เรียนรู้ › วิเคราะห์กราฟ

แท่งเทียน Pin bar, Engulfing, Doji อ่านยังไง วาง Stop loss ตรงไหน และผลทดสอบจริง

นิยามแท่งเทียนแบบมีตัวเลขชัด ทั้ง Pin bar, Engulfing, Inside bar, Doji, Morning star บริบทที่ต้องดู จุดวาง Stop loss และผลทดสอบว่า pattern เดี่ยว ๆ ได้เปรียบแค่ไหน

เริ่มต้น อ่าน 10 นาที 17 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • แท่งเทียนหนึ่งแท่งมี 4 ราคา คือ Open High Low Close ตัวแท่งกับไส้บอกว่าใครคุมราคาในแท่งนั้น
  • เขียนนิยามเป็นตัวเลขก่อนใช้ เช่น Pin bar ต้องมีไส้ยาวอย่างน้อย 2 เท่าของตัวแท่ง ไม่อย่างนั้นจะเห็น pattern ทุกที่
  • ตำแหน่ง เทรนด์ และ timeframe สำคัญกว่ารูปร่าง Hammer กลางกรอบราคาแทบไม่มีความหมาย
  • Stop loss วางเลยปลายไส้ของ pattern ไปอีกเล็กน้อย แล้วคำนวณ lot จากระยะนั้น
  • งานวิจัยและการทดสอบของเราชี้ตรงกันว่า pattern เดี่ยว ๆ หลังหักต้นทุนแทบไม่ต่างจากสุ่ม

แท่งเทียน (Candlestick) คือวิธีวาดราคาที่เทรดเดอร์ใช้มากที่สุด แต่ละแท่งเล่าว่าในช่วงเวลานั้นราคาเปิดที่ไหน ขึ้นไปสูงสุดเท่าไร ลงต่ำสุดเท่าไร แล้วปิดที่ไหน บทนี้นิยาม pattern ยอดนิยมด้วยตัวเลขที่เช็กได้ อธิบายว่าบริบทแบบไหนทำให้มันมีความหมาย จะวาง Stop loss ตรงไหน และดูหลักฐานอย่างตรงไปตรงมาว่า pattern พวกนี้ได้เปรียบตลาดจริงแค่ไหน

โครงสร้างแท่งเทียน

ทุกแท่งมี 4 ราคา เรียกรวมว่า OHLC คือ Open (ราคาเปิด) High (สูงสุด) Low (ต่ำสุด) Close (ราคาปิด) จากสี่ตัวนี้แบ่งแท่งได้เป็น 3 ส่วน

  • ตัวแท่ง (Body) = |Close − Open| ช่วงระหว่างราคาเปิดกับปิด
  • ไส้บน (Upper wick) = High − ค่าที่สูงกว่าระหว่าง Open กับ Close
  • ไส้ล่าง (Lower wick) = ค่าที่ต่ำกว่าระหว่าง Open กับ Close − Low
  • ช่วงแท่ง (Range) = High − Low

แท่งที่ปิดสูงกว่าเปิดคือแท่งขาขึ้น (ในรูปใช้สีเขียวน้ำทะเล) ปิดต่ำกว่าเปิดคือแท่งขาลง (สีส้มแดง) ไส้ยาวแปลว่าราคาเคยไปถึงตรงนั้นแต่ถูกดันกลับ ตัวแท่งยาวแปลว่าฝั่งหนึ่งคุมราคาได้เกือบทั้งแท่ง

High 90Close 75Open 40Low 20ไส้บนตัวแท่งไส้ล่างHigh 85Open 75Close 40Low 25ตัวแท่งแท่งขาขึ้น (ปิดสูงกว่าเปิด)แท่งขาลง (ปิดต่ำกว่าเปิด)
แท่งขาขึ้นและแท่งขาลง วาดตามราคา OHLC จริงในตาราง (หน่วยราคาสมมติ) ตัวแท่งคือช่วงระหว่างเปิดกับปิด ไส้คือส่วนที่เกินออกไปถึง High และ Low

นิยามแบบมีตัวเลข

ตำราแต่ละเล่มนิยามไม่ตรงกัน ตารางนี้ใช้เกณฑ์ที่พบบ่อยและเขียนเป็นตัวเลขได้ ตัวเลขไม่ใช่ค่าศักดิ์สิทธิ์ แต่ต้องมี เพราะถ้าไม่มี ตาเราจะเห็น pattern ในทุกแท่งที่อยากเห็น

Patternเงื่อนไข (ฝั่งขาขึ้น ฝั่งขาลงกลับด้าน)
Hammer / Pin bar ขาขึ้นไส้ล่าง ≥ 2 × ตัวแท่ง และไส้บน ≤ ตัวแท่ง เกิดหลังราคาลง
Shooting starไส้บน ≥ 2 × ตัวแท่ง และไส้ล่าง ≤ ตัวแท่ง เกิดหลังราคาขึ้น
Dojiตัวแท่ง ≤ 10% ของช่วงแท่ง
Bullish Engulfingแท่งก่อนเป็นแท่งแดง แท่งนี้เขียว Open ≤ Close ของแท่งก่อน และ Close ≥ Open ของแท่งก่อน
Inside barHigh < High ของแท่งก่อน และ Low > Low ของแท่งก่อน (แท่งก่อนเรียกว่าแท่งแม่)
Morning starแท่ง 1 แดงตัวยาว · แท่ง 2 ตัวเล็ก ≤ 30% ของตัวแท่ง 1 และอยู่ต่ำกว่าตัวแท่ง 1 · แท่ง 3 เขียว ปิดเกินกึ่งกลางตัวแท่ง 1

รูปร่างเดียวกันเปลี่ยนชื่อตามตำแหน่ง แท่งทรง Hammer ที่เกิดบนยอดขาขึ้นเรียกว่า Hanging man ส่วนทรง Shooting star ที่เกิดก้นขาลงเรียกว่า Inverted hammer สาย Price action นิยม Pin bar ที่เข้มกว่า คือไส้ยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของช่วงแท่ง

Hammer / Pin bar ขาขึ้นไส้ล่าง 36 = 6× ตัวแท่ง 6Shooting starไส้บน 40 = 6.7× ตัวแท่ง 6Dojiตัวแท่ง 1 = 2.5% ของช่วง 40
แท่งเดี่ยววาดตามสัดส่วน Hammer: เปิด 76 สูง 84 ต่ำ 40 ปิด 82 · Shooting star: เปิด 50 สูง 90 ต่ำ 42 ปิด 44 · Doji: เปิด 60 สูง 80 ต่ำ 40 ปิด 61 (หน่วยราคาสมมติ)

Doji บอกแค่ว่าเปิดกับปิดแทบที่เดียวกัน ทั้งสองฝั่งสู้กันจนเสมอ ตัวมันเองไม่มีทิศ จะมีความหมายก็ต่อเมื่อเกิดหลังเทรนด์ยาวที่ชนแนวสำคัญ และต้องรอแท่งถัดไปบอกทิศ

Bull EngulfingเขียวกลืนแดงBear EngulfingแดงกลืนเขียวInside barอยู่ในแท่งแม่Morning starปิดเกินครึ่งแท่ง 1Evening starปิดใต้ครึ่งแท่ง 1
รูปแบบหลายแท่งวาดตามสัดส่วนจาก OHLC สมมติ เส้นประสีน้ำเงินในรูปดาวคือกึ่งกลางตัวแท่งแรก Morning star ปิดที่ 76 เหนือกึ่งกลาง 68 ส่วน Evening star ปิดที่ 36 ใต้กึ่งกลาง 45

ตำราญี่ปุ่นดั้งเดิมให้แท่งกลางของ Morning star เปิดกระโดด (Gap) ห่างจากแท่งแรก แต่ตลาด Forex ซื้อขาย 24 ชั่วโมงตลอดสัปดาห์ ราคาเปิดแท่งใหม่แทบติดกับราคาปิดแท่งเก่าเสมอ เกณฑ์ Gap จึงมักตัดทิ้ง เหลือแค่ให้ตัวแท่งกลางอยู่ต่ำกว่าตัวแท่งแรก (ฝั่ง Evening star อยู่สูงกว่า) เหมือนในรูป

บริบทสำคัญกว่ารูปร่าง

แท่งเทียนบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในแท่งนั้น ไม่ได้บอกว่าแท่งต่อไปจะไปทางไหน สิ่งที่ทำให้ pattern มีน้ำหนักขึ้นมาคือบริบทรอบตัวมัน

  1. ตำแหน่ง Hammer ที่เกิดตรงแนวรับที่ราคาเคยเด้งหลายครั้ง ต่างจาก Hammer กลางกรอบราคามาก ตัดสินตำแหน่งก่อนเห็นแท่ง ดูวิธีหาแนวในบท แนวรับแนวต้านและ Supply/Demand และ Pivot point
  2. เทรนด์ สัญญาณที่ไปทางเดียวกับเทรนด์ใหญ่ เช่น Bullish engulfing ตอนราคาย่อในขาขึ้น เป็นการรอจุดกลับเข้าเทรนด์ ส่วนสัญญาณสวนเทรนด์คือการเดาจุดกลับตัว ซึ่งยากกว่า ดูภาพใหญ่จาก การดูหลาย timeframe
  3. Timeframe แท่ง H4 หนึ่งแท่งรวมการซื้อขาย 4 ชั่วโมง ไส้ยาวบนแท่งแบบนี้สะท้อนแรงดันจริงมากกว่าไส้บน M1 ที่อาจเกิดจากสภาพคล่องบางไม่กี่วินาที และบนกราฟเล็ก spread กินสัดส่วนของระยะวิ่งมากขึ้น (spread บน timeframe เล็ก)
  4. ขนาดเทียบกับความผันผวน Pin bar ที่ช่วงแท่งเล็กกว่าแท่งรอบข้างมาก เป็นแค่เสียงรบกวน เทียบช่วงแท่งกับ ATR ได้ ถ้าช่วงแท่งเล็กกว่าครึ่งหนึ่งของ ATR น้ำหนักก็น้อยตาม (เกณฑ์ครึ่ง ATR เป็นตัวเลขตั้งต้นของเรา ไม่ใช่ค่ามาตรฐาน)

รอยืนยัน (Confirmation)

มีสองแบบหลักในการเข้าหลัง pattern จบ

  • เข้าตอนแท่งปิด ได้ราคาเร็วที่สุด RR ดีที่สุด แต่รับสัญญาณหลอกทั้งหมด
  • รอทะลุ ฝั่งขาขึ้นตั้ง Buy stop เหนือ High ของ pattern ถ้าราคาไม่ไปต่อ คำสั่งก็ไม่ถูกจับ ช่วยตัดบางสัญญาณทิ้ง แต่ราคาเข้าแย่ลง ระยะ Stop loss กว้างขึ้น และระยะถึงแนวต้านถัดไปแคบลง ถ้าไม่ทะลุภายใน 1–3 แท่งก็ยกเลิกคำสั่ง (ตัวเลข 1–3 เป็นกฎตั้งต้น เลือกแล้วใช้ให้คงที่) ดูชนิดคำสั่งใน ประเภทคำสั่งซื้อขาย

การยืนยันไม่ได้ทำให้ได้เปรียบเพิ่มขึ้นเอง มันแลกจำนวนไม้และ RR กับสัญญาณที่ดูชัดขึ้น ซึ่งต้องวัดว่าคุ้มหรือเปล่า ผลทดสอบของเราด้านล่างเป็นตัวอย่างที่การยืนยันเข้มขึ้นกลับทำให้ผลแย่ลง

วาง Stop loss ตรงไหน

หลักคือวางเลยจุดที่ทำให้ pattern ผิด ถ้าราคากลับไปถึงตรงนั้น เหตุผลที่เข้าก็หมดไป แล้วบวกระยะเผื่อ (buffer) อีกเล็กน้อยให้พ้น spread และการแกว่งปกติ

PatternStop loss ฝั่งขาขึ้น
Hammer / Pin barใต้ Low ของแท่ง (ปลายไส้)
Bullish Engulfingใต้ Low ที่ต่ำกว่าของสองแท่ง
Inside barใต้ Low ของแท่งแม่ (กว้าง ปลอดภัยกว่า) หรือใต้ Low ของ Inside bar (แคบ โดนบ่อยกว่า)
Morning starใต้ Low ที่ต่ำที่สุดของสามแท่ง ซึ่งมักเป็นแท่งกลาง
Dojiไม่มีทิศ ใช้ Low ของ Doji เมื่อแท่งถัดไปยืนยันขาขึ้น

ระยะ Stop loss จะกว้างหรือแคบตามขนาด pattern ไม่ใช่ตามที่เราอยากเสีย จึงต้องปรับ lot ให้ความเสียหายต่อไม้คงที่ ตาม คำนวณขนาดไม้จาก Stop loss และ กติกาเสี่ยง 1%

ตัวอย่าง: Bullish Engulfing หลังย่อตัว

กราฟสมมติ EURUSD H1 ราคาขึ้นจาก Low 1.0795 ไปทำ High 1.0902 แล้วย่อลงมาที่โซนแนวรับ 1.0822–1.0832 (บริเวณที่ราคาเคยผ่านตอนขาขึ้น) แท่งที่ 8 เป็นแท่งแดง ตามด้วยแท่งที่ 9 เป็นแท่งเขียว

High เดิม 1.0902Entry 1.0861SL 1.082140 pip = 1R41 pip ≈ 1Rโซนแนวรับ 1.0822–1.0832Bullish Engulfing
กราฟสมมติ EURUSD H1 ไม่ใช่ราคาตลาดจริง วาดตาม OHLC ที่กำหนด Bullish engulfing เกิดในโซนแนวรับหลังราคาย่อ จุดเข้า 1.0861 Stop loss 1.0821 ระยะเสี่ยง 40 pip และ High เดิมอยู่ห่างแค่ราว 1R

ตาราง OHLC ของสองแท่งสุดท้าย

แท่งOpenHighLowClose
8 (แดง)1.08451.08491.08261.0832
9 (เขียว)1.08311.08661.08241.0861

1. เช็กเงื่อนไข Engulfing

  • แท่ง 8 ปิดต่ำกว่าเปิด (1.0832 < 1.0845) เป็นแท่งแดง ✓
  • แท่ง 9 Open 1.0831 ≤ Close แท่งก่อน 1.0832 ✓
  • แท่ง 9 Close 1.0861 ≥ Open แท่งก่อน 1.0845 ✓
  • ตัวแท่ง 9 = 1.0861 − 1.0831 = 30 pip ใหญ่กว่าตัวแท่ง 8 (13 pip) 2.3 เท่า

2. จุดเข้าและ Stop loss เข้าที่ราคาปิด 1.0861 Stop loss ใต้ Low ของสองแท่ง (1.0824) อีก 3 pip = 1.0821

  • ระยะเสี่ยง = 1.0861 − 1.0821 = 40 pip

3. ขนาด lot บัญชี 2,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% = 20 ดอลลาร์ EURUSD 1 lot มูลค่าราว 10 ดอลลาร์ต่อ pip

  • lot = 20 ÷ (40 × 10) = 0.05 lot

4. ระยะถึงแนวต้าน High เดิมอยู่ที่ 1.0902 ห่างจากจุดเข้า 1.0902 − 1.0861 = 41 pip หรือราว 1R (1R = ระยะเสี่ยง 40 pip) ถ้าตั้งเป้า 2R ที่ 1.0861 + 0.0080 = 1.0941 ราคาต้องทะลุ High เดิมไปก่อน

5. ถ้ารอทะลุ ตั้ง Buy stop ที่ High แท่ง 9 คือ 1.0866 ระยะเสี่ยงกลายเป็น 45 pip ระยะถึง High เดิมเหลือ 36 pip = 0.8R การยืนยันทำให้ RR ถึงแนวต้านแรกแย่ลง

ก่อนเข้าทุกครั้ง วัดระยะจากจุดเข้าถึงแนวต้านถัดไปเทียบกับระยะ Stop loss ถ้าไม่ถึง 1R pattern ที่สวยแค่ไหนก็มีที่ให้วิ่งน้อย

ตัวอย่างนี้ไม่ได้บอกว่าราคาจะขึ้นต่อหรือไม่ มันแสดงแค่ขั้นตอน ลองใส่ตัวเลขของคุณเองในเครื่องคำนวณท้ายบท

หลักฐาน: แท่งเทียนได้เปรียบจริงไหม

ตอบตรง ๆ ว่า ในฐานะสัญญาณเดี่ยว หลักฐานส่วนใหญ่บอกว่าแทบไม่ต่างจากสุ่ม โดยเฉพาะหลังหักต้นทุน

งานวิจัยที่เรารวบรวมไว้พบภาพประมาณนี้

  • งานทดสอบ pattern แท่งเทียนแบบเดี่ยว ๆ บนหุ้นรายวันในตลาดสหรัฐฯ และตลาดหุ้นไทย (SET50) ไม่พบความได้เปรียบที่เชื่อถือได้ บาง pattern ที่ตำราเรียกว่า “ขาลง” กลับตามมาด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวก
  • งานบน EURUSD พบสัญญาณทางสถิติบนกราฟ 30–240 นาที แต่ไม่พบบนกราฟรายวัน และเมื่อหักต้นทุน 1 pip ต่อไม้ ผลกลายเป็นติดลบทุกกรอบเวลา
  • มีบาง pattern ผ่านการทดสอบเข้มงวดในตลาดเฉพาะ เช่นหุ้นใหญ่ไต้หวันรายวัน (Bullish engulfing ฝั่งซื้อเท่านั้น) แต่ผลในตลาดหนึ่งไม่ได้ย้ายไปอีกตลาดได้เอง

ในการทดสอบย้อนหลังของเรา ใช้ระบบที่เข้าเมื่อราคาย่อตัวกลับมาแตะระดับ Fibonacci 61.8% ในเทรนด์ บนทองคำ (XAUUSD) กราฟ M15 ใน Strategy Tester ของ MT5 แท่งยืนยันเดิมของระบบง่ายมาก คือแท่งที่แตะระดับแล้วปิดกลับขึ้นมาเหนือระดับเป็นแท่งเขียว เราลองเปลี่ยนเป็นแท่งยืนยันที่เข้มกว่า 3 แบบ ส่วนอื่นเหมือนเดิมทุกอย่าง

แท่งยืนยันข้อมูล tick จริง ม.ค.–ก.ค. 2026เทียบกับแบบเดิม
แบบเดิม (ปิดกลับเหนือระดับ แท่งเขียว)+8,710 ดอลลาร์100%
Pin bar (ไส้ล่าง ≥ 60% ของช่วงแท่ง)−8 ดอลลาร์ราว 0%
Bullish engulfing+2,529 ดอลลาร์29%
รอราคากลับมาทดสอบซ้ำ+4,219 ดอลลาร์48%

ช่วงปี 2022–2025 ซึ่งทดสอบด้วย tick ที่จำลองจากข้อมูลราย 1 นาที (เชื่อถือได้น้อยกว่า) ให้ทิศเดียวกัน แบบเดิม +4,713 ดอลลาร์ Pin bar +592 Engulfing +136 และทดสอบซ้ำ +2,271 ทั้งสามแบบแย่กว่าแบบเดิมทั้งสองช่วง

เหตุผลที่เราเห็นคือ ยิ่งเงื่อนไขเข้ม ยิ่งตัดไม้ทิ้งเยอะ และกำไรของระบบนี้อยู่ในไม้ “หน้าตาไม่สวย” ที่แท่งยืนยันแบบง่ายจับได้แต่ pattern ตามตำราปล่อยหลุด ผลนี้ใช้กับระบบเดียว ตลาดเดียว timeframe เดียว ไม่ได้แปลว่า pattern ไร้ค่าทุกที่ และผลทดสอบย้อนหลังไม่ได้บอกผลในอนาคต

pattern แท่งเทียนมีประโยชน์ในฐานะเครื่องมือจับจังหวะและบอกที่วาง Stop loss ตรงแนวที่เราเลือกไว้แล้ว ไม่ใช่ในฐานะสัญญาณที่ทำนายราคาได้เอง

ถ้าอยากรู้ว่า pattern ช่วยระบบของคุณจริงไหม ให้จดทุกสัญญาณตามนิยามตัวเลข รวมครั้งที่ไม่ได้เข้า ใน บันทึกการเทรด แล้วเทียบกับการเข้าแบบไม่มี pattern ทดลองใน บัญชีเดโม ก่อนใช้เงินจริง

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ไม่มีนิยามตัวเลข “ไส้ยาวประมาณนี้” ทำให้เรานับ pattern ที่ได้กำไรและลืมตัวที่ขาดทุน ซึ่งเป็น อคติจากการมองกราฟย้อนหลัง
  • ดูรูปร่างแต่ไม่ดูตำแหน่ง Hammer กลางกรอบราคา หรือ Engulfing ตัวเล็กกว่าแท่งรอบข้าง แทบไม่มีความหมาย
  • ตัดสินก่อนแท่งปิด ไส้ยาวกลางแท่งอาจหายไปตอนปิด ต้องรอแท่งปิดก่อนนับเสมอ
  • วาง Stop loss ตามเงินที่อยากเสีย ไม่ใช่ตาม pattern ถ้าวางสั้นกว่าปลายไส้ Stop loss จะอยู่ในจุดที่ pattern ยังไม่ผิด ให้ปรับ lot แทน
  • เทรด pattern บนกราฟเล็กมาก บน M1 ระยะวิ่งต่อไม้สั้น spread กินส่วนใหญ่ ทั้งที่งานวิจัยบอกว่าความได้เปรียบหลังหักต้นทุนแทบไม่เหลือแม้บนกราฟใหญ่กว่า
  • เพิ่มเงื่อนไขยืนยันจนไม้หาย แต่ละเงื่อนไขที่เพิ่มต้องวัดผลว่าตัดไม้แพ้ออกมากกว่าไม้ชนะ ไม่ใช่เพิ่มเพราะรู้สึกว่าปลอดภัยขึ้น
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

Pin bar กับ Hammer ต่างกันยังไง

รูปร่างแทบเหมือนกัน คือตัวแท่งเล็กและไส้ด้านหนึ่งยาว Hammer เป็นชื่อในตำราแท่งเทียนญี่ปุ่น ใช้เรียกเมื่อเกิดหลังราคาลง ส่วน Pin bar เป็นคำของสาย Price action เรียกได้ทั้งสองทิศ หลายคนใช้นิยามไส้ยาวอย่างน้อย 2 ใน 3 ของช่วงแท่ง ซึ่งเข้มกว่าเกณฑ์ไส้ยาว 2 เท่าของตัวแท่ง

ควรเข้าตอนแท่งปิด หรือรอทะลุ High ของแท่ง

เข้าตอนปิดได้ราคาดีกว่าและ RR ดีกว่า แต่เจอสัญญาณหลอกมากกว่า รอทะลุช่วยตัดบางสัญญาณทิ้ง แต่ราคาเข้าแย่ลงและระยะถึงเป้าแคบลง ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอ เลือกแบบเดียวแล้วจดผลให้ครบ

แท่งเทียนใช้กับ timeframe ไหนดี

แท่งใหญ่อย่าง H1 ขึ้นไปมีความหมายมากกว่าและ spread กินสัดส่วนน้อยกว่า บน M1 หรือ M5 ไส้ยาวเกิดได้จากสภาพคล่องบางชั่วขณะ และต้นทุนต่อไม้สูงเมื่อเทียบกับระยะที่ราคาวิ่ง

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Chart pattern หัวไหล่ Double bottom สามเหลี่ยม ธง ลิ่ม: เป้า Stop loss ผลทดสอบ

นิยามแบบชัดของ Head and Shoulders, Double top/bottom, สามเหลี่ยม, Flag และ Wedge วิธีวัดเป้าจากความสูงรูป จุดวาง Stop loss และผลทดสอบซื้อก้นบนทองคำของเรา

อ่าน 13 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Heikin Ashi และ Renko คืออะไร กราฟแบบไหนช่วยเห็นเทรนด์ แบบไหนหลอกตา

สูตร Heikin Ashi พร้อมตัวอย่างคำนวณ 3 แท่ง วิธีสร้างก้อน Renko ทำไมราคาบนกราฟพวกนี้ใช้เข้าออกออเดอร์ไม่ได้ และทำไมผล Backtest บนกราฟ HA ดูดีเกินจริง

อ่าน 10 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Elliott Wave ฉบับตรงไปตรงมา กฎ 3 ข้อ การนับหลายแบบ และใช้เป็นจุด Stop loss

อธิบาย Elliott Wave ตั้งแต่ 5 คลื่นขับเคลื่อน 3 คลื่นปรับฐาน กฎเหล็ก 3 ข้อกับแนวทางที่ไม่ใช่กฎ ทำไมนับได้หลายแบบ และวิธีใช้จุดที่การนับผิดเป็น Stop loss

อ่าน 10 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์