล้วผ่าน
- เปลี่ยนทีละข้อ ขึ้นเลขเวอร์ชันใหม่ จดเหตุผล
ลดความเสี่ยงได้ทุกเมื่อ เพิ่มความเสี่ยงหรือผ่อนกฎต้องผ่านขั้นตอนนี้เท่านั้น
ลายเซ็น / วันที่ ___
ทำแผนเป็นเวอร์ชัน
แผนต้องมีเลขเวอร์ชัน เช่น v1.0, v1.1 และทุกไม้ในบันทึกต้องมีช่องเวอร์ชันแผนด้วย เหตุผลคือเวลาทบทวน ต้องแยกได้ว่าไม้ไหนมาจากกฎชุดไหน ถ้าไม่แยก ผลของกฎเก่ากับกฎใหม่จะปนกันจนสรุปอะไรไม่ได้
วิธีทำง่าย ๆ
- เก็บแผนไว้ในไฟล์เดียว ใช้ประวัติเวอร์ชันของ Google Docs หรือ Git ก็ได้ ห้ามลบเวอร์ชันเก่า
- ท้ายแผนมีบันทึกการเปลี่ยนแปลง (Changelog) บรรทัดละครั้ง วันที่ เปลี่ยนอะไร เพราะอะไร หลักฐานคืออะไร
- เปลี่ยนทีละข้อ ถ้าเปลี่ยนสามข้อพร้อมกันแล้วผลดีขึ้นหรือแย่ลง จะไม่รู้ว่ามาจากข้อไหน
ทำไมเปลี่ยนกฎตอนกำลังขาดทุนถึงอันตราย
ช่วงขาดทุนติดกันคือเวลาที่อยากแก้กฎมากที่สุด และเป็นเวลาที่ข้อมูลบอกอะไรได้น้อยที่สุด ลองคำนวณกับระบบสมมติที่มีความได้เปรียบจริง ชนะ 45% ไม้ชนะได้ 1.5R ไม้แพ้เสีย 1R ผลเฉลี่ยต่อไม้ = 0.45 × 1.5 − 0.55 × 1 = +0.125R
ใช้การแจกแจงทวินาม (นับทุกแบบที่ชนะได้กี่ไม้) หาโอกาสที่ผลรวมยังติดลบหลังเทรดไปจำนวนหนึ่ง โดยสมมติว่าแต่ละไม้ไม่ขึ้นต่อกัน
| จำนวนไม้ | โอกาสที่ผลรวมยังติดลบ |
|---|---|
| 10 | 26.6% |
| 20 | 25.2% |
| 50 | 19.7% |
| 100 | 13.4% |
| 200 | 6.7% |
| 300 | 3.6% |
ตัวอย่างการคิดแถว 20 ไม้: ผลรวม = 1.5 × ไม้ชนะ − ไม้แพ้ จะติดลบเมื่อชนะไม่เกิน 7 ไม้ (7 × 1.5 − 13 = −2.5 ส่วน 8 ไม้ได้ 12 − 12 = 0) โอกาสชนะไม่เกิน 7 ใน 20 ไม้ที่ 45% คือ 25.2%
ภาพนี้บอกสามเรื่อง
- ขาดทุนหลังไม่กี่สิบไม้ ไม่ได้แปลว่ากฎผิด ระบบที่ดีก็ติดลบได้บ่อย การแก้กฎตอนนั้นคือการตอบสนองต่อเสียงรบกวน อ่านเรื่องจำนวนไม้เพิ่มใน ต้องเทรดกี่ไม้ผลถึงเชื่อได้
- กฎใหม่เริ่มนับไม้จากศูนย์ ทุกครั้งที่เปลี่ยน ข้อมูลที่สะสมมาใช้ตัดสินกฎใหม่ไม่ได้ ถ้าเปลี่ยนทุกครั้งที่ขาดทุน จะไม่มีวันมีไม้มากพอจะรู้ว่าอะไรได้ผล
- กฎที่แก้หลังเห็นไม้แพ้ มักถูกออกแบบมาให้หลบไม้เหล่านั้นพอดี เช่น เพิ่มตัวกรองที่ตัดไม้แพ้ 5 ไม้ล่าสุดออก นี่คือ Overfitting แบบเดียวกับการจูนค่า EA จนผลย้อนหลังสวย อ่าน Overfitting เลือกค่าแบบที่ราบ
ขั้นตอนเปลี่ยนกฎ
ขั้นตอนนี้ต้องเขียนไว้ในแผนตั้งแต่วันแรก ตอนที่ยังใจเย็น
- จดไอเดียไว้ก่อน ไอเดียระหว่างวันเทรดลงรายการรอทดสอบ ห้ามใช้ทันที
- รอให้ครบจำนวนไม้ ของเวอร์ชันปัจจุบัน เช่น 50 ไม้ของ Setup เดียวกัน ตัวเลขนี้ไม่ใช่มาตรฐาน แต่ต้องกำหนดไว้ล่วงหน้า และยิ่งมากยิ่งแยกโชคออกได้ดี
- ทดสอบกับข้อมูลที่ไม่ได้ใช้คิดกฎ (Out-of-sample) ถ้าไอเดียมาจากไม้ปีนี้ ให้ทดสอบกับช่วงเวลาอื่นหรือตลาดใกล้เคียง วิธีแบ่งช่วงทดสอบอยู่ใน Walk-forward testing และยิ่งลองหลายไอเดีย ยิ่งเจอผู้ชนะปลอมง่าย ดู Multiple testing และ Data snooping
- เปลี่ยนทีละข้อ ขึ้นเวอร์ชันใหม่ เริ่มใช้ตอนต้นสัปดาห์ และอาจใช้ความเสี่ยงต่อไม้ครึ่งหนึ่งในช่วงแรก
- ข้อยกเว้นเดียว ลดความเสี่ยงหรือหยุดเทรดทำได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องรอ
ลดความเสี่ยงได้ทุกเมื่อ แต่เพิ่มความเสี่ยงหรือผ่อนกฎ ทำได้เฉพาะตามขั้นตอนที่เขียนไว้ก่อนเท่านั้น
กฎข่าว และเมื่อไรห้ามเทรด
สองหัวข้อนี้คนมักเขียนสั้นเกินไป ตัวอย่างการเขียนให้วัดได้
- ข่าว ไม่เปิดไม้ใหม่ 30 นาทีก่อนถึง 30 นาทีหลังข่าวผลกระทบสูงของสองสกุลในคู่นั้น ตามปฏิทินข่าวที่เลือกใช้ประจำ ไม้ที่ถืออยู่คง Stop เดิม วิธีอ่านปฏิทินอยู่ใน อ่านปฏิทินข่าวเศรษฐกิจ และทำไม Stop อาจหลุดเกินราคาช่วงข่าว อ่าน ข่าวแรง Spread กว้าง และ Slippage
- Spread เกินสองเท่าของปกติ = ไม่เข้า เขียนค่าปกติเป็นตัวเลขไว้ในแผน
- ร่างกาย นอนน้อยกว่าที่ตั้งไว้ ป่วย หรือกำลังโกรธ = ไม่เทรดวันนั้น ดู นอนน้อยกับการเทรดกลางคืน
- สถานการณ์ที่แผนไม่ได้เขียนไว้ = ไม่เข้า แล้วจดไว้คิดตอนทบทวน
รอบทบทวน
- ทุกวัน จดทุกไม้ทันทีหลังปิด พร้อมช่องทำตามกฎหรือไม่และเลขเวอร์ชันแผน ใช้ตารางจาก บันทึกการเทรด
- ทุกสัปดาห์ นับสัดส่วนไม้ที่ทำตามกฎก่อนดูกำไรขาดทุน เพราะเป็นตัวเลขที่คุมได้เอง
- ทุกครั้งที่ครบจำนวนไม้ที่ตั้งไว้ ดู Win rate, ผลเฉลี่ยเป็น R, แพ้ติดยาวสุด และ Drawdown แล้วค่อยพิจารณารายการรอทดสอบ
ส่วนการเช็กว่าวันนี้พร้อมทำตามแผนหรือยัง ใช้ เช็กลิสต์ก่อนเทรด ทุกวันก่อนเปิดจอ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เขียนแผนเป็นความตั้งใจ “จะมีวินัย” “จะไม่โลภ” ไม่ใช่กฎ เพราะวัดไม่ได้ว่าทำแล้วหรือยัง เปลี่ยนเป็นการกระทำ เช่น ปิดแพลตฟอร์มเมื่อถึงเพดานรายวัน
- มีกฎเข้าละเอียด แต่ไม่มีกฎออก คนส่วนใหญ่ตัดสินใจตามอารมณ์ตอนออก ซึ่งมีผลกับกำไรขาดทุนมากพอ ๆ กับจุดเข้า
- คิด lot ตามความรู้สึก ส่วนความเสี่ยงต้องเป็นสูตรที่ใส่ตัวเลขแล้วได้คำตอบเดียว
- แก้กฎหลังแพ้ติดกัน ตารางด้านบนแสดงว่าระบบที่ดีก็ติดลบได้บ่อยในช่วงสั้น ให้ใช้ขั้นตอนเปลี่ยนกฎ หรือลดความเสี่ยงแทน
- ไม่มีเลขเวอร์ชัน ไม้จากกฎเก่าและกฎใหม่ปนกัน สุดท้ายตอบไม่ได้ว่ากฎชุดไหนให้ผลอะไร
- แผนยาวหลายหน้า ยิ่งยาวยิ่งมีข้อที่ไม่ได้อ่านตอนเทรด เก็บไว้หน้าเดียว ถ้ามีหลาย Setup แยกหน้าละ Setup
คำถามที่พบบ่อย
แผนเทรดต่างจากบันทึกการเทรดและเช็กลิสต์ก่อนเทรดยังไง
แผนเทรดคือกฎ เขียนครั้งเดียวแล้วแก้เป็นเวอร์ชัน เช็กลิสต์ก่อนเทรดคือการไล่ดูทุกวันว่าพร้อมทำตามกฎไหม ส่วนบันทึกการเทรดคือหลักฐานว่าทำตามจริงหรือเปล่า และกฎให้ผลแบบไหน ทั้งสามอย่างใช้คู่กัน
แผนต้องยาวแค่ไหน
หน้าเดียวพอ ถ้ายาวกว่านั้นมักแปลว่ามีกฎย่อยที่ไม่ได้ใช้จริง หรือมีหลาย Setup ปนกัน ถ้ามีหลาย Setup ให้แยกหน้าละ Setup แล้วใช้ส่วนความเสี่ยงร่วมกัน
ถ้าเจอสถานการณ์ที่แผนไม่ได้เขียนไว้ ทำยังไง
ไม่เปิดไม้ ถ้ามีไม้เปิดอยู่ ปล่อยตาม Stop loss และ Take profit เดิม แล้วจดสถานการณ์นั้นไว้ในรายการรอทดสอบ ค่อยตัดสินว่าจะเพิ่มกฎหรือไม่ตอนทบทวนรอบถัดไป
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด