Seasonality วันไหน เดือนไหนดี? วิธีทดสอบว่าจริงหรือแค่บังเอิญ
กราฟฤดูกาลบอกว่าเดือนนี้ทองขึ้น วันนี้ดีที่สุด แต่ตัวเลขสุ่มล้วนก็สร้างกราฟแบบนั้นได้ ดูวิธีทดสอบ day-of-week, เดือน, Sell in May และสิ่งที่ข้อมูลทองคำบอกจริง
- ตัวเลขสุ่มล้วน 10 ปีก็สร้าง "เดือนที่ดีที่สุด" ได้เสมอ ในการจำลองของเรามีเดือนที่บวก 7 ใน 10 ปีโดยบังเอิญถึง 90% ของรอบ
- ทดสอบ 5 วัน 12 เดือน 24 ชั่วโมงพร้อมกัน มีโอกาส 88% ที่จะเจออย่างน้อยหนึ่งช่องผ่านเกณฑ์ 5% ทั้งที่ไม่มีอะไรจริง
- ในข้อมูลทองคำ 2022–2026 ของเรา วันที่ดีที่สุดเปลี่ยนไปทุกปี แต่รูปความผันผวนรายชั่วโมงแทบเหมือนเดิมทุกปี
- ฤดูกาลของความผันผวนเชื่อได้และใช้วางแผนได้ ฤดูกาลของทิศทางอ่อนมากและหายง่าย
“ทองคำมักขึ้นในเดือนมกราคม” “วันจันทร์มักลง” “Sell in May and go away” ประโยคแบบนี้มีกราฟประกอบสวย ๆ เสมอ และฟังดูเหมือนข้อเท็จจริง Seasonality หรือฤดูกาลในตลาด คือความคิดว่าราคามีรูปแบบที่ผูกกับปฏิทิน เช่น วันในสัปดาห์ เดือนในปี หรือชั่วโมงในวัน บทนี้จะดูว่าทำไมกราฟพวกนี้ดูน่าเชื่อ ทั้งที่ตัวเลขสุ่มก็สร้างได้ ต้องใช้ข้อมูลกี่ปีถึงพอ และสิ่งที่ข้อมูลทองคำของเราบอกจริง ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นเสียงรบกวนและส่วนที่เกิดซ้ำทุกปี
Calendar effect ที่คนพูดถึงบ่อย
- Day-of-week วันในสัปดาห์ เช่น วันจันทร์ลง วันศุกร์ขึ้น
- Month-of-year เดือนในปี เช่น กราฟ “ทองคำรายเดือน” ที่บอกว่าเดือนไหนขึ้นบ่อย
- Turn-of-month ช่วงรอยต่อเดือน คือวันท้ายเดือนกับไม่กี่วันแรกของเดือนใหม่
- Sell in May ความเชื่อว่าหุ้นทำผลงานช่วงพฤษภาคมถึงตุลาคมแย่กว่าช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายน
- Hour-of-day ชั่วโมงในวัน เช่น ช่วงตลาดลอนดอนเปิด หรือช่วงข่าวสหรัฐฯ
ทั้งหมดนี้มีจุดร่วมกันคือ ทดสอบง่าย แค่จัดกลุ่มผลตอบแทนตามปฏิทินแล้วหาค่าเฉลี่ย และเพราะทดสอบง่าย จึงหลอกง่ายด้วย
ทำไมกราฟฤดูกาลดูน่าเชื่อ
กราฟรายเดือนส่วนใหญ่ใช้ข้อมูล 10–20 ปี แปลว่าแต่ละเดือนมีตัวเลขแค่ 10–20 ค่า ค่าเฉลี่ยของตัวเลขจำนวนน้อยขนาดนี้แกว่งมาก และปีที่ราคาวิ่งแรงเพียงปีเดียวก็ลากค่าเฉลี่ยทั้งแท่งได้
เราลองพิสูจน์ด้วยตัวเลขสุ่มล้วน สร้างผลตอบแทนรายเดือน 12 เดือน × 10 ปี จากการแจกแจงปกติ ค่าเฉลี่ยศูนย์ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5% ต่อเดือน (ใกล้กับทองคำ 2022–2026 ที่เราวัดได้ 5.05%) ทุกเดือนเหมือนกันหมด ไม่มีฤดูกาลอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
ผลรอบหนึ่ง:
- สิงหาคมออกมา “ดีที่สุด” เฉลี่ย +2.14% ต่อเดือน กันยายน “แย่ที่สุด” −2.08% ต่างกันกว่า 4 จุด
- แต่สิงหาคมบวกแค่ 5 ปีจาก 10 ปี เท่าโยนเหรียญพอดี
- ค่าเฉลี่ยสูงเพราะปีที่ 8 ปีเดียวได้ +13.80% ตรวจ: ผลรวม 10 ปีคือ 21.43 ตัดปีที่ 8 ออกเหลือ 7.63 หาร 9 ได้ +0.85%
รอบเดียวอาจเป็นความบังเอิญ เราจึงรันซ้ำ 20,000 รอบ ผลคือ
- เดือนที่ดีที่สุดได้ค่าเฉลี่ยราว +2.58% ต่อเดือน และห่างจากเดือนที่แย่ที่สุดเฉลี่ย 5.16 จุด ทั้งที่ความจริงทุกเดือนคือ 0
- 90% ของรอบ (89.8%) มีอย่างน้อยหนึ่งเดือนที่บวก 7 ปีขึ้นไปจาก 10 ปี ตรวจด้วยสูตร: โอกาสที่เดือนหนึ่งบวก ≥ 7 จาก 10 คือ 17.2% โอกาสที่มีอย่างน้อยหนึ่งเดือนจาก 12 คือ 1 − 0.828¹² = 89.6% ตรงกัน
- 49% ของรอบมีเดือนที่บวก 8 ใน 10 ปี
ประโยค “เดือนนี้ขึ้น 8 ใน 10 ปี” ฟังดูแน่น แต่ในข้อมูลสุ่มล้วน 12 เดือน 10 ปี มีโอกาสราวครึ่งหนึ่งที่จะเจอเดือนแบบนั้นอย่างน้อยหนึ่งเดือน
กราฟแบบนี้ยังโดน Hindsight bias ซ้ำอีกชั้น พอเห็นว่าสิงหาคมดี เราจะหาเหตุผลมาอธิบายได้เสมอ อ่านเพิ่มที่ ทำไมกราฟย้อนหลังดูง่ายเสมอ
ปัญหาลองหลายช่อง: 5 วัน × 12 เดือน × 24 ชั่วโมง
เกณฑ์สถิติ 5% ออกแบบมาสำหรับการทดสอบครั้งเดียว ถ้าทดสอบหลายช่องพร้อมกัน ช่องที่ “ผ่าน” เพราะโชคจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนช่อง โอกาสเจออย่างน้อยหนึ่งช่องคือ 1 − 0.95^จำนวนช่อง
| สิ่งที่ทดสอบ | จำนวนช่อง | โอกาสเจอช่องผ่านปลอมอย่างน้อย 1 | เกณฑ์ t ที่ควรใช้แทน 1.96 |
|---|---|---|---|
| วันในสัปดาห์ (Forex มี 5 วัน) | 5 | 22.6% | 2.58 |
| เดือนในปี | 12 | 46.0% | 2.87 |
| ชั่วโมงในวัน | 24 | 70.8% | 3.08 |
| ทั้งสามอย่างรวมกัน | 41 | 87.8% | 3.23 |
| วัน × เดือน | 60 | 95.4% | — |
คอลัมน์สุดท้ายใช้วิธี Bonferroni คือหารเกณฑ์ 5% ด้วยจำนวนช่องแล้วแปลงเป็นค่า t เป็นวิธีที่เข้มและง่ายที่สุด และนี่ยังไม่นับคู่เงิน Timeframe และนิยามอื่น ๆ ที่ลองไปด้วย เช่น วัดจากราคาปิดเวลาไหน รายละเอียดเรื่องนี้อยู่ใน Data snooping ลอง 200 กลยุทธ์
ต้องใช้ข้อมูลกี่ปี
ค่า t ประมาณได้จาก ขนาดผล ÷ (ความแกว่ง ÷ √จำนวนตัวอย่าง) ถ้าอยากให้ t ถึง 1.96 ต้องใช้ตัวอย่าง n = (1.96 × ความแกว่ง ÷ ขนาดผล)²
ตัวอย่างรายเดือน ความแกว่ง 5% ต่อเดือน:
- เดือนหนึ่งดีกว่าปกติ 2%: n = (1.96 × 5 ÷ 2)² = 4.9² = 24.01 ปัดขึ้นเป็น 25 ปี แค่ให้ผลไปอยู่ตรงเส้นเกณฑ์ ซึ่งแปลว่าโอกาสตรวจเจอยังแค่ครึ่งเดียว ถ้าอยากมีโอกาส 80% ต้องใช้ (2.8 × 5 ÷ 2)² = 49 ปี
- ดีกว่าปกติ 1%: (1.96 × 5 ÷ 1)² = 96.04 ราว 97 ปี
- ถ้าทดสอบทั้ง 12 เดือนแล้วใช้เกณฑ์ 2.87: ผล 2% ต้องใช้ (2.87 × 5 ÷ 2)² ราว 52 ปี
ตัวอย่างวันในสัปดาห์ ทองคำ 2022–2026 แกว่งวันละ 1.19%:
- วันหนึ่งดีกว่าปกติ 0.1% ต่อวัน ต้องใช้ (1.96 × 1.19 ÷ 0.1)² ราว 544 สัปดาห์ หรือ 10.5 ปี ถ้าใช้เกณฑ์ 2.58 สำหรับ 5 วัน ต้องราว 942 สัปดาห์ หรือ 18 ปี
ส่วนกราฟฤดูกาลที่ใช้ข้อมูล 10–15 ปี ตรวจได้แค่ผลที่ใหญ่มาก ๆ เท่านั้น และผลที่ใหญ่ขนาดนั้นถ้ามีจริง คนก็เข้าไปเก็บจนหมดไปนานแล้ว หลักคิดเดียวกันกับการนับจำนวนไม้ในระบบเทรด อ่านได้ที่ ต้องเทรดกี่ไม้ถึงรู้ว่าระบบดีจริง
งานวิจัยบอกอะไร
งานวิจัยเรื่องนี้ส่วนใหญ่ทำกับหุ้น ไม่ใช่ Forex หรือทองคำ จึงยกมาเพื่อดูว่าผลแบบนี้มีอายุแค่ไหน ไม่ใช่เพื่อเอามาใช้ตรง ๆ
- Weekend effect Kenneth French (1980) พบว่าหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบช่วงวันศุกร์ถึงวันจันทร์ งานทบทวนรุ่นหลัง เช่น Schwert (2003) ชี้ว่าผลนี้อ่อนลงจนแทบหายไปในข้อมูลหลังจากถูกตีพิมพ์
- Sell in May Bouman และ Jacobsen (2002) พบรูปแบบนี้ในตลาดหุ้นหลายประเทศ แต่ยังถกเถียงกันต่อว่าคงอยู่แค่ไหนหลังหักต้นทุน และเรื่องนี้เป็นของหุ้น ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับค่าเงินหรือทองคำ
- ลองหลายกติกา Sullivan, Timmermann และ White (2001) ทดสอบกติกาปฏิทินหลายพันแบบในหุ้นสหรัฐฯ พบว่าเมื่อคิดรวมทุกแบบที่นักวิจัยรุ่นก่อนอาจลองไป กติกาที่ดีที่สุดก็ไม่ได้ดีกว่าที่โชคทำได้อย่างมีนัย
- ผลจางหลังตีพิมพ์ McLean และ Pontiff (2016) พบว่าความผิดปกติในตลาดหุ้นที่ถูกตีพิมพ์ ให้ผลน้อยลงชัดเจนหลังตีพิมพ์ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นผลจากการลองหลายแบบ อีกส่วนเพราะคนเข้าไปเทรดตาม
- ความผันผวนรายชั่วโมง ในทางกลับกัน Andersen และ Bollerslev (1998) พบว่าความผันผวนของค่าเงินในแต่ละช่วงของวันมีรูปแบบชัด ผูกกับเวลาเปิดปิดของตลาดและเวลาประกาศข่าว รูปแบบแบบนี้ไม่หายไปเมื่อคนรู้ เพราะมันมาจากเวลาทำงานของคน ไม่ใช่จากราคาที่ทายได้
ข้อมูลทองคำของเรา: วันในสัปดาห์
เราวัดจากแท่ง M1 ของ XAUUSD จากโบรกเกอร์ ช่วง 3 มกราคม 2022 ถึง 31 สิงหาคม 2026 รวม 1,210 วันทำการ ผลตอบแทนรายวันคือราคาปิดวันนั้นเทียบวันก่อน เวลาเซิร์ฟเวอร์เป็น GMT+0 (เวลาไทย = เซิร์ฟเวอร์ + 7) แท่งคืนวันอาทิตย์นับรวมกับวันจันทร์ ช่วงนี้ทองขึ้นจากราว 1,830 เป็นราว 4,450 ดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยทุกวันจึงเป็นบวก +0.082% ต่อวัน ต้องเทียบแต่ละวันกับตัวเลขนี้ ไม่ใช่กับศูนย์
| ปี | วันที่ดีที่สุด | วันที่แย่ที่สุด |
|---|---|---|
| 2022 | พุธ +0.12% | จันทร์ −0.20% |
| 2023 | พุธ +0.12% | จันทร์ −0.05% |
| 2024 | พฤหัสฯ +0.27% | พุธ −0.05% |
| 2025 | จันทร์ +0.39% | ศุกร์ +0.00% |
| 2026 (ม.ค.–ส.ค.) | พุธ +0.31% | พฤหัสฯ −0.41% |
สิ่งที่เห็น:
- วันจันทร์แย่ที่สุดสองปีแรก ใครดูข้อมูลตอนต้นปี 2024 อาจสรุปว่า “ทองวันจันทร์ลง” แล้วปี 2025 วันจันทร์กลับดีที่สุด
- เมื่อรวมทั้ง 5 ปี ไม่มีวันไหนเด่นจริง วันพุธเฉลี่ยสูงสุด แต่เทียบกับค่าเฉลี่ยของทุกวันได้ t แค่ 0.81 (ถ้าเทียบกับศูนย์ได้ 1.92 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตลาดขาขึ้นช่วยดันให้) ยังห่างเกณฑ์ 2.58 ที่ควรใช้กับ 5 วัน
- วันพุธดีที่สุด 3 ใน 5 ปี ฟังดูมีอะไร แต่ถ้าแต่ละปีสุ่มวันที่ดีที่สุดแบบมั่ว ๆ โอกาสที่จะมีสักวันได้ที่หนึ่ง 3 ปีขึ้นไปคือ 29% (จำลอง 200,000 รอบ)
- ค่าสหสัมพันธ์ของรูปแบบรายวันระหว่างปีอยู่ตั้งแต่ −0.95 ถึง +0.88 คือบางคู่ปีกลับด้านกันเกือบหมด
ข้อมูลเกือบ 5 ปีเท่ากับราว 243 สัปดาห์ ยังห่างจาก 544 สัปดาห์ที่คำนวณไว้ข้างบนมาก ข้อสรุปที่ซื่อตรงคือ “ยังไม่เห็นหลักฐาน” ไม่ใช่ “พิสูจน์แล้วว่าไม่มี”
ข้อมูลทองคำ: เดือนในปี ปีเดียวลากค่าเฉลี่ย
ข้อมูลชุดเดียวกันมีผลรายเดือน 55 เดือน (กุมภาพันธ์ 2022 ถึงสิงหาคม 2026) แต่ละเดือนมีแค่ 4–5 ค่า
| เดือน | ผลแต่ละปี | เฉลี่ย | เฉลี่ยถ้าตัดค่าที่สุดโต่งที่สุดออก |
|---|---|---|---|
| มิถุนายน | 2022 −1.63, 2023 −2.39, 2024 −0.02, 2025 +0.69, 2026 −11.78 | −3.03% | −0.84% |
| กันยายน | 2022 −2.81, 2023 −4.69, 2024 +5.28, 2025 +12.03 | +2.45% | −0.74% |
| มกราคม | 2023 +5.69, 2024 −1.12, 2025 +6.67, 2026 +13.26 | +6.13% | +3.75% |
กันยายนดูเป็นเดือนดี แต่ทั้งหมดมาจากปี 2025 ปีเดียว ตัดออกแล้วกลายเป็นลบ มิถุนายนดูเป็นเดือนร้าย แต่ส่วนใหญ่มาจากปี 2026 ปีเดียว ส่วนมกราคมยังบวกหลังตัด แต่ต้องเทียบกับค่าเฉลี่ยทุกเดือนซึ่งสูงถึง +1.79% ต่อเดือนในช่วงที่ทองขึ้นแรง เดือนที่ “ดี” ส่วนหนึ่งจึงเป็นแค่เทรนด์ใหญ่ที่ทุกเดือนได้ส่วนแบ่ง
สิ่งที่เกิดซ้ำจริง: ความผันผวนรายชั่วโมง
ทีนี้เปลี่ยนคำถาม จาก “ชั่วโมงไหนราคาขึ้น” เป็น “ชั่วโมงไหนราคาวิ่งกว้าง” เราวัดความกว้างของแท่งรายชั่วโมง (High − Low เป็น % ของราคา) ใช้ค่ามัธยฐานของแต่ละชั่วโมงตามเวลาไทย แล้วหารด้วยค่าเฉลี่ยของทุกชั่วโมงในปีนั้น เพื่อให้เทียบรูปร่างข้ามปีได้ ข้ามช่วง 04:00–06:00 น. ที่ตลาดพักรายวันและมีแท่งน้อย
- ยอดอยู่ที่ 20:00 หรือ 21:00 น. ทุกปี กว้าง 1.60–2.06 เท่าของชั่วโมงเฉลี่ย ตรงกับช่วงข่าวสหรัฐฯ และตลาด New York เปิด
- ชั่วโมงที่เงียบที่สุดอยู่ที่ 03:00 หรือ 06:00 น. แคบเหลือ 0.49–0.66 เท่า
- ค่าสหสัมพันธ์ของรูปร่างระหว่างปีอยู่ที่ 0.77–0.99 เทียบกับรูปแบบรายวันข้างบนที่กระโดดจาก −0.95 ถึง +0.88
- ระดับเปลี่ยนแต่รูปไม่เปลี่ยน ชั่วโมงเฉลี่ยปี 2026 กว้าง 0.417% เกือบสองเท่าของปี 2023 ที่ 0.193% แต่ยอดและช่วงเงียบยังอยู่ตำแหน่งเดิม
เวลาไทยไม่เลื่อน แต่ตลาดยุโรปและสหรัฐฯ เลื่อนตามเวลาฤดูร้อน ยอดจึงขยับได้หนึ่งชั่วโมงตามช่วงปี ดูตารางเวลาได้ที่ ตลาด Forex เปิดกี่โมงตามเวลาไทย และเรื่องที่ความผันผวนสูงต่ำเป็นช่วง ๆ อ่านได้ที่ Volatility clustering
ฤดูกาลของความผันผวนมาจากเวลาทำงานของคนและเวลาประกาศข่าว จึงเกิดซ้ำทุกปี ฤดูกาลของทิศทางถ้ามีจริง คนจะเข้าไปเทรดจนมันหายไป
ทิศทางรายชั่วโมง: อ่อน และต้องระวังข้อมูล
เราวัดทิศทางรายชั่วโมงจากข้อมูลชุดเดียวกันด้วย หักค่าเฉลี่ยของทุกชั่วโมงออกก่อน (ทองขึ้นเฉลี่ย 0.0028% ต่อชั่วโมง) แล้วดูว่าชั่วโมงไหนต่างจากชั่วโมงอื่น จาก 24 ชั่วโมง มีชั่วโมงเดียวที่ค่า t เกิน 1.96 คือ 06:00 น. เวลาไทย (t = 2.39) ยังต่ำกว่าเกณฑ์ 3.08 สำหรับ 24 ช่อง
ชั่วโมงนี้บวกครบทั้ง 5 ปี ฟังดูน่าสนใจ แต่ถ้าทุกชั่วโมงเป็นเหรียญที่โยนปีละครั้ง โอกาสที่อย่างน้อยหนึ่งใน 24 ชั่วโมงจะออกหน้าเดิม 5 ปีติดคือ 1 − (15/16)²⁴ = 79% ขนาดก็เล็ก ราว 0.017% ต่อชั่วโมง หรือราว 0.67 ดอลลาร์ที่ราคาทอง 4,000 และ 06:00 น. เป็นชั่วโมงแรกหลังตลาดพักรายวัน ซึ่ง spread มักกว้าง ข้อมูลแท่งใช้ราคาฝั่งเดียว การที่ spread กว้างแล้วแคบลงอาจทำให้ราคาในแท่งดูขยับเองได้ จุดนี้เรายังไม่ได้ทดสอบแยก
งานวิจัยอื่นของเราก็ออกมาทางเดียวกัน
- ทดสอบว่าโครงสร้างราคา ณ 09:00 น. ทายทิศของทองถึง 14:00, 20:00 และ 24:00 น. ได้ไหม บน 1,184 วัน (แท่ง M1 มกราคม 2022 ถึงสิงหาคม 2026) ไม่มีตัวแปรไหนที่มีตัวอย่างเกิน 100 วันแล้วทายถูกเกิน 55% ทั้งถึง 14:00 และ 20:00 น. ช่องที่ดูดีที่สุด 59% มีแค่ 83 วัน ห่างจาก 50% เพียง 1.6 SD และสลับไปมาตามปี (2022 ได้ 53% ปี 2026 ได้ 70%)
- ในการทดสอบย้อนหลังของเรา ระบบ breakout บนทองที่แบ่งไม้ตามหน้าต่างเวลา 8 ชั่วโมง ใช้ tick จริงปี 2026 (960 ไม้) ไม่มีหน้าต่างไหนต่างจากส่วนที่เหลืออย่างมีนัย ค่า t สูงสุดแค่ 0.96 แต่ถ้ารันไม้ชุดเดียวกันด้วย tick ที่จำลองจากแท่ง 1 นาที หน้าต่างหนึ่งออกมาดีที่สุด ส่วน tick จริงบอกว่าหน้าต่างเดียวกันแย่ที่สุด และเมื่อรันด้วย tick จำลองตลอด 4.6 ปี (ปี 2022–2025 ไม่มี tick จริง) ได้ค่า t ถึง 2.75 ซึ่งเป็นผลปลอมจากวิธีจำลอง tick
ข้อสุดท้ายสำคัญมาก รูปแบบรายชั่วโมงในผล backtest อาจมาจากวิธีสร้างข้อมูล ไม่ใช่จากตลาด อ่านเพิ่มที่ คุณภาพ tick ใน MT5 backtest ผลทั้งหมดนี้เป็นผลย้อนหลัง ผลในอดีตไม่ได้บอกผลในอนาคต
วิธีทดสอบ seasonality ด้วยตัวเอง
- เขียนสมมติฐานพร้อมเหตุผลก่อนดูข้อมูล เช่น “ช่วงข่าวสหรัฐฯ ราคาวิ่งกว้าง เพราะข่าวออกเวลานั้น” ดีกว่าไล่ดู 60 ช่องแล้วหยิบช่องที่สวย
- นับทุกช่องที่ดู แล้วยกเกณฑ์ตามตารางข้างบน 5 ช่องใช้ t ≥ 2.58 12 ช่องใช้ 2.87
- เทียบกับค่าเฉลี่ยทุกช่วง ไม่ใช่กับศูนย์ ถ้าตลาดขึ้นทั้งช่วง ทุกเดือนจะดูดี
- แยกดูทีละปี ผลจริงควรไปทางเดียวกันเกือบทุกปี ถ้าทั้งหมดมาจากปีเดียว ให้ตัดปีนั้นออกแล้วดูใหม่ หรือใช้ค่ามัธยฐานแทนค่าเฉลี่ย
- กันข้อมูลไว้ยืนยัน เลือกจากปีชุดแรก แล้วดูว่ายังอยู่ในปีที่ไม่ได้ใช้ตอนเลือกหรือไม่ แนวคิดเดียวกับ Walk-forward testing
- เทียบขนาดผลกับต้นทุน ผลรายชั่วโมงระดับเศษส่วนดอลลาร์ หายไปกับ spread ได้ทั้งก้อน
- ใช้ข้อมูลที่ถูกต้องกับคำถาม เรื่องรายชั่วโมงใน backtest ต้องใช้ tick จริง และต้องรู้ว่าเวลาเซิร์ฟเวอร์ห่างจากเวลาไทยกี่ชั่วโมง
ใช้ seasonality ที่เชื่อได้อย่างไร
ส่วนที่เชื่อได้คือความผันผวนตามเวลา ใช้กับการคุมความเสี่ยงได้ตรง ๆ
- ระยะ Stop loss Stop loss ที่พอดีตอน 10:00 น. อาจแคบเกินไปตอน 20:00 น. ที่ราคาวิ่งกว้างราวสองเท่า ใช้ ATR ของช่วงเวลาเดียวกันช่วยวาง ดู ATR กับการตั้ง Stop loss
- ขนาดไม้ ถ้า Stop loss กว้างขึ้นตามช่วงเวลา ต้องลดขนาดไม้ลง ให้เงินที่เสี่ยงต่อไม้เท่าเดิม
- ช่วงข่าว ช่วง 19:30–21:30 น. มีข่าวสหรัฐฯ ออกบ่อย ราคากระโดดและ slippage เกิดได้ง่าย ดู ข่าวแรงกับ slippage
- ช่วงเงียบ ช่วงก่อนและหลังตลาดพักรายวัน ราคาวิ่งแคบ แต่ spread อาจกว้าง ระบบที่หวังกำไรนิด ๆ จะเสียเปรียบที่สุดตรงนี้
ส่วนทิศทางตามปฏิทิน ถ้าอยากลองใช้จริง ให้ถือเป็นสมมติฐานที่ต้องผ่านทั้ง 7 ข้อข้างบนก่อน และเทียบกับการเข้าแบบสุ่มในช่วงเวลาเดียวกัน ดู ใช้การเข้าแบบสุ่มเป็นตัวเทียบ
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เชื่อกราฟรายเดือนจากข้อมูล 10 ปี แต่ละแท่งมีแค่ 10 ค่า ปีเดียวที่วิ่งแรงก็สร้าง “เดือนที่ดีที่สุด” ได้
- ดูหลายช่องแล้วรายงานแต่ช่องที่ชนะ 5 วัน 12 เดือน 24 ชั่วโมง มีโอกาสเกือบ 9 ใน 10 ที่จะเจอช่องสวยโดยบังเอิญ
- เทียบกับศูนย์ในตลาดที่มีเทรนด์ ช่วงทองขึ้นแรง ทุกวันและเกือบทุกเดือนดูเป็นบวก
- เอาผลจากหุ้นมาใช้กับ Forex หรือทอง Weekend effect และ Sell in May ศึกษากับหุ้น และหลายเรื่องก็อ่อนลงหลังถูกตีพิมพ์
- สับสนความผันผวนกับทิศทาง รู้ว่าช่วงไหนราคาวิ่งกว้างไม่ได้แปลว่ารู้ว่าจะวิ่งไปทางไหน
- อ่านผลรายชั่วโมงจาก tick จำลอง วิธีจำลอง tick สร้างรูปแบบรายชั่วโมงปลอมได้ และพลิกด้านเมื่อใช้ tick จริง
คำถามที่พบบ่อย
กราฟฤดูกาลทองคำที่เห็นกันบ่อย เชื่อได้ไหม
ดูก่อนว่าใช้ข้อมูลกี่ปี เดือนละแค่ 10–20 ค่า ค่าเฉลี่ยจึงถูกปีเดียวที่วิ่งแรงลากไปได้ง่าย ให้ดูว่าเดือนนั้นบวกกี่ปีจากกี่ปี ลองตัดปีที่สุดโต่งที่สุดออกแล้วดูว่าผลยังอยู่ไหม และเทียบกับค่าเฉลี่ยของทุกเดือน ไม่ใช่เทียบกับศูนย์
ต้องใช้ข้อมูลกี่ปีถึงจะเชื่อผลรายเดือนได้
มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดมาก ถ้าผลตอบแทนรายเดือนแกว่งราว 5% ความได้เปรียบ 2% ต่อเดือนต้องใช้ราว 25 ปีแค่ให้ผลไปถึงเส้นเกณฑ์ และราว 49 ปีถ้าอยากมีโอกาส 80% ที่จะตรวจเจอ ความได้เปรียบ 1% ต้องใช้เกือบร้อยปี
แล้วเรื่องเวลาในวันใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
ใช้กับความผันผวนได้ ช่วงไหนราคาวิ่งกว้าง ช่วงไหนเงียบ เกิดซ้ำทุกปี จึงใช้ปรับระยะ Stop loss ขนาดไม้ และเลือกช่วงที่ต้นทุนไม่แพง แต่อย่าใช้เพื่อทายว่าราคาจะขึ้นหรือลง
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด