Heikin Ashi และ Renko คืออะไร กราฟแบบไหนช่วยเห็นเทรนด์ แบบไหนหลอกตา
สูตร Heikin Ashi พร้อมตัวอย่างคำนวณ 3 แท่ง วิธีสร้างก้อน Renko ทำไมราคาบนกราฟพวกนี้ใช้เข้าออกออเดอร์ไม่ได้ และทำไมผล Backtest บนกราฟ HA ดูดีเกินจริง
- Heikin Ashi คือแท่งเทียนที่เฉลี่ยราคาแล้ว สีเรียงกันยาวขึ้นในเทรนด์ แต่ราคาบนแท่งไม่ใช่ราคาที่ซื้อขายได้จริง
- Renko ตัดเวลาทิ้ง วาดก้อนใหม่เมื่อราคาวิ่งครบขนาดก้อนเท่านั้น ช่วงไซด์เวย์จึงหายไปจากกราฟ
- ทั้งสองแบบช้ากว่าราคาจริง จุดเข้า Stop loss และ Take profit ต้องคิดจากราคาจริงเสมอ
- Backtest ที่เข้าออกที่ราคาบนแท่ง HA ดูดีเกินจริงได้มาก แม้กับราคาที่สุ่มล้วน ๆ
กราฟแท่งเทียนปกติบอกราคาเปิด สูงสุด ต่ำสุด และปิดของแต่ละช่วงเวลาตามจริง ข้อดีคือครบ ข้อเสียคือรก ในเทรนด์ขาขึ้นก็มีแท่งแดงแทรกเต็มไปหมด Heikin Ashi กับ Renko คือกราฟอีกสองแบบที่พยายามตัดสิ่งรบกวนออกให้เห็นเทรนด์ชัดขึ้น ราคาที่ต้องจ่ายคือมันไม่ได้แสดงราคาตลาดตรง ๆ อีกต่อไป บทนี้อธิบายว่ามันคำนวณยังไง ช่วยตอนไหน และหลอกตาตอนไหน
Heikin Ashi คืออะไร
Heikin Ashi (อ่านว่า เฮเคน อาชิ ภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “แท่งเฉลี่ย” ใน MT4/MT5 สะกดว่า Heiken Ashi) คือแท่งเทียนที่สร้างจากค่าเฉลี่ย ไม่ใช่จากราคาจริงตรง ๆ แต่ละแท่งมี 4 ค่าเหมือนแท่งปกติ แต่คิดแบบนี้
| ค่า | สูตร | ความหมาย |
|---|---|---|
| HA Close | (Open + High + Low + Close) ÷ 4 | ราคาเฉลี่ยของแท่งจริงแท่งนี้ |
| HA Open | (HA Open แท่งก่อน + HA Close แท่งก่อน) ÷ 2 | จุดกึ่งกลางตัวแท่ง HA ก่อนหน้า |
| HA High | ค่าสูงสุดของ High จริง, HA Open, HA Close | |
| HA Low | ค่าต่ำสุดของ Low จริง, HA Open, HA Close |
แท่งแรกสุดยังไม่มีแท่ง HA ก่อนหน้า โปรแกรมส่วนใหญ่จึงตั้ง HA Open แท่งแรก = (Open + Close) ÷ 2 ของแท่งจริง ผลของจุดเริ่มนี้จางลงเร็วภายในไม่กี่แท่ง
สังเกตว่า HA Open ไม่ได้มาจากราคาจริงของแท่งนี้เลย มาจากแท่ง HA ก่อนหน้าล้วน ๆ แท่ง HA จึงเหมือนค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่มีความจำ แท่งนี้เกาะแท่งก่อน แท่งก่อนเกาะแท่งก่อนหน้าอีกที
ตัวอย่างคำนวณ 3 แท่ง
แท่งจริง 3 แท่ง (Open / High / Low / Close)
- แท่ง 1: 100 / 104 / 99 / 102
- แท่ง 2: 102 / 105 / 101 / 104.5
- แท่ง 3: 104.5 / 105 / 101.5 / 102 (แท่งแดง ราคาปิดต่ำกว่าเปิด 2.5)
แท่ง 1
- HA Close = (100 + 104 + 99 + 102) ÷ 4 = 405 ÷ 4 = 101.25
- HA Open = (100 + 102) ÷ 2 = 101 (แท่งแรก ใช้ Open กับ Close จริง)
- HA High = สูงสุดของ 104, 101, 101.25 = 104 ส่วน HA Low = ต่ำสุดของ 99, 101, 101.25 = 99
- Close > Open จึงเป็นแท่งเขียว
แท่ง 2
- HA Close = (102 + 105 + 101 + 104.5) ÷ 4 = 412.5 ÷ 4 = 103.125
- HA Open = (101 + 101.25) ÷ 2 = 101.125
- HA High = 105 ส่วน HA Low = ต่ำสุดของ 101, 101.125, 103.125 = 101
- แท่งเขียว
แท่ง 3
- HA Close = (104.5 + 105 + 101.5 + 102) ÷ 4 = 413 ÷ 4 = 103.25
- HA Open = (101.125 + 103.125) ÷ 2 = 102.125
- HA High = 105 ส่วน HA Low = ต่ำสุดของ 101.5, 102.125, 103.25 = 101.5
- HA Close 103.25 สูงกว่า HA Open 102.125 จึง ยังเป็นแท่งเขียว ทั้งที่แท่งจริงเป็นแท่งแดง และราคาปิดจริงคือ 102
ตัวอย่างนี้แสดงทั้งข้อดีและข้อเสียในแท่งเดียว ข้อดีคือแท่งแดงแท่งเดียวในขาขึ้นไม่ทำให้ HA เปลี่ยนสี ข้อเสียคือถ้านี่คือจุดเริ่มกลับตัวจริง HA ก็จะบอกช้ากว่า และราคา “ปิด” 103.25 บนแท่ง HA สูงกว่าราคาตลาดตอนปิดแท่งถึง 1.25
อ่าน Heikin Ashi ยังไง
- แท่งเขียวไม่มีไส้ล่าง แรงขึ้นต่อเนื่อง เพราะ Low จริงไม่ได้ลงไปต่ำกว่า HA Open เลย
- แท่งแดงไม่มีไส้บน แรงลงต่อเนื่อง
- ตัวแท่งเล็ก มีไส้ทั้งสองข้าง ตลาดลังเล เทรนด์อาจอ่อนลงหรือเข้าช่วงไซด์เวย์
- สีเปลี่ยน บอกว่าค่าเฉลี่ยเปลี่ยนทิศ ซึ่งเกิดหลังราคาจริงเปลี่ยนไปแล้วเสมอ
ในรูปบน ขาขึ้นช่วงแรกมีแท่งแดงจริงแทรกหลายแท่ง แต่ HA เป็นสีเขียวยาวต่อเนื่อง ช่วงไซด์เวย์ (แถบเหลือง) HA ก็ยังเปลี่ยนสีไปมาอยู่ดี และแท่งสุดท้ายราคาจริงปิดที่ 100.65 แต่ HA ปิดที่ 101.61 ห่างกันเกือบ 1 หน่วยราคา ถ้าใครดูแกนราคาบนกราฟ HA แล้วคิดว่าตลาดอยู่ที่ 101.61 ก็เข้าใจผิดทันที บางโปรแกรมแสดงป้ายราคาล่าสุดเป็นค่า HA ไม่ใช่ราคาตลาด ควรเช็กการตั้งค่าของโปรแกรมที่ใช้
ทำไมราคา HA เอาไปเทรดไม่ได้
HA Close คือค่าเฉลี่ย 4 ราคา มันอยู่ในช่วง High ถึง Low ของแท่งจริงก็จริง แต่สัญญาณบนกราฟ HA จะรู้ก็ต่อเมื่อแท่งปิดแล้ว ตอนนั้นราคาตลาดคือราคาปิดจริง ไม่ใช่ HA Close ส่วน HA Open กับขอบแท่งก็เป็นตัวเลขที่คำนวณขึ้นทั้งหมด
ผลที่ตามมา
- จุดเข้า ใช้ราคาตลาดจริงเท่านั้น
- Stop loss และ Take profit วางจากราคาจริง เช่น ใต้ Low จริงของแท่ง หรือคิดจาก ATR ไม่ใช่ใต้ Low ของแท่ง HA
- ขนาดไม้ คิดจากระยะ Stop loss จริง ตามวิธีใน คำนวณขนาดไม้จาก Stop loss
แท่ง HA ใช้ดูทิศ ไม่ใช้ดูราคา ทุกตัวเลขที่เกี่ยวกับเงิน ทั้งจุดเข้า Stop loss และขนาดไม้ ต้องมาจากราคาจริง
Backtest บนกราฟ HA ดูดีเกินจริงแค่ไหน
เราลองด้วยราคาสังเคราะห์แบบสุ่มล้วน ไม่มีเทรนด์ซ่อนอยู่ จึงไม่มีระบบไหนควรทำกำไรได้จริง สร้าง 20 ชุด ชุดละ 5,000 แท่ง แล้วใช้กติกาง่าย ๆ ที่เห็นบ่อย HA เปลี่ยนเป็นเขียวให้ Buy เปลี่ยนเป็นแดงให้ Sell กลับฝั่ง ได้ทั้งหมด 24,229 ไม้ แล้วคิดผลสองแบบ
| เข้าออกที่ | กำไรเฉลี่ยต่อไม้ | เทียบกับช่วงแท่งเฉลี่ย | อัตราชนะ | ชุดที่เป็นบวก |
|---|---|---|---|---|
| HA Close (ราคาบนแท่ง HA) | +0.608 | +44.5% | 50.3% | 20 จาก 20 |
| ราคาปิดจริงของแท่งเดียวกัน | +0.016 | +1.2% | 35.7% | 14 จาก 20 |
ช่วง High ถึง Low เฉลี่ยของแท่งคือ 1.366 กติกาเดียวกัน สัญญาณเดียวกัน แค่เปลี่ยนราคาที่ใช้เข้าออก ผลจากกำไรเกือบครึ่งช่วงแท่งต่อไม้ กลายเป็นราว ๆ ศูนย์ และยังไม่ได้หัก spread (ต้นทุน spread ต่อไม้) ซึ่งจะดันให้ติดลบ เหตุผลคือตอน HA เพิ่งเปลี่ยนเป็นเขียว HA Close มักต่ำกว่าราคาปิดจริง (ในการทดลองนี้ 80.1% ของครั้ง ต่ำกว่าเฉลี่ย 0.297) ระบบจึงได้ “ซื้อถูก” และตอนเปลี่ยนเป็นแดงก็ได้ “ขายแพง” กว่าราคาที่มีจริงในจังหวะนั้น นี่เป็นการทดลองกับราคาสุ่ม ไม่ใช่ผลของตลาดจริง แต่พอให้เห็นว่ากำไรแบบนี้มาจากวิธีคิดราคา ไม่ใช่จากฝีมือ
ถ้าผล Backtest บนกราฟ HA หรือ Renko ดูสวยผิดปกติ ให้ทดสอบซ้ำโดยเข้าออกที่ราคาตลาดจริงก่อนเชื่อ
แพลตฟอร์มกราฟบางเจ้ามีคำเตือนเรื่องนี้ หรือมีตัวเลือกให้ระบบทดสอบใช้ราคา OHLC จริงแม้จะดูกราฟ HA อยู่ ถ้าทดสอบเองควรเช็กว่าเปิดไว้หรือไม่ อ่านเรื่องช่องว่างระหว่างผลทดสอบกับของจริงเพิ่มที่ Backtest กับผลจริงต่างกันทำไม
Renko คืออะไร
Renko (มาจากคำญี่ปุ่นว่า renga แปลว่าอิฐ) ไม่สนเวลาเลย กราฟประกอบด้วย “ก้อน” ขนาดเท่ากันทุกก้อน ก้อนใหม่เกิดเมื่อราคาวิ่งครบขนาดก้อนเท่านั้น
- ขนาดก้อน (box size) ตั้งเป็นราคาคงที่ เช่น 1.00 หรือ 10 pip หรือตั้งตาม ATR ให้ขนาดก้อนสัมพันธ์กับความผันผวน
- ก้อนไปทางเดิม ราคาปิดต้องเกินขอบก้อนล่าสุดไปอีก 1 ก้อน
- ก้อนกลับทิศ ใน Renko แบบดั้งเดิม ราคาต้องวิ่งสวนไป 2 ก้อนจากขอบบนของก้อนล่าสุด (คือเลยขอบล่างไปอีก 1 ก้อน)
- ราคาวิ่งไม่ครบก้อน ไม่มีอะไรเกิดขึ้นบนกราฟ ต่อให้ผ่านไปกี่แท่งก็ตาม
- แท่งเดียวที่วิ่งแรงสร้างได้หลายก้อนพร้อมกัน
ตัวอย่างจากราคาชุดเดียวกับรูปบน
ใช้ราคาปิดจริง ขนาดก้อน 1.00 เริ่มที่ระดับ 101
- ก้อนแรกขึ้น 101–102 เกิดที่แท่ง 5 ตอนราคาปิด 102.09 ครั้งแรกที่ปิดได้ถึง 102
- แท่ง 13 ปิด 109.82 จากก้อนล่าสุดที่ 106 แท่งเดียวสร้าง 3 ก้อน คือ 106–107, 107–108 และ 108–109
- ราคาปิดสูงสุดคือ 110.17 ที่แท่ง 18 สร้างก้อน 109–110 จากนั้นก้อนลงก้อนแรก (108–109) ต้องรอให้ราคาปิดต่ำกว่า 108 ซึ่งเกิดที่แท่ง 28 ราคาปิด 107.28 ช้ากว่าจุดสูงสุด 10 แท่ง และต่ำกว่าราคาปิดสูงสุด 2.89
- 40 แท่งเหลือ 17 ก้อน ถ้าเปลี่ยนเป็นก้อนขนาด 2.00 จะเหลือแค่ 7 ก้อน
ข้อควรระวังของ Renko
- เวลาหายไป ช่วงไซด์เวย์ 9 แท่งในรูปบนไม่เหลือร่องรอยเลย ดูแล้วเหมือนตลาดเรียบ แต่จริง ๆ ราคาแกว่งไปมาและมีค่า swap ค่า spread เกิดขึ้นตลอด
- ก้อนล่าสุดยังไม่จบ ก้อนที่กำลังก่อตัวยังไม่ใช่ก้อนจริงจนกว่าราคาจะปิดครบขนาด ถ้าโปรแกรมสร้างก้อนจากราคาระหว่างแท่ง ก้อนอาจโผล่มาแล้วหายไปได้ก่อนแท่งจะปิด
- ATR-based ระวังการวาดใหม่ ถ้าตั้งขนาดก้อนตาม ATR บางโปรแกรมคำนวณขนาดก้อนใหม่เมื่อมีข้อมูลเพิ่ม ก้อนในอดีตจึงเปลี่ยนได้เมื่อเปิดกราฟใหม่ ควรเช็กว่าโปรแกรมที่ใช้ทำแบบไหน
- ราคาขอบก้อนไม่ใช่ราคาที่เข้าได้ ในตัวอย่าง แท่ง 13 สร้าง 3 ก้อนจากราคาปิดเดียวที่ 109.82 กว่าจะรู้ว่ามีก้อนใหม่ แท่งก็ปิดไปแล้ว ถ้า Backtest ให้เข้าที่ขอบก้อนแรก 107 คือได้ราคาที่ผ่านไปแล้ว ถ้ามี gap ราคาขอบก้อนอาจไม่เคยมีคนซื้อขายเลยด้วยซ้ำ ปัญหาเดียวกับ HA
- ขนาดก้อนเปลี่ยนภาพ ก้อน 1.00 เห็นการย่อตัว ก้อน 2.00 อาจไม่เห็นเลย ไม่มีขนาดที่ถูกที่สุด เลือกแล้วควรใช้คงที่ ไม่ปรับไปเรื่อย ๆ จนกราฟในอดีตดูสวย ซึ่งเป็น overfitting แบบหนึ่ง
MT5 มี Heiken Ashi เป็นอินดิเคเตอร์ตัวอย่างมาให้ แต่ไม่มีกราฟ Renko ในตัว ต้องใช้เครื่องมือเสริม ส่วนแพลตฟอร์มกราฟอย่าง TradingView มีทั้ง Heikin Ashi, Renko และแบบอื่นเป็นชนิดกราฟให้เลือก
กราฟแบบอื่นที่ใกล้เคียง
- Line break (นิยมแบบ 3 เส้น) ขึ้นเส้นใหม่เมื่อราคาปิดเกินจุดสูงหรือต่ำของเส้นล่าสุด และจะกลับทิศเมื่อราคาปิดเลยจุดสุดของ 3 เส้นล่าสุด ตัดเวลาทิ้งเหมือน Renko แต่ไม่มีขนาดก้อนตายตัว
- Range bars ทุกแท่งมีช่วง High ถึง Low เท่ากัน แท่งใหม่เกิดเมื่อราคาวิ่งเกินช่วงนั้น ตลาดเงียบได้แท่งน้อย ตลาดผันผวนได้แท่งเยอะ
ทั้งสองแบบมีข้อควรระวังเดียวกัน คือตัดเวลาทิ้งและราคาบนกราฟอาจไม่ตรงกับจังหวะที่ซื้อขายได้จริง
ช่วยตอนไหน หลอกตาตอนไหน
| สถานการณ์ | Heikin Ashi | Renko |
|---|---|---|
| เทรนด์ชัด | เห็นสีเรียงยาว ช่วยไม่ให้ออกเร็วเกินไป | เห็นโครงสร้างจุดสูงจุดต่ำชัด วาด เส้นเทรนด์ ง่าย |
| ไซด์เวย์ | ยังเปลี่ยนสีไปมา หลอกได้ | ช่วงไซด์เวย์หายไป ดูเหมือนตลาดนิ่ง |
| กลับตัวเร็ว | เปลี่ยนสีช้ากว่าราคาจริง | ต้องรอวิ่งสวน 2 ก้อน |
| ข่าวแรง / gap | ค่าเฉลี่ยกลบความแรงบางส่วน | ก้อนหลายก้อนเกิดพร้อมกันที่ราคาไม่เคยซื้อขาย |
| วางจุดเข้าและ Stop loss | ใช้ไม่ได้ ต้องดูราคาจริง | ใช้ไม่ได้ ต้องดูราคาจริง |
วิธีที่ใช้กันมากและปลอดภัยกว่า คือใช้ HA หรือ Renko เป็นกราฟ “ดูภาพ” ใน timeframe ใหญ่ แล้ววางออเดอร์บนกราฟแท่งเทียนปกติ คล้ายแนวคิด ดูหลาย timeframe และถ้าระบบของคุณได้กำไรตอนตามเทรนด์ ก็ต้องยอมรับว่ามันจะเสียบ่อยในตลาดไซด์เวย์ อ่านต่อที่ ตามเทรนด์หรือสวนเทรนด์
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ตั้ง Stop loss ใต้ Low ของแท่ง HA หรือใต้ขอบก้อน Renko ทั้งที่ราคาจริงอาจอยู่คนละที่
- เชื่อผล Backtest บนกราฟ HA หรือ Renko โดยไม่เช็กว่าระบบทดสอบเข้าออกที่ราคาอะไร
- คิดว่า HA ทำนายการกลับตัวได้ ทั้งที่มันเป็นค่าเฉลี่ยของราคาที่ผ่านไปแล้ว และเปลี่ยนสีช้ากว่าราคาเสมอ
- ดู Renko แล้วลืมว่ามีเวลาผ่านไป ถือออเดอร์ข้ามหลายวันโดยไม่ได้นับค่า swap
- ปรับขนาดก้อนหรือการตั้งค่าไปเรื่อย ๆ จนกราฟย้อนหลังดูสวยที่สุด แล้วคาดว่าอนาคตจะเหมือนเดิม กับดักนี้เกี่ยวกับ มองย้อนหลังแล้วเห็นชัด และ อคติในการเทรด
- อ่าน รูปแบบแท่งเทียน อย่าง Engulfing หรือ Doji บนแท่ง HA ซึ่งไม่ใช่แท่งเดียวกับที่รูปแบบพวกนั้นนิยามไว้
คำถามที่พบบ่อย
Heikin Ashi ดีกว่าแท่งเทียนปกติไหม
ไม่ได้ดีกว่า แค่แสดงต่างกัน HA ช่วยให้เห็นว่าเทรนด์ยังไปต่อหรือเริ่มอ่อน แต่ซ่อนราคาเปิดและปิดจริง และเปลี่ยนสีช้ากว่าราคา หลายคนจึงดูทิศทางด้วย HA แล้ววางออเดอร์บนกราฟปกติ
Renko ใช้ขนาดก้อนเท่าไรดี
ไม่มีค่าที่ถูกที่สุด ก้อนเล็กได้ก้อนเยอะและหลอกบ่อย ก้อนใหญ่เรียบแต่ช้า วิธีที่นิยมคืออิงความผันผวน เช่น ใช้ราว ๆ ค่า ATR ของ timeframe ที่ดู แล้วเปิดดูกราฟเทียบกับแท่งปกติว่าก้อนสะท้อนจังหวะของตลาดหรือไม่
ทำไมผล Backtest บนกราฟ Renko หรือ HA ถึงดีมาก
เพราะระบบทดสอบมักเข้าออกที่ราคาบนแท่งหรือขอบก้อน ซึ่งเป็นราคาที่คำนวณขึ้น ไม่ใช่ราคาที่มีคนซื้อขายในจังหวะนั้น ต้องทดสอบใหม่โดยให้เข้าออกที่ราคาตลาดจริงก่อนเชื่อผล
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด