เรียนรู้ › วิเคราะห์กราฟ

Stochastic Oscillator คืออะไร สูตร %K %D ค่า 5,3,3 กับ 14,3,3 และวิธีใช้

อธิบาย Stochastic แบบเข้าใจง่าย สูตร %K %D, Fast กับ Slow, ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น โซน 80/20 จุดตัด และทำไมในเทรนด์แรงเส้นค้างอยู่ในโซนบนได้นาน

เริ่มต้น อ่าน 8 นาที 16 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • Stochastic บอกว่าราคาปิดล่าสุดอยู่ตรงไหนของกรอบ High–Low ย้อนหลัง ไม่ได้บอกว่าราคาแพงหรือถูก
  • Slow Stochastic คือ %K ที่เฉลี่ย 3 แท่ง แล้วเฉลี่ยอีกชั้นเป็น %D ค่าตั้งต้นของ MT5 คือ 5, 3, 3
  • เหนือ 80 หรือใต้ 20 ไม่ใช่สัญญาณกลับตัว ในเทรนด์แรงเส้นค้างอยู่ในโซนนั้นได้นานมาก
  • ใช้ได้ดีขึ้นเมื่อตัดสินทิศเทรนด์ก่อน แล้วเลือกเฉพาะสัญญาณที่ไปทางเดียวกับเทรนด์

Stochastic Oscillator คืออินดิเคเตอร์ที่ตอบคำถามเดียว ราคาปิดล่าสุดอยู่ตรงไหนของกรอบราคาช่วงที่ผ่านมา ถ้าปิดใกล้จุดสูงสุดของกรอบ ค่าจะเข้าใกล้ 100 ถ้าปิดใกล้จุดต่ำสุด ค่าจะเข้าใกล้ 0 George Lane เป็นคนทำให้มันเป็นที่รู้จัก ทุกวันนี้มีติดมากับแทบทุกแพลตฟอร์ม และเหมือนอินดิเคเตอร์ทุกตัว มันคิดจากราคาในอดีต บอกได้แค่ว่าตอนนี้เป็นยังไงเทียบกับที่ผ่านมา ไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหน

สูตร %K และ %D แบบเข้าใจง่าย

เส้นหลักเรียกว่า %K

%K = (ราคาปิด − Low ต่ำสุดย้อนหลัง N แท่ง) ÷ (High สูงสุดย้อนหลัง N แท่ง − Low ต่ำสุดย้อนหลัง N แท่ง) × 100

ตัวหารคือความกว้างของกรอบ ตัวตั้งคือระยะที่ราคาปิดลอยอยู่เหนือพื้นของกรอบ ค่า 80 จึงแปลว่าราคาปิดอยู่ที่ 80% ของความสูงกรอบ หรืออยู่ในส่วนบนสุด 20% ของกรอบ N แท่งที่ผ่านมา แค่นั้น ไม่มีความหมายว่า “แพงเกินไป” ในตัว

เส้นที่สองคือ %D เป็นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (SMA) ของ %K ปกติใช้ 3 แท่ง %D จึงเรียบกว่าและช้ากว่า %K เล็กน้อย ใช้เป็นเส้นสัญญาณ

Fast, Slow และค่า Slowing

ถ้าใช้ %K ดิบจากสูตรตรง ๆ เส้นจะกระโดดแรง เพราะแท่งเดียวที่ปิดสูงหรือต่ำก็เปลี่ยนค่าไปหลายสิบจุดได้ จึงมีสองแบบ

แบบเส้น %Kเส้น %D
Fast Stochastic%K ดิบจากสูตรSMA 3 ของ %K ดิบ
Slow StochasticSMA 3 ของ %K ดิบ (ค่า Slowing = 3)SMA 3 ของ Slow %K

แบบที่คนส่วนใหญ่ใช้คือ Slow ตัวเลขสามตัวที่เห็นบนกราฟ เช่น 14, 3, 3 คือ จำนวนแท่งของกรอบ, จำนวนแท่งที่ใช้เฉลี่ย %K (Slowing) และจำนวนแท่งของ %D ตามลำดับ ใน MT5 ค่าตั้งต้นคือ %K period 5, %D period 3, Slowing 3 ส่วน 14, 3, 3 เป็นอีกชุดที่ใช้กันมากและพบในตำราทั่วไป

  • 5, 3, 3 กรอบสั้น เส้นไว สัญญาณถี่ แต่หลอกบ่อยกว่า
  • 14, 3, 3 กรอบยาวกว่า เส้นนิ่งกว่า สัญญาณน้อยกว่า

ใน TradingView ช่องที่ทำหน้าที่ Slowing ชื่อว่า %K Smoothing ถ้าช่องนี้เป็น 1 แปลว่ากำลังดูแบบ Fast อยู่

ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น

สมมติใช้กรอบ 14 แท่งกับคู่เงินตัวอย่าง แล้วดู 5 แท่งล่าสุด High สูงสุดกับ Low ต่ำสุดในตารางคือค่าของ 14 แท่งย้อนหลังนับถึงแท่งนั้น

แท่งHigh 14 แท่งLow 14 แท่งราคาปิดFast %K
11.09501.08501.090050.00
21.09501.08501.092070.00
31.09601.08501.093880.00
41.09601.08601.094585.00
51.09801.08601.095075.00

ขั้นที่ 1 คิด Fast %K ของแท่งที่ 5: (1.0950 − 1.0860) ÷ (1.0980 − 1.0860) × 100 = 0.0090 ÷ 0.0120 × 100 = 75.00

ขั้นที่ 2 คิด Slow %K (เฉลี่ย Fast %K 3 แท่ง)

  • แท่ง 3: (50 + 70 + 80) ÷ 3 = 66.67
  • แท่ง 4: (70 + 80 + 85) ÷ 3 = 78.33
  • แท่ง 5: (80 + 85 + 75) ÷ 3 = 80.00

ขั้นที่ 3 คิด %D ของแท่งที่ 5: (66.67 + 78.33 + 80.00) ÷ 3 = 75.00

แท่งที่ 5 ราคาปิดสูงกว่าแท่งก่อน แต่ Fast %K กลับลดจาก 85 เป็น 75 เพราะกรอบขยายขึ้น (High ใหม่ที่ 1.0980) Stochastic ไม่ได้ดูว่าราคาขึ้นหรือลง มันดูว่าราคาปิดอยู่ตรงไหนของกรอบ ส่วน Slow %K ยังขึ้นต่อเป็น 80 เพราะเฉลี่ยรวมสองแท่งก่อนหน้าไว้ด้วย นี่คือความหน่วงที่แลกมากับเส้นที่นิ่งขึ้น

รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรรู้: MT5 ทำ Slowing ต่างจากการเฉลี่ยตรง ๆ เล็กน้อย คือรวมตัวตั้งของ 3 แท่ง แล้วหารด้วยผลรวมตัวหารของ 3 แท่ง ตัวอย่างนี้จะได้ 0.0263 ÷ 0.0330 × 100 = 79.70 แทน 80.00 ตัวเลขบนแต่ละแพลตฟอร์มจึงต่างกันได้เล็กน้อย แต่ภาพรวมของเส้นเหมือนกัน

อ่านค่าโซน 80 และ 20

ระดับมาตรฐานคือ 80 และ 20

  • เหนือ 80 เรียกว่า Overbought (ซื้อมากเกินไป) แปลตรง ๆ คือราคาปิดอยู่ใกล้ยอดของกรอบย้อนหลัง
  • ใต้ 20 เรียกว่า Oversold (ขายมากเกินไป) คือราคาปิดอยู่ใกล้พื้นของกรอบ

ชื่อ Overbought/Oversold ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นสัญญาณกลับตัว จริง ๆ มันบอกแค่ตำแหน่ง ในตลาดไซด์เวย์ ตำแหน่งใกล้ขอบกรอบมักเป็นแถวที่ราคาเด้งกลับ แต่ในตลาดที่มีเทรนด์ การปิดใกล้ยอดกรอบซ้ำ ๆ คือหน้าตาปกติของขาขึ้นแรง

ราคาปิด ช่วงไซด์เวย์ ช่วงขาขึ้น ค้างเหนือ 80 เกือบตลอดขาขึ้น ตัดลงเหนือ 80 ถึง 9 ครั้ง ราคายังขึ้นต่อ Stochastic (14, 3, 3) %K %D ตัดลงเหนือ 80 ตัดขึ้นใต้ 20 80201000
ราคาชุดตัวอย่างที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ราคาตลาดจริง คำนวณ Slow Stochastic 14, 3, 3 จากราคาชุดนี้ด้วยสูตรจริง ช่วงไซด์เวย์เส้นแกว่งระหว่างโซนบนกับโซนล่างตามจังหวะของกรอบ ช่วงขาขึ้น 70 แท่ง %K อยู่เหนือ 80 ถึง 61 แท่ง และตัดลงใต้ %D ในโซนบน 9 ครั้ง ระหว่างที่ราคาปิดขึ้นจาก 102.87 ตอนตัดครั้งแรก ไปถึง 122.50 ตอนตัดครั้งสุดท้าย

จุดตัด %K กับ %D

สัญญาณที่ใช้บ่อยที่สุดคือการตัดกันของสองเส้น

  • %K ตัดขึ้นเหนือ %D ขณะอยู่ใต้ 20 แรงส่งเริ่มหันขึ้นจากพื้นของกรอบ
  • %K ตัดลงใต้ %D ขณะอยู่เหนือ 80 แรงส่งเริ่มหันลงจากยอดของกรอบ

จุดตัดแถว 40–60 มีความหมายน้อยกว่า เพราะราคาอยู่กลางกรอบ ไม่ได้อยู่ใกล้ขอบ อีกเรื่องคือจุดตัดในโซนบนเกิดซ้ำหลายครั้งติดกันได้ เพราะสองเส้นวิ่งชิดกัน ในรูปด้านบน ช่วงไซด์เวย์รอบแรกมีจุดตัดลงในโซนบนสองครั้งในรอบเดียว

ใช้กับทิศเทรนด์: เลือกเฉพาะสัญญาณที่ไปทางเดียวกัน

วิธีที่ทำให้ Stochastic มีประโยชน์ขึ้นมากคือ ตัดสินทิศเทรนด์ด้วยเครื่องมืออื่นก่อน แล้วใช้ Stochastic หาจังหวะอย่างเดียว

  1. ดูทิศเทรนด์จาก timeframe ที่ใหญ่กว่า หรือจากเส้นค่าเฉลี่ย เช่น ราคาอยู่เหนือ SMA 200 และเส้นชี้ขึ้น (อ่านเพิ่มใน เส้นค่าเฉลี่ย MA)
  2. ถ้าเป็นขาขึ้น สนใจเฉพาะตอนที่ราคาย่อตัวจน Stochastic ลงไปใต้ 20 แล้ว %K ตัดขึ้นเหนือ %D ไม่สนใจสัญญาณจากโซนบน
  3. ถ้าเป็นขาลง กลับด้าน สนใจเฉพาะสัญญาณตัดลงจากโซนบน
  4. ถ้าแยกไม่ออกว่าเป็นเทรนด์หรือไซด์เวย์ ADX ช่วยวัดความแรงของเทรนด์ได้ (ดู ADX วัดความแรงเทรนด์)
ราคาปิด %K ตัดขึ้นใต้ 20 (ตามเทรนด์) Stochastic (14, 3, 3) %K %D ตัดลงเหนือ 80 ตัดขึ้นใต้ 20 80201000
ราคาชุดตัวอย่างที่สร้างขึ้นเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ราคาตลาดจริง เป็นขาขึ้นที่ย่อตัวเป็นจังหวะ คำนวณ Slow Stochastic 14, 3, 3 จากราคาชุดนี้ จุดสีเขียวคือ %K ตัดขึ้นเหนือ %D ใต้ 20 มี 4 ครั้ง อยู่แถวก้นของการย่อตัวแต่ละรอบ จุดสีส้มคือตัดลงเหนือ 80 มี 7 ครั้ง การย่อตัวหลังจุดเหล่านั้นจบที่ Low สูงกว่ารอบก่อนทุกรอบ

ราคาชุดนี้สร้างให้เป็นขาขึ้นตั้งแต่ต้น จึงไม่ได้พิสูจน์ว่ากติกานี้ได้กำไรในตลาดจริง สิ่งที่รูปแสดงคือเหตุผลของกติกา สัญญาณสวนเทรนด์จับได้แค่การย่อตัวช่วงสั้น สัญญาณตามเทรนด์ ถ้าเทรนด์ยังอยู่ จะได้ช่วงวิ่งที่ยาวกว่า และถ้าเทรนด์จบ Stop loss คือสิ่งที่จำกัดความเสียหาย

Stochastic ต่างจาก RSI ยังไง

สองตัวนี้ดูคล้ายกันเพราะวิ่ง 0–100 และมีโซนบนโซนล่าง แต่วัดคนละเรื่อง

StochasticRSI
วัดอะไรตำแหน่งราคาปิดในกรอบ High–Low ย้อนหลังสัดส่วนแรงขึ้นต่อแรงลง จากการเปลี่ยนแปลงของราคาปิดแต่ละแท่ง
ใช้ข้อมูลHigh, Low, CloseClose อย่างเดียว
นิสัยไว แกว่งเต็มช่วงบ่อยนิ่งกว่า ไปถึงขอบน้อยกว่า
ระดับที่นิยม80 / 2070 / 30

ตัวอย่างที่เห็นความต่างชัด: ถ้าวันนี้ราคาปิดสูงกว่าเมื่อวานนิดเดียว แต่ปิดที่ยอดของกรอบพอดี Stochastic จะขึ้นไปใกล้ 100 ทันที ส่วน RSI แทบไม่ขยับ เพราะแรงขึ้นของวันนี้มีนิดเดียว รายละเอียดของ RSI อ่านต่อใน RSI คืออะไร และไม่จำเป็นต้องใช้ทั้งสองตัวพร้อมกัน เพราะเป็นอินดิเคเตอร์กลุ่มเดียวกัน ดูเหตุผลใน ใช้อินดิเคเตอร์หลายตัวโดยไม่ซ้ำซ้อน

เมื่อไหร่ที่ Stochastic หลอก

  • เทรนด์แรง (Embedded) เส้นค้างอยู่เหนือ 80 หรือใต้ 20 ได้หลายสิบแท่ง ระหว่างนั้นจุดตัดสวนเทรนด์เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างในรูปแรกที่ตัดลงในโซนบน 9 ครั้งระหว่างขาขึ้น ถ้าเห็นเส้นค้างในโซนเดียวนาน ๆ ให้อ่านว่าเทรนด์ยังแรง ไม่ใช่ว่ากำลังจะกลับตัว
  • ช่วงเปลี่ยนจากไซด์เวย์เป็นเทรนด์ สัญญาณที่เคยใช้ได้ในกรอบเริ่มพังทันทีที่ราคาเบรกกรอบ (อ่าน เมื่อสภาพตลาดเปลี่ยน)
  • กรอบแคบมาก เมื่อ High กับ Low ใกล้กันมาก ตัวหารเล็ก ราคาขยับนิดเดียว %K ก็วิ่งจากล่างขึ้นบนได้ เส้นดูเหมือนมีสัญญาณแรง แต่ราคาจริงแทบไม่ได้ไปไหน
  • ช่วงข่าวแรง แท่งเดียวที่ยาวผิดปกติขยายกรอบทันที ค่าก่อนและหลังข่าวเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

Divergence ของ Stochastic (ราคาทำจุดสูงใหม่ แต่เส้นไม่ทำ) ใช้หลักเดียวกับของ RSI และมีข้อจำกัดแบบเดียวกัน อ่านเพิ่มใน Divergence แบบปกติและแบบซ่อน

Stochastic บอกตำแหน่งของราคาปิดในกรอบ ไม่ได้บอกว่าราคาแพงหรือถูก และไม่ได้บอกว่าราคาจะกลับตัว

ใช้ร่วมกับการจัดการความเสี่ยง

สัญญาณจาก Stochastic บอกแค่จังหวะ ส่วนที่ทำให้อยู่รอดได้คือแผนที่วางก่อนเข้า

  • วาง Stop loss ที่จุดที่ความคิดผิด เช่น ถ้าเข้าตามสัญญาณตัดขึ้นจากโซนล่างในขาขึ้น จุดที่ผิดคือราคาหลุด Low ของการย่อตัวรอบนั้น หลายคนเผื่อระยะเพิ่มตามความผันผวน ดู ATR กับการวาง Stop loss
  • คิดขนาดไม้จากระยะ Stop loss ไม่ใช่จากความมั่นใจในสัญญาณ ดู คำนวณขนาดไม้จากระยะ Stop loss และ ความเสี่ยง 1% ต่อไม้
  • อย่าปิดออเดอร์เพียงเพราะเส้นขึ้นไปเหนือ 80 ในขาขึ้น เส้นอาจอยู่ตรงนั้นอีกนาน ถ้าจะใช้ Stochastic ช่วยออก ให้กำหนดกติกาไว้ล่วงหน้าและทดสอบก่อน

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เปิด Sell ทันทีที่เส้นเกิน 80 หรือเปิด Buy ทันทีที่ต่ำกว่า 20 โดยไม่ดูเทรนด์ ในเทรนด์แรงเท่ากับยืนขวางทางรถ
  • ใช้ทุกจุดตัด รวมถึงจุดตัดกลางกราฟและจุดตัดซ้ำ ๆ ในโซนเดียว จนเทรดถี่เกินไป
  • ไม่ได้ดูว่าใช้แบบ Fast หรือ Slow แล้วเอาค่าไปเทียบกับคนที่ใช้คนละแบบ
  • ปรับตัวเลขไปเรื่อย ๆ จนเส้นตรงกับจุดกลับตัวในอดีต ซึ่งมักใช้ไม่ได้กับอนาคต
  • ใส่ Stochastic, RSI และ CCI พร้อมกัน แล้วคิดว่าได้การยืนยันสามชั้น ทั้งที่ทั้งสามตัววัดเรื่องใกล้เคียงกันจากราคาชุดเดียว
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

Stochastic ตั้งค่าเท่าไรดี

ไม่มีค่าที่ดีที่สุด 14, 3, 3 เป็นชุดที่ใช้กันมาก ส่วน MT5 ตั้งต้นที่ 5, 3, 3 ซึ่งไวกว่าและให้สัญญาณถี่กว่า เลือกชุดหนึ่งแล้วใช้ให้คงที่ ดีกว่าปรับไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากับกราฟในอดีต

Stochastic กับ RSI ต่างกันยังไง

Stochastic วัดว่าราคาปิดอยู่ตรงไหนของกรอบ High–Low ย้อนหลัง ส่วน RSI วัดสัดส่วนแรงขึ้นต่อแรงลงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาปิดแต่ละแท่ง Stochastic จึงไวกว่า แกว่งเต็มช่วง 0–100 บ่อยกว่า และเข้าโซน 80/20 ง่ายกว่า

เส้นเกิน 80 แล้วควรเปิด Sell ไหม

ไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวตัดสิน เหนือ 80 แปลแค่ว่าราคาปิดอยู่ใกล้ยอดของกรอบย้อนหลัง ในขาขึ้นแรงเส้นอยู่เหนือ 80 ได้หลายสิบแท่งขณะที่ราคายังขึ้นต่อ ควรดูทิศเทรนด์ แนวรับแนวต้าน และวาง Stop loss ก่อนเสมอ

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

ADX และ DMI คืออะไร วัดความแรงเทรนด์ และเลือกเครื่องมือให้เข้ากับตลาด

อธิบายสูตร ADX +DI −DI แบบ Wilder ทีละขั้น พร้อมตัวอย่างคำนวณ วิธีอ่านค่า 20 และ 25 สัญญาณ DI ตัดกัน และใช้ ADX เลือกระหว่างเครื่องมือตามเทรนด์กับเครื่องมือกรอบ

อ่าน 9 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Ichimoku Cloud คืออะไร อ่านเมฆและ 5 เส้นอย่างไร พร้อมตัวอย่างคำนวณ

อธิบาย Ichimoku Kinko Hyo ครบ 5 เส้น สูตรจุดกึ่งกลาง 9/26/52 การเลื่อนเมฆไปข้างหน้า 26 แท่ง วิธีอ่านเมฆ TK cross และ Kijun พร้อมจุดที่มันหลอกบ่อย

อ่าน 9 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟขั้นสูง

ตลาดมีเทรนด์หรือแกว่งกลับ วัดด้วย Variance ratio และ Hurst exponent

ถ้าแต่ละแท่งไม่เกี่ยวกัน ความแปรปรวน k แท่งต้องเท่ากับ k เท่าของแท่งเดียว วิธีวัด VR และ Hurst ทดลองกับราคาจำลอง ค่าสั่นแค่ไหนบนข้อมูลสั้น และใช้เลือกกลยุทธ์

อ่าน 12 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์