เรียนรู้ › วิเคราะห์กราฟ

ADX และ DMI คืออะไร วัดความแรงเทรนด์ และเลือกเครื่องมือให้เข้ากับตลาด

อธิบายสูตร ADX +DI −DI แบบ Wilder ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างคำนวณ วิธีอ่านค่า 20 และ 25 สัญญาณ DI ตัดกัน และใช้ ADX เลือกระหว่างเครื่องมือตามเทรนด์กับเครื่องมือกรอบ

กลาง อ่าน 9 นาที 16 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ADX วัดว่าเทรนด์แรงแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าขึ้นหรือลง ทิศทางดูจาก +DI กับ −DI หรือดูจากราคา
  • ADX ต่ำกว่าราว 20 มักเป็นตลาดกรอบ สูงกว่าราว 25 มักมีเทรนด์ ตัวเลขนี้เป็นธรรมเนียม ไม่ใช่กฎ
  • ADX หน่วงมาก มักยืนยันเทรนด์หลังราคาวิ่งไปแล้ว และค้างสูงต่อหลังราคาหยุด
  • ใช้ ADX เป็นตัวเลือกเครื่องมือ ตลาดมีเทรนด์ใช้ MA หรือ breakout ตลาดกรอบใช้ oscillator

ADX (Average Directional Index) คืออินดิเคเตอร์ที่ตอบคำถามเดียว ตอนนี้ราคาวิ่งเป็นเทรนด์แรงแค่ไหน มันไม่ได้บอกว่าขึ้นหรือลง และไม่ได้ทำนายว่าจะไปต่อไหม แต่ช่วยตอบคำถามที่สำคัญก่อนเลือกเครื่องมือ ว่าตลาดตอนนี้เป็นเทรนด์ หรือแกว่งในกรอบ เพราะเครื่องมือที่ใช้ได้ดีในสองสภาพนี้ต่างกันเกือบตรงข้าม

ADX มาพร้อมอีกสองเส้น

ADX คิดค้นโดย J. Welles Wilder คนเดียวกับที่สร้าง RSI และ ATR ตัวอินดิเคเตอร์ทั้งชุดเรียกว่า DMI (Directional Movement Index) มีสามเส้น

เส้นบอกอะไรช่วงค่า
+DIแรงขึ้น ส่วนที่ High ใหม่สูงกว่า High เดิม เทียบกับความกว้างแท่ง0–100
−DIแรงลง ส่วนที่ Low ใหม่ต่ำกว่า Low เดิม เทียบกับความกว้างแท่ง0–100
ADXระยะห่างของสองเส้นบน เฉลี่ยให้เรียบ คือความแรงเทรนด์0–100

ค่าเริ่มต้นคือ 14 แท่ง ทั้งใน MT5 และ TradingView เป็นค่าที่ Wilder ใช้

สูตรทีละขั้น แบบภาษาคน

ขั้นที่ 1 วัดการเคลื่อนที่ของแต่ละแท่ง เทียบแท่งนี้กับแท่งก่อนหน้า

  • Up move = High วันนี้ − High เมื่อวาน
  • Down move = Low เมื่อวาน − Low วันนี้
  • ถ้า Up move มากกว่า Down move และมากกว่า 0 → +DM = Up move, −DM = 0
  • ถ้า Down move มากกว่า Up move และมากกว่า 0 → −DM = Down move, +DM = 0
  • นอกนั้น (เช่น Inside bar) ทั้งคู่เป็น 0

แปลว่าแต่ละแท่งนับได้ฝั่งเดียว ฝั่งที่ยื่นออกไปมากกว่า แม้แท่งนั้นจะยื่นออกทั้งบนและล่าง (Outside bar)

ส่วนที่นับเป็น +DMส่วนที่นับเป็น −DM เมื่อวานวันนี้ High ยื่นขึ้นมากกว่า+DM = ส่วนที่ยื่นขึ้น เมื่อวานวันนี้ Low ยื่นลงมากกว่า−DM = ส่วนที่ยื่นลง เมื่อวานวันนี้ Inside bar+DM และ −DM เป็น 0
แผนภาพอธิบาย ไม่ใช่ราคาจริง แท่งซ้ายคือเมื่อวาน แท่งขวาคือวันนี้ เส้นประคือ High และ Low ของเมื่อวาน แต่ละแท่งนับได้ฝั่งเดียว คือฝั่งที่ยื่นออกไปมากกว่า

ขั้นที่ 2 หา TR (True Range) คือค่าที่มากที่สุดในสามค่า High − Low, |High − Close เมื่อวาน| และ |Low − Close เมื่อวาน| ค่าเดียวกับที่ใช้ใน ATR ใช้เป็นตัวหาร เพื่อให้ตลาดที่แกว่งกว้างกับแกว่งแคบเทียบกันได้

ขั้นที่ 3 เฉลี่ยแบบ Wilder ค่าแรกคือผลรวม 14 แท่งแรก จากนั้นทุกแท่งใหม่ใช้สูตร

ค่าใหม่ = ค่าเดิม − ค่าเดิม ÷ 14 + ค่าของแท่งนี้

คือทิ้งของเก่าออกหนึ่งส่วนสิบสี่ แล้วเติมของใหม่เข้าไป ทำแบบนี้กับ TR, +DM และ −DM แยกกัน (บางโปรแกรมเก็บเป็นค่าเฉลี่ยแทนผลรวม แต่ DI ในขั้นถัดไปออกมาเท่ากัน เพราะเป็นอัตราส่วน) วิธีนี้ให้ผลเหมือนเส้น SMMA (หรือ RMA) ใน บทเส้นค่าเฉลี่ย ซึ่งช้าที่สุดในตระกูล MA

ขั้นที่ 4 หา DI

  • +DI = 100 × (+DM ที่เฉลี่ยแล้ว) ÷ (TR ที่เฉลี่ยแล้ว)
  • −DI = 100 × (−DM ที่เฉลี่ยแล้ว) ÷ (TR ที่เฉลี่ยแล้ว)

ขั้นที่ 5 หา DX และ ADX

  • DX = 100 × |+DI − −DI| ÷ (+DI + −DI)
  • ADX ค่าแรก = ค่าเฉลี่ยของ DX 14 ค่าแรก ต่อจากนั้น ADX ใหม่ = (ADX เดิม × 13 + DX วันนี้) ÷ 14

DX บอกว่าสองฝั่งต่างกันแค่ไหน ถ้าแรงขึ้นกับแรงลงพอ ๆ กัน DX ใกล้ 0 ถ้าฝั่งเดียวครองตลาด DX สูง ADX คือ DX ที่เฉลี่ยให้เรียบอีกชั้น เพราะเฉลี่ยสองชั้นแบบนี้ ADX ต้องใช้ข้อมูลอย่างน้อย 28 แท่งกว่าจะได้ค่าแรก และเป็นเส้นที่หน่วงมาก

ตัวอย่างคำนวณหนึ่งแท่ง

สมมติตั้งค่า 14 แท่ง เมื่อวาน High 105.0 Low 101.0 Close 104.0 วันนี้ High 107.0 Low 103.5 Close 106.5 และค่าที่เฉลี่ยไว้ถึงเมื่อวานคือ TR 42.0, +DM 14.0, −DM 10.0, ADX 20.0

ขั้นวิธีคิดผล
Up move107.0 − 105.02.0
Down move101.0 − 103.5−2.5 → ไม่นับ
+DM / −DMUp move มากกว่าและเป็นบวก+DM 2.0, −DM 0
TRค่ามากสุดของ 3.5, 3.0, 0.53.5
TR เฉลี่ย42.0 − 42.0 ÷ 14 + 3.5 = 42.0 − 3.0 + 3.542.5
+DM เฉลี่ย14.0 − 1.0 + 2.015.0
−DM เฉลี่ย10.0 − 0.714 + 09.286
+DI100 × 15.0 ÷ 42.535.29
−DI100 × 9.286 ÷ 42.521.85
DX100 × (35.29 − 21.85) ÷ (35.29 + 21.85) = 100 × 13.44 ÷ 57.14≈ 23.5
ADX(20.0 × 13 + 23.5) ÷ 1420.25

สังเกตว่าแท่งขึ้นแรงทั้งแท่ง ทำให้ DX ของวันนี้ได้ราว 23.5 แต่ ADX ขยับจาก 20.0 ไปแค่ 20.25 เพราะแท่งใหม่มีน้ำหนักแค่ 1 ใน 14 นี่คือเหตุผลที่ ADX ช้า ต้องมีหลายแท่งเรียงกันในทางเดียวกัน ADX ถึงจะขึ้นชัด

ADX วัดความแรง ไม่ได้วัดทิศ

ในสูตร DX ใช้ค่าสัมบูรณ์ของผลต่าง ขาลงแรง ๆ ที่ −DI อยู่เหนือ +DI มาก ก็ทำให้ ADX สูงพอ ๆ กับขาขึ้นแรง ADX ที่ 40 จึงไม่ได้แปลว่าตลาดดี หรือควรซื้อ แค่บอกว่าราคากำลังวิ่งทางเดียวอย่างชัดเจน ทิศทางให้ดูจากว่า +DI หรือ −DI อยู่ด้านบน หรือดูจากราคาเอง

ตัวเลขที่คนใช้อ่าน ADX

ADXความหมายที่ใช้กันทั่วไป
ต่ำกว่าราว 20เทรนด์อ่อน หรือตลาดแกว่งในกรอบ
ราว 20–25โซนก้ำกึ่ง กำลังเปลี่ยนสภาพ หรือยังไม่ชัด
สูงกว่าราว 25มีเทรนด์
สูงกว่าราว 40เทรนด์แรงมาก มักอยู่ในช่วงที่ราคาวิ่งไปไกลแล้ว

ตัวเลขเหล่านี้เป็นธรรมเนียมที่เทรดเดอร์ใช้กันต่อ ๆ มา ไม่ใช่ค่าที่พิสูจน์แล้วว่าแม่นในทุกตลาด แต่ละคู่เงินและแต่ละ timeframe มีระดับ ADX ปกติของตัวเองต่างกัน ก่อนใช้ ลองเปิดกราฟย้อนหลังของตลาดที่เทรดจริง ดูว่าช่วงที่ตาเห็นว่าเป็นกรอบ ADX มักอยู่ระดับไหน

ทิศของเส้น ADX สำคัญกว่าตัวเลข

  • ADX ขึ้น ฝั่งหนึ่งกำลังครองตลาดมากขึ้น เทรนด์แรงขึ้น
  • ADX ลง ระยะห่างของสองฝั่งแคบลง เทรนด์อ่อนลง หรือราคาเริ่มพักตัว ไม่ได้แปลว่ากลับตัว ADX ลงจาก 50 มา 40 ยังเป็นเทรนด์แรงอยู่ แค่ไม่แรงเท่าเดิม
  • ADX ต่ำและแบน ตลาดไม่มีฝั่งไหนชนะ
กรอบไซด์เวย์ เทรนด์ขึ้น หยุดพัก ADX ผ่าน 25 ที่แท่งที่ 62 ADX (ความแรงเทรนด์) +DI (แรงขึ้น) −DI (แรงลง) 25 20 0 110 100 แท่งที่ 1 ถึง 120
ราคาตัวอย่าง 120 แท่งที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ตลาดจริง เส้น +DI −DI และ ADX 14 แท่ง คำนวณด้วยสูตร Wilder จากราคาชุดนี้ ช่วงพื้นเหลืองคือกรอบ ADX อยู่ต่ำกว่า 20 ตลอด ช่วงพื้นฟ้าคือราคาหยุดพัก แต่ ADX ยังค้างเหนือ 25 อีกกว่า 20 แท่ง

รูปนี้แสดงจุดอ่อนใหญ่ที่สุดของ ADX คือความหน่วง ในราคาตัวอย่างนี้ เทรนด์เริ่มที่แท่งที่ 51 แต่ ADX ผ่าน 25 ที่แท่งที่ 62 ช้ากว่า 11 แท่ง ตอนท้าย ราคาหยุดขึ้นตั้งแต่แท่งที่ 91 แต่ ADX ยังขึ้นต่อไปจนสูงสุดราว 63 ที่แท่งที่ 96 แล้วค้างเหนือ 25 ไปจนถึงแท่งที่ 117 ใครรอ ADX ยืนยันจะเข้าช้า และถ้าใช้ ADX สูงเป็นเหตุผลถือต่อ ก็จะถือต่อไปในช่วงที่ราคาหยุดแล้ว

DI ตัดกัน: สัญญาณที่ต้องมีตัวกรอง

สัญญาณที่ใช้กันบ่อยคือ +DI ตัดขึ้นเหนือ −DI มองว่าแรงขึ้นเริ่มชนะ และกลับกันสำหรับขาลง ปัญหาคือในตลาดกรอบ สองเส้นนี้พันกันและตัดกันไปมา ในรูปด้านบน ช่วงกรอบ 50 แท่งแรกมีการตัดกัน 4 ครั้ง สามครั้งแรกไม่มีเทรนด์ตามมา ครั้งที่สี่ตรงกับจุดเริ่มเทรนด์พอดี แต่ตอนนั้นไม่มีทางรู้ว่าครั้งไหนคือของจริง และช่วงพักตัวตอนท้ายตัดกันอีก 4 ครั้ง

วิธีใช้ที่สมเหตุสมผลกว่า

  1. ใช้ DI ตัดกันเฉพาะตอน ADX สูงกว่าระดับที่ตั้งไว้ หรือกำลังขึ้น
  2. ใช้ DI เป็นตัวยืนยันทิศ ไม่ใช่จุดเข้า เช่น จะเทรดตามเทรนด์ขาขึ้นก็ต่อเมื่อ +DI อยู่เหนือ −DI
  3. วาง Stop loss ตามโครงสร้างราคา ไม่ใช่รอให้เส้นตัดกลับ เพราะกว่าจะตัดกลับ ราคามักไปไกลแล้ว

ใช้ ADX เลือกเครื่องมือ

ประโยชน์ที่จับต้องได้ที่สุดของ ADX คือบอกว่าควรหยิบเครื่องมือไหน ไม่ใช่บอกจุดเข้าเอง

สภาพ ADXตลาดน่าจะเป็นเครื่องมือที่เข้ากัน
ต่ำและแบนกรอบOscillator เช่น RSI, Stochastic, Bollinger Bands ซื้อขอบล่างขายขอบบน
ขึ้นผ่านราว 20–25เริ่มมีเทรนด์Donchian breakout, เส้นค่าเฉลี่ย, Ichimoku
สูงและยังขึ้นเทรนด์แรงถือตามเทรนด์ รอย่อเข้า ไม่สวนเทรนด์ด้วย oscillator
สูงแล้วหักลงเทรนด์ชะลอระวังการเปิด breakout ใหม่ บริหารออเดอร์ที่ถืออยู่ตามกติกา

เหตุผลคือ oscillator อย่าง RSI ใช้ได้ดีเมื่อราคากลับไปกลับมา แต่ในเทรนด์แรง RSI ค้างโซน Overbought ได้นาน คนที่ขายตาม RSI จะโดนเทรนด์ลากไป ส่วน MA ตัดกันและ breakout ทำงานดีในเทรนด์ แต่หลอกซ้ำ ๆ ในกรอบ การเห็นทั้งสองกลุ่มบนกราฟเดียวกันแล้วเลือกตาม ADX ช่วยลดการใช้เครื่องมือผิดสภาพ อ่านเรื่องการเลือกอินดิเคเตอร์ที่ไม่ซ้ำหน้าที่กันได้ใน รวมอินดิเคเตอร์ไม่ให้ซ้ำซ้อน

ADX ไม่ได้บอกว่าจะซื้อหรือขาย มันบอกว่าตอนนี้ควรใช้เครื่องมือแบบไหน และเพราะมันหน่วง มันจะบอกช้ากว่าที่ตลาดเปลี่ยนจริงเสมอ

ADX หลอกเมื่อไหร่

  • ช่วงเปลี่ยนสภาพ ADX ตามไม่ทัน กรอบที่เพิ่งแตกยังเห็น ADX ต่ำอยู่หลายแท่ง และเทรนด์ที่เพิ่งจบยังเห็น ADX สูง
  • แท่งข่าวแท่งเดียว แท่งยาวมากแท่งเดียวดัน DI ขึ้นทันที แล้ว ADX ขยับตามมาทั้งที่ราคาอาจกลับเข้ากรอบ
  • กรอบกว้างที่แกว่งแรง ถ้าราคาวิ่งจากขอบล่างไปขอบบนติดกันหลายแท่ง ADX ขึ้นได้ แม้ภาพใหญ่ยังเป็นกรอบ
  • timeframe ต่างกัน ADX บนกราฟรายวันอาจบอกว่ามีเทรนด์ ขณะที่กราฟ 15 นาทีบอกว่ากรอบ ต้องเลือกให้ตรงกับ timeframe ที่เทรดจริง

ADX ช่วยให้มองสภาพตลาดเป็นระบบขึ้น แต่ไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าตลาดจะเปลี่ยนเมื่อไหร่ อ่านเรื่องนี้เพิ่มได้ใน เมื่อตลาดเปลี่ยนนิสัย และ ตามเทรนด์หรือสวน

ใช้คู่กับการคุมความเสี่ยง

ADX ไม่ได้บอกว่าควรวาง Stop loss ไกลแค่ไหน หรือเปิดไม้ใหญ่แค่ไหน ADX สูงไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงต่ำลง ในเทรนด์แรง แท่งเทียนมักยาวขึ้น Stop loss ที่ตั้งตามโครงสร้างราคาจะไกลขึ้น จึงต้องลดขนาดไม้ลงเพื่อให้เสียเงินต่อไม้เท่าเดิม

  • วัดระยะ Stop loss จากโครงสร้างราคา หรือจาก ATR ซึ่งใช้ TR ตัวเดียวกับ ADX
  • คำนวณขนาดไม้จากระยะนั้น ตาม วิธีคิดขนาดไม้จากระยะ Stop loss และเครื่องคำนวณท้ายบท
  • กำหนดเงินเสี่ยงต่อไม้ให้คงที่ เช่นตาม หลักเสี่ยง 1% ไม่เพิ่มไม้เพราะ ADX สูง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • อ่าน ADX สูงว่าเป็นสัญญาณซื้อ ADX สูงในขาลงก็ได้ ต้องดูทิศจาก DI หรือราคา
  • อ่าน ADX ลงว่าเป็นสัญญาณกลับตัว ADX ลงแปลว่าเทรนด์อ่อนลง ราคาอาจแค่พักแล้วไปต่อ
  • เทรด DI ตัดกันทุกครั้ง ในตลาดกรอบเส้นตัดกันไปมาจนเสียค่า spread ฟรี ๆ
  • ถือตัวเลข 20 หรือ 25 เป็นกฎตายตัว เป็นเพียงธรรมเนียม ต้องดูระดับปกติของตลาดที่เทรดเอง
  • ลืมว่า ADX หน่วง รอยืนยันจาก ADX ทำให้เข้าหลังราคาวิ่งไปแล้ว ต้องยอมรับข้อนี้ก่อนใช้
  • ปรับค่า 14 ไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากับกราฟในอดีต ค่าที่ดูดีย้อนหลังมักใช้ไม่ได้ในอนาคต อินดิเคเตอร์ทุกตัวอธิบายราคาที่ผ่านมาแล้ว ไม่มีตัวไหนทำนายอนาคตได้
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

ADX สูงแปลว่าควรซื้อไหม

ไม่ใช่ ADX สูงแปลว่าราคากำลังวิ่งทางเดียวแรง ขาลงแรง ๆ ก็ทำให้ ADX สูงได้เหมือนกัน ต้องดูทิศจาก +DI −DI หรือจากโครงสร้างราคา และ ADX ไม่ได้บอกว่าเทรนด์จะไปต่ออีกไกลแค่ไหน

ค่า ADX ใน MT5 กับ TradingView ทำไมไม่ตรงกัน

MT5 มีสองตัว คือ Average Directional Movement Index กับ Average Directional Movement Index Wilder ตัวที่ใช้สูตร Wilder ตามบทนี้คือตัวที่มีคำว่า Wilder ตัวแรกเฉลี่ยคนละวิธี ค่าจึงต่างกัน ส่วน DMI ของ TradingView ใช้การเฉลี่ยแบบ Wilder นอกจากนี้จำนวนแท่งย้อนหลังที่โหลดไว้ก็ทำให้ค่าต่างกันเล็กน้อย

ควรปรับ ADX จาก 14 เป็นค่าอื่นไหม

14 เป็นค่าที่ Wilder ใช้และคนส่วนใหญ่ดู ค่าน้อยลงตอบสนองเร็วขึ้นแต่แกว่งและหลอกบ่อยขึ้น ค่ามากขึ้นนิ่งขึ้นแต่ช้าลง ถ้าเปลี่ยนค่า ต้องทดสอบใหม่ทั้งระบบ อย่าปรับให้เข้ากับกราฟในอดีต

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Ichimoku Cloud คืออะไร อ่านเมฆและ 5 เส้นอย่างไร พร้อมตัวอย่างคำนวณ

อธิบาย Ichimoku Kinko Hyo ครบ 5 เส้น สูตรจุดกึ่งกลาง 9/26/52 การเลื่อนเมฆไปข้างหน้า 26 แท่ง วิธีอ่านเมฆ TK cross และ Kijun พร้อมจุดที่มันหลอกบ่อย

อ่าน 9 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟเริ่มต้น

Stochastic Oscillator คืออะไร สูตร %K %D ค่า 5,3,3 กับ 14,3,3 และวิธีใช้

อธิบาย Stochastic แบบเข้าใจง่าย สูตร %K %D, Fast กับ Slow, ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น โซน 80/20 จุดตัด และทำไมในเทรนด์แรงเส้นค้างอยู่ในโซนบนได้นาน

อ่าน 8 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟขั้นสูง

ตลาดมีเทรนด์หรือแกว่งกลับ วัดด้วย Variance ratio และ Hurst exponent

ถ้าแต่ละแท่งไม่เกี่ยวกัน ความแปรปรวน k แท่งต้องเท่ากับ k เท่าของแท่งเดียว วิธีวัด VR และ Hurst ทดลองกับราคาจำลอง ค่าสั่นแค่ไหนบนข้อมูลสั้น และใช้เลือกกลยุทธ์

อ่าน 12 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์