เส้นค่าเฉลี่ย MA มีกี่แบบ เส้นไหนที่เทรดเดอร์นิยมใช้
อธิบาย SMA EMA WMA SMMA และ HMA ต่างกันยังไง พร้อมตัวอย่างคำนวณ และเส้นยอดนิยม 9 20 21 50 100 200 ใช้ดูเทรนด์ หาแนวรับแนวต้าน และสัญญาณตัดกัน
- MA คือค่าเฉลี่ยราคาย้อนหลัง ช่วยให้เห็นเทรนด์ แต่ช้ากว่าราคาเสมอ
- EMA ตอบสนองเร็วกว่า SMA เพราะให้น้ำหนักราคาล่าสุดมากกว่า
- เส้นที่คนดูมากที่สุดคือ 20 50 และ 200
- สัญญาณเส้นตัดกันใช้ได้ดีในตลาดมีเทรนด์ แต่หลอกบ่อยในตลาดไซด์เวย์
Moving Average (MA) หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือค่าเฉลี่ยของราคาย้อนหลังจำนวนหนึ่งแท่ง พอมีแท่งใหม่ ค่าเฉลี่ยก็ขยับตามไปเรื่อย ๆ ผลคือได้เส้นที่เรียบกว่าราคาจริง ช่วยให้มองเห็นทิศทางเทรนด์โดยไม่สับสนกับการแกว่งรายแท่ง ข้อเสียคือมัน ช้ากว่าราคาเสมอ เพราะคิดจากราคาในอดีต
MA มีกี่แบบ
| แบบ | ชื่อเต็ม | หลักการ | ความเร็ว |
|---|---|---|---|
| SMA | Simple Moving Average | ทุกแท่งน้ำหนักเท่ากัน | ช้า นิ่ง |
| EMA | Exponential Moving Average | แท่งล่าสุดน้ำหนักมากกว่า ลดหลั่นแบบทวีคูณ | เร็วกว่า SMA |
| WMA | Weighted (Linear Weighted) | น้ำหนักลดลงเป็นเส้นตรง แท่งล่าสุดมากสุด | เร็ว |
| SMMA | Smoothed (หรือ RMA) | ค่อย ๆ ปรับทีละนิด ใช้ในสูตร RSI และ ATR | ช้าที่สุด |
| HMA | Hull Moving Average | ใช้ WMA หลายชั้นเพื่อลดความหน่วง | เร็วมาก แต่แกว่งง่าย |
ใน MT4/MT5 เลือกได้ 4 แบบ คือ Simple, Exponential, Smoothed และ Linear Weighted ส่วน TradingView มีครบทุกแบบในตาราง
ตัวอย่างคำนวณ ให้เห็นว่าทำไม EMA เร็วกว่า
สมมติราคาปิด 5 แท่งล่าสุดคือ 11, 12, 13, 14 และแท่งใหม่กระโดดขึ้นไปที่ 20 ส่วนค่าเฉลี่ย 5 แท่งก่อนหน้าคือ 12
| แบบ | วิธีคิด | ผล |
|---|---|---|
| SMA 5 | (11 + 12 + 13 + 14 + 20) ÷ 5 | 14.00 |
| EMA 5 | 12 + 2÷6 × (20 − 12) | 14.67 |
| WMA 5 | (11×1 + 12×2 + 13×3 + 14×4 + 20×5) ÷ 15 | 15.33 |
ราคากระโดดขึ้นแรง เส้นที่ให้น้ำหนักแท่งล่าสุดมากกว่าจะขยับตามได้มากกว่า ตัวคูณของ EMA คือ 2 ÷ (จำนวนแท่ง + 1) EMA 20 จึงให้น้ำหนักแท่งล่าสุดราว 9.5% ส่วน EMA 200 ให้แค่ราว 1%
เส้นยอดนิยมและใช้ทำอะไร
| เส้น | แบบที่นิยม | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| 9 หรือ 10 | EMA | เทรนด์ระยะสั้นมาก ใช้กับกราฟรายนาทีถึงรายชั่วโมง |
| 20 หรือ 21 | EMA หรือ SMA | เทรนด์ระยะสั้น จุดที่ราคามักย่อตัวกลับมาแตะในเทรนด์แรง SMA 20 คือเส้นกลางของ Bollinger Bands |
| 50 | SMA หรือ EMA | เทรนด์ระยะกลาง |
| 100 | SMA | เทรนด์ระยะกลางค่อนยาว |
| 200 | SMA | เทรนด์ระยะยาว เส้นที่คนทั้งตลาดดูมากที่สุด ราคาอยู่เหนือหรือใต้เส้นนี้ใช้แบ่งภาพตลาดขาขึ้นขาลง |
คู่ที่ใช้ดูการตัดกันบ่อย
- 50 กับ 200 บนกราฟรายวัน เส้น 50 ตัดขึ้นเหนือ 200 เรียกว่า Golden Cross ตัดลงเรียกว่า Death Cross
- 9 กับ 21 EMA ใช้ดูจังหวะในกราฟระยะสั้น
- 12 กับ 26 EMA เป็นฐานของอินดิเคเตอร์ MACD
ในคริปโต นิยมดูกราฟรายสัปดาห์ เส้น 20 สัปดาห์ (SMA) คู่กับ 21 สัปดาห์ (EMA) ซึ่งคนเรียกว่า bull market support band และเส้น 200 สัปดาห์ สำหรับภาพระยะยาวมาก
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้วิเศษกว่าตัวเลขอื่น ที่มันได้ผลบ่อยเพราะคนจำนวนมากดูเส้นเดียวกัน คำสั่งซื้อขายจึงไปรออยู่แถวนั้น
timeframe เปลี่ยนความหมายของเส้น
เส้น 200 บนกราฟแต่ละ timeframe ครอบคลุมเวลาไม่เท่ากัน
| timeframe | 200 แท่ง ครอบคลุมประมาณ |
|---|---|
| 15 นาที | 2 วันกว่า |
| 1 ชั่วโมง | ราว 8 วันซื้อขาย |
| 4 ชั่วโมง | ราว 1 เดือนครึ่ง |
| รายวัน | ราว 9 ถึง 10 เดือน |
ถ้าใครพูดถึง “เส้น 200” โดยไม่บอก timeframe ส่วนใหญ่จะหมายถึงกราฟรายวัน
ใช้งาน MA 4 แบบ
1. ดูทิศทางเทรนด์
ราคาอยู่เหนือเส้นและเส้นชี้ขึ้น มองว่าเป็นขาขึ้น ราคาอยู่ใต้เส้นและเส้นชี้ลง มองว่าเป็นขาลง ถ้าเส้นแบนและราคาวิ่งตัดไปมา แปลว่าตลาดยังไม่มีทิศทาง
2. เป็นแนวรับแนวต้านเคลื่อนที่
ในเทรนด์ที่แข็งแรง ราคามักย่อกลับมาแตะเส้น 20 หรือ 50 แล้วไปต่อ หลายคนรอจังหวะตรงนี้แทนการไล่ราคา
3. ดูการเรียงตัวของหลายเส้น
ถ้าเส้นสั้นอยู่บนเส้นยาวเรียงกัน เช่น 20 อยู่เหนือ 50 และ 50 อยู่เหนือ 200 แสดงว่าเทรนด์ขาขึ้นแข็งแรงในทุกระยะ เรียงกลับด้านคือขาลง เส้นพันกันคือไม่มีเทรนด์
4. สัญญาณเส้นตัดกัน
เส้นสั้นตัดเส้นยาว ใช้บอกว่าแรงส่งเปลี่ยน แต่เพราะ MA ช้ากว่าราคา สัญญาณมักมาหลังราคาวิ่งไปแล้วพอสมควร และในตลาดไซด์เวย์จะตัดไปมาหลอกบ่อย
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ใช้สัญญาณเส้นตัดกันในตลาดไซด์เวย์ แล้วโดนหลอกซ้ำ ๆ
- ใส่เส้นเยอะเกินจนอ่านกราฟไม่ออก ส่วนใหญ่ 2 ถึง 3 เส้นก็พอ
- ปรับตัวเลขไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากับกราฟในอดีต ซึ่งมักใช้ไม่ได้กับอนาคต
- ลืมว่า MA ตามหลังราคา ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าจะกลับตัว
- ใช้เส้นเป็นจุดเข้าอย่างเดียว ไม่ได้ดูแนวรับแนวต้านหรือวาง Stop loss
ตั้งค่าที่แนะนำสำหรับเริ่มต้น
- กราฟรายวันหรือ 4 ชั่วโมง: EMA 20, SMA 50, SMA 200
- กราฟระยะสั้น: EMA 9 และ EMA 21 แล้วดู SMA 200 ประกอบเพื่อรู้ทิศทางใหญ่
- ใช้ราคาปิดเป็นค่าคำนวณ เหมือนที่คนส่วนใหญ่ใช้
คำถามที่พบบ่อย
SMA กับ EMA แบบไหนดีกว่า
ไม่มีแบบไหนดีกว่าทุกสถานการณ์ EMA ตอบสนองเร็ว เหมาะกับการเทรดระยะสั้น SMA นิ่งกว่า เหมาะดูเทรนด์ระยะยาว หลายคนใช้ EMA สำหรับเส้นสั้นและ SMA 200 สำหรับเทรนด์ใหญ่
ค่า MA ที่ดีที่สุดคือเท่าไร
ไม่มีค่าวิเศษ เส้นที่ได้ผลบ่อยคือเส้นที่คนจำนวนมากดูอยู่ เช่น 20 50 200 เพราะมีคำสั่งซื้อขายรออยู่แถวนั้น การปรับตัวเลขให้เข้ากับกราฟในอดีตมักใช้ไม่ได้ในอนาคต
ใช้ MA กับคริปโตได้ไหม
ได้ วิธีเดียวกันทุกตลาด ในบิตคอยน์นิยมดูกราฟรายสัปดาห์ เส้น 20 สัปดาห์ (SMA) คู่กับ 21 สัปดาห์ (EMA) และเส้น 200 สัปดาห์สำหรับภาพระยะยาว
ใช้ราคาอะไรในการคำนวณ
ค่าเริ่มต้นของโปรแกรมส่วนใหญ่คือราคาปิด ซึ่งเป็นค่าที่คนส่วนใหญ่ใช้ ควรใช้ราคาปิดเหมือนกันจะได้เห็นเส้นเดียวกับตลาด
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด