เรียนรู้ › จัดการความเสี่ยง

Risk of ruin โอกาสที่พอร์ตลงถึงจุดกลับไม่ได้ แม้ระบบจะได้เปรียบ

ระบบที่ได้เปรียบก็ล้มได้ ดูผลจำลอง 500 ไม้ว่าความเสี่ยงต่อไม้ รูปทรงกำไรขาดทุน และไม้แพ้ที่มาเป็นช่วง เพิ่มโอกาสลง −30% และ −50% แค่ไหน พร้อมสูตรประมาณ

ขั้นสูง อ่าน 11 นาที 22 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • นิยาม "ล้ม" ที่ใช้ได้จริงคือระดับที่คุณจะหยุดหรือกู้คืนยาก เช่น −30% หรือ −50% ไม่ใช่พอร์ตเป็นศูนย์
  • ระบบได้เปรียบ +0.2R ต่อไม้ เสี่ยงไม้ละ 1% มีโอกาสแตะ −30% ใน 500 ไม้ราว 0.1% แต่เสี่ยง 5% โอกาสขึ้นเป็น 32.8%
  • ความได้เปรียบเท่ากัน ระบบชนะน้อยได้มากมี Drawdown ลึกกว่าระบบชนะบ่อยได้น้อยหลายเท่า
  • ไม้แพ้ที่มาเป็นช่วงตามสภาพตลาด ทำให้ Drawdown ลึกกว่าผลจำลองแบบสุ่มสลับเกือบเท่าตัว
  • เลือกความเสี่ยงต่อไม้จาก Drawdown ที่รับได้ หารด้วย Drawdown หน่วย R ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ของระบบ

Risk of ruin คือโอกาสที่พอร์ตจะลงไปถึงจุดที่กลับไม่ได้ก่อนที่ความได้เปรียบจะทำงาน หลายคนคิดว่าถ้าระบบมีกำไรเฉลี่ยเป็นบวก ยังไงก็รอด แต่ความได้เปรียบเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว ส่วนพอร์ตต้องผ่านเส้นทางจริงทีละไม้ ถ้าเสี่ยงต่อไม้มากเกินไป ช่วงแพ้ติดช่วงเดียวก็พาไปถึงจุดนั้นได้ บทนี้จำลอง 20,000 รอบต่อกรณี เพื่อดูว่าอะไรทำให้โอกาสนี้สูงขึ้นหรือต่ำลง

“ล้ม” ไม่ได้แปลว่าพอร์ตเป็นศูนย์

ในทางปฏิบัติ คนส่วนใหญ่ไม่ได้เทรดจนเงินหมด แต่หยุดก่อน หรือพอร์ตเสียหายหนักจนกู้คืนยากมาก บทนี้จึงนิยาม “ล้ม” เป็นสองระดับ

  • −30% ระดับที่หลายคนเริ่มเลิกทำตามระบบ ต้องกำไร 42.9% จากที่เหลือถึงคืนทุน
  • −50% จุดที่กลับยาก ต้องกำไร 100% ถึงคืนทุน ลองตัวเลขอื่นได้ที่ เครื่องคำนวณการกู้คืนพอร์ต

วัดได้สองแบบ แบบแรก แตะระดับจากทุนเริ่มต้น เช่น เริ่ม 10,000 ดอลลาร์ แล้วเคยลงไปถึง 7,000 แบบที่สอง Drawdown จากจุดสูงสุด เช่น ขึ้นไป 15,000 แล้วลงมาเหลือ 10,500 ก็นับเป็น −30% แล้ว แบบที่สองเจอง่ายกว่ามาก และใกล้กับความรู้สึกจริงมากกว่า ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่อง Balance กับ Equity อ่าน Drawdown อ่านยังไง

Gambler’s ruin: เกมที่ยุติธรรมก็จบที่หมดตัว

โจทย์คลาสสิกคือ Gambler’s ruin โยนเหรียญ ได้ +1 หรือ −1 หน่วย ถ้าเกมยุติธรรม (โอกาส 50%) และอีกฝ่ายมีเงินไม่จำกัด คนที่มีเงินจำกัดจะหมดตัวแน่นอนถ้าเล่นไปเรื่อย ๆ

ถ้ามีความได้เปรียบ โอกาสชนะ p มากกว่า 50% โอกาสหมดตัวจากทุน a หน่วย คือ (q ÷ p) ยกกำลัง a โดย q = 1 − p

ชนะต่อตาทุน 10 หน่วยทุน 20 หน่วยทุน 50 หน่วย
51%67.0%44.9%13.5%
55%13.4%1.8%ต่ำกว่า 0.01%

ตัวอย่างแถว 55% ทุน 10 หน่วย: q ÷ p = 0.45 ÷ 0.55 = 0.818 ยกกำลัง 10 = 0.134 หรือ 13.4%

บทเรียนมีสองข้อ ความได้เปรียบช่วยมาก แต่ ระยะห่างจากจุดล้ม วัดเป็นจำนวนหน่วยที่เสี่ยงต่อตา สำคัญพอกัน ในการเทรด หน่วยนั้นคือ R (เงินที่เสียเมื่อโดน Stop loss หนึ่งไม้) ถ้ารับได้ −30% และเสี่ยงไม้ละ 2% ระยะห่างคือ 30 ÷ 2 = 15R ถ้าเสี่ยง 1% ก็เป็น 30R ทันที

จำลอง 500 ไม้: ความเสี่ยงต่อไม้คือคันโยกใหญ่สุด

เงื่อนไขการจำลอง: เสี่ยงเป็น % ของพอร์ตตอนนั้นทุกไม้ ไม้แพ้เสีย 1R พอดี ไม้ชนะได้ตาม RR แต่ละไม้ไม่เกี่ยวกัน ไม่หักต้นทุน จำลองกรณีละ 20,000 รอบ รอบละ 500 ไม้ ตัวเลขทั้งหมดในบทนี้มาจากการจำลอง ไม่ใช่ผลเทรดจริง

ระบบที่ใช้เทียบมีสามแบบ

  • ชนะ 40% ได้ 2R: ค่าเฉลี่ยต่อไม้ 0.4 × 2 − 0.6 × 1 = +0.2R
  • ชนะ 50% ได้ 1.2R: 0.5 × 1.2 − 0.5 = +0.1R
  • ชนะ 50% ได้ 1R: 0R ไม่มีความได้เปรียบ

โอกาสแตะระดับจากทุนเริ่มต้น ภายใน 500 ไม้

เสี่ยงต่อไม้+0.2R แตะ −30%+0.2R แตะ −50%+0.1R แตะ −30%+0.1R แตะ −50%0R แตะ −30%0R แตะ −50%
0.5%0.0%0.0%0.0%0.0%0.1%0.0%
1%0.1%0.0%0.2%0.0%12.5%0.2%
2%4.0%0.2%6.5%0.4%48.9%16.4%
3%12.7%1.9%17.7%3.5%68.3%40.0%
5%32.8%12.1%39.4%17.2%85.2%69.8%

0.0% หมายถึงต่ำกว่า 0.05% ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้

ได้เปรียบ +0.2R (ชนะ 40% ได้ 2R) ได้เปรียบ +0.1R (ชนะ 50% ได้ 1.2R) ไม่มีความได้เปรียบ (ชนะ 50% ได้ 1R) 85%39%33% โอกาสแตะ −30% ใน 500 ไม้ 0% 25% 50% 75% 100% 0.5% 1% 2% 3% 5% ความเสี่ยงต่อไม้ (% ของพอร์ตตอนนั้น)
ผลจำลอง 20,000 รอบต่อจุด ไม่ใช่ผลเทรดจริง เสี่ยงเป็น % ของพอร์ตตอนนั้น แต่ละไม้ไม่เกี่ยวกัน ไม่หักต้นทุน ความเสี่ยงต่อไม้ขยับผลมากกว่าความได้เปรียบที่ต่างกันเท่าตัว

สามเรื่องที่ตารางบอก

  1. ขยับความเสี่ยงจาก 1% เป็น 2% เปลี่ยนผลมากกว่าความได้เปรียบที่หายไปครึ่งหนึ่ง ระบบ +0.2R กับ +0.1R ต่างกันไม่มากที่ความเสี่ยงเท่ากัน
  2. ระบบไม่มีความได้เปรียบ ที่เสี่ยง 2% เกือบครึ่งหนึ่งแตะ −30% ใน 500 ไม้ ความเสี่ยงต่อไม้เล็กแค่ทำให้ช้าลง ไม่ได้ทำให้รอด
  3. ส่วนใหญ่ล้มช่วงแรก ระบบ +0.2R เสี่ยง 3% แตะ −30% ภายใน 100 ไม้แรก 9.6% ภายใน 250 ไม้ 12.4% ภายใน 500 ไม้ 12.8% และจำลองยาวถึง 20,000 ไม้ก็ยังราว 12.8% เพราะช่วงแรกยังไม่มีกำไรสะสมเป็นเบาะรอง

Drawdown จากจุดสูงสุด: เทรดนานพอต้องเจอ

ถ้านับจากจุดสูงสุดแทน ภาพจะต่างไปมาก ระบบเดียวกันที่ +0.2R (ชนะ 40% ได้ 2R) ใน 500 ไม้

เสี่ยงต่อไม้มี DD ถึง 30%มี DD ถึง 50%Max DD มัธยฐานMax DD เปอร์เซ็นไทล์ 95
0.5%0.0%0.0%8.2%13.4%
1%1.5%0.0%15.7%25.4%
2%46.1%2.2%29.4%45.4%
3%91.9%21.6%41.4%60.8%
5%100.0%84.5%60.9%81.4%

ที่เสี่ยง 2% เกือบครึ่งหนึ่งของรอบจำลองเจอ Drawdown 30% ทั้งที่แตะ −30% จากทุนเริ่มต้นแค่ 4% เพราะเมื่อพอร์ตโตขึ้น ไม้ละ 2% ก็เป็นเงินที่มากขึ้นตาม และ Drawdown จากจุดสูงสุดไม่มีวันหมดอายุ ยิ่งเทรดนาน โอกาสเจอ Drawdown ลึกยิ่งสูงขึ้น ไม่ว่าระบบดีแค่ไหน ทุกตัวเลขโอกาสจึงต้องมีช่วงเวลากำกับเสมอ

รูปทรงกำไรขาดทุนเปลี่ยนความเสี่ยงได้เยอะ

ความได้เปรียบเท่ากันไม่ได้แปลว่าเสี่ยงเท่ากัน ลองให้ทุกระบบได้ +0.2R ต่อไม้ เสี่ยงไม้ละ 2% แต่รูปทรงต่างกัน

ระบบSD ต่อไม้แตะ −30%แตะ −50%มี DD ถึง 30%Max DD เปอร์เซ็นไทล์ 95
ชนะ 30% ได้ 3R1.83R13.5%2.0%83.5%58.1%
ชนะ 40% ได้ 2R1.47R4.0%0.2%46.1%45.4%
ชนะ 60% ได้ 1R0.98R0.1%0.0%2.0%27.1%
ชนะ 75% ได้ 0.6R0.69R0.0%0.0%0.0%17.5%

SD (ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) คือความแกว่งของผลต่อไม้ ระบบชนะน้อยได้มากเป็นแบบ เบ้ขวา (positive skew) กำไรมาจากไม้ใหญ่ไม่กี่ไม้ ระหว่างรอต้องผ่านแพ้ติดยาว ความแกว่งต่อไม้สูงกว่า จึงต้องเสี่ยงต่อไม้น้อยกว่าเพื่อให้ Drawdown เท่ากัน อ่านเรื่องแพ้ติดเพิ่มที่ แพ้ติดกันเป็นเรื่องปกติ

แต่ระบบชนะบ่อยที่ดูปลอดภัยในตารางนี้ มีเงื่อนไขว่าไม้แพ้เสียไม่เกิน 1R ของจริงอาจมีไม้ที่ราคากระโดดข้าม Stop loss ลองเปลี่ยนเป็นชนะ 77% ได้ 0.6R แพ้ 22% เสีย 1R และอีก 1% เสีย 4R ความได้เปรียบยังราว +0.2R เท่าเดิม แต่ Drawdown หน่วย R ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ขยับจาก 9.4R เป็น 13.2R ระบบชนะบ่อยที่ไม่มี Stop loss จริงจังจะเสี่ยงกว่านี้มาก อ่านต่อที่ Fat tails และ Black swan และ Grid และ Martingale

ไม้แพ้ที่มาเป็นช่วง ทำให้ล้มง่ายขึ้น

การจำลองข้างบนสมมติว่าแต่ละไม้ไม่เกี่ยวกัน แต่ตลาดจริงมีช่วงที่เข้ากับระบบและช่วงที่ไม่เข้า ลองจำลองแบบมีช่วงสภาพตลาด (regime)

  • ช่วงดี ชนะ 50% ได้ 2R (+0.5R ต่อไม้)
  • ช่วงแย่ ชนะ 30% ได้ 2R (0.3 × 2 − 0.7 = −0.1R ต่อไม้ ขาดทุนทั้งช่วง)
  • ทุกไม้มีโอกาส 2% ที่จะเปลี่ยนช่วง เฉลี่ยช่วงละ 50 ไม้ ระยะยาวชนะเฉลี่ย 40% ได้ +0.2R เท่ากับระบบเดิม
0.1%5.8% 4%22.4% 12.7%35.2% แต่ละไม้ไม่เกี่ยวกัน ชนะ 40% ตลอด มาเป็นช่วง: ช่วงดีชนะ 50% ช่วงแย่ชนะ 30% 0% 10% 20% 30% 40% เสี่ยง 1% ต่อไม้ เสี่ยง 2% ต่อไม้ เสี่ยง 3% ต่อไม้ ความได้เปรียบเฉลี่ยเท่ากัน +0.2R ต่อไม้ทั้งสองแบบ
ผลจำลอง 20,000 รอบต่อแท่ง ไม่ใช่ผลเทรดจริง ความได้เปรียบเฉลี่ยเท่ากัน แต่เมื่อไม้แพ้มาเป็นช่วงตามสภาพตลาด โอกาสแตะ −30% สูงขึ้นหลายเท่า

โอกาสแตะ −30% จากทุนเริ่มต้นเพิ่มจาก 4.0% เป็น 22.4% ที่เสี่ยง 2% และถ้าช่วงยาวขึ้นเป็นเฉลี่ย 100 ไม้ ตัวเลขเดียวกันขึ้นเป็น 30.6% ที่น่าสนใจคือแพ้ติดยาวสุดแทบไม่เปลี่ยน มัธยฐานจาก 11 เป็น 12 ไม้ ความเสียหายไม่ได้มาจากแพ้ติดช่วงเดียว แต่มาจากช่วงยาวที่ค่าเฉลี่ยติดลบ แพ้ ชนะนิด แพ้ต่อ จนพอร์ตไหลลงเรื่อย ๆ

ผลต่อการทดสอบคือ Monte Carlo แบบสลับลำดับทีละไม้ใน Monte Carlo ทดสอบระบบเทรด จะทำลายช่วงพวกนี้ทิ้ง Drawdown ที่ได้จึงตื้นกว่าจริง ทางแก้ที่ใช้กันคือ block bootstrap สุ่มหยิบเป็นก้อนไม้ติดกัน เช่น ก้อนละ 20 ถึง 50 ไม้ เพื่อเก็บช่วงตลาดดีและแย่ไว้ ดูเรื่องช่วงสภาพตลาดเพิ่มที่ Market regime และ Volatility clustering

ชนะ 75% ได้ 0.6R ชนะ 60% ได้ 1R ชนะ 40% ได้ 2R ชนะ 30% ได้ 3R ชนะ 40% ได้ 2R มาเป็นช่วง 9.4R 15R 28R 40R 52R Drawdown ที่ 95 ใน 100 รอบไม่ลึกเกิน (หน่วย R ใน 500 ไม้)
Drawdown ลึกสุดใน 500 ไม้ที่ 95 จาก 100 รอบจำลองไม่ลึกเกิน คิดเป็นหน่วย R แบบเสี่ยงคงที่ ทุกระบบได้เปรียบ +0.2R ต่อไม้ ผลจำลอง ไม่ใช่ผลเทรดจริง ใช้เป็นตัวหารตอนเลือกความเสี่ยงต่อไม้

สูตรประมาณแบบปิด และข้อจำกัด

ถ้าไม่อยากจำลอง มีสูตรประมาณที่มาจากการมองพอร์ตเป็นการเดินสุ่มที่มีแนวโน้ม (ใช้ได้ดีเมื่อแต่ละไม้เล็กเทียบกับระยะห่างจากจุดล้ม และนับแบบเทรดไปเรื่อย ๆ ไม่จำกัดจำนวนไม้)

ความเสี่ยงคงที่เป็นเงิน (เช่น เสี่ยง 200 ดอลลาร์ทุกไม้จากทุน 10,000)

Risk of ruin ≈ e ยกกำลัง (−2 × E × D ÷ V)

E = ค่าเฉลี่ยต่อไม้ (หน่วย R) V = ความแปรปรวนต่อไม้ (หน่วย R²) D = ระยะห่างจากจุดล้ม (หน่วย R)

ตัวอย่าง ชนะ 40% ได้ 2R เสี่ยง 2% ของทุนเริ่มต้น ล้มที่ −30%

  1. E = 0.4 × 2 − 0.6 × 1 = 0.2R
  2. ค่าเฉลี่ยของผลยกกำลังสอง = 0.4 × 4 + 0.6 × 1 = 2.2 ดังนั้น V = 2.2 − 0.2² = 2.16
  3. D = 30 ÷ 2 = 15R
  4. 2 × 0.2 × 15 ÷ 2.16 = 2.78 และ e ยกกำลัง −2.78 = 6.2%

ความเสี่ยงเป็น % ของพอร์ตตอนนั้น ใช้สูตรเดียวกัน แต่คิดเป็นผลตอบแทนแบบ log ไม้ชนะ ln(1 + 2 × 0.02) = 0.0392 ไม้แพ้ ln(0.98) = −0.0202 ค่าเฉลี่ย 0.00357 ความแปรปรวน 0.000847 ระยะห่าง ln(1 ÷ 0.7) = 0.357 ได้ 2 × 0.00357 × 0.357 ÷ 0.000847 = 3.00 และ e ยกกำลัง −3.00 = 5.0%

เทียบกับการจำลอง (โอกาสแตะ −30% จากทุนเริ่มต้น)

เสี่ยงต่อไม้คงที่เป็นเงิน: สูตรคงที่เป็นเงิน: จำลอง% ของพอร์ต: สูตร% ของพอร์ต: จำลอง
1%0.4%0.3%0.2%0.1%
2%6.2%5.4%5.0%4.0%
3%15.7%14.3%15.0%12.7%
5%32.9%31.4%36.2%32.8%

สูตรให้ตัวเลขสูงกว่าจำลองเล็กน้อยในกรณีเหล่านี้ ใช้เช็กลำดับขนาดได้ดี เสี่ยงเป็น % ของพอร์ตช่วยลดโอกาสลงลึก เพราะไม้เล็กลงเมื่อพอร์ตลด เช่น เสี่ยง 3% แตะ −50% ได้ 1.9% เทียบกับ 3.6% แบบคงที่เป็นเงิน แต่ที่ 5% ทั้งสองแบบใกล้กัน ไม่มีวิธีไหนช่วยการเสี่ยงต่อไม้ที่มากเกินไปได้

การเสี่ยงมากเกินมีเพดานชัด ระบบชนะ 40% ได้ 2R มีขนาดเดิมพันตาม Kelly criterion ที่ 0.4 − 0.6 ÷ 2 = 10% ต่อไม้ ที่ 20% การเติบโตแบบ log เหลือเกือบศูนย์ และที่ 25% ติดลบ ระยะยาวพอร์ตหดลงทั้งที่ระบบได้เปรียบ แม้แค่ครึ่ง Kelly (5%) ก็ยังมีโอกาส 84.5% ที่จะเจอ Drawdown 50% ใน 500 ไม้

ข้อจำกัดของสูตรที่ต้องรู้

  • สมมติว่ารู้ E แน่นอน ถ้าความได้เปรียบจริงคือ +0.1R ไม่ใช่ +0.2R (RR 2 เท่าเดิม ชนะ 36.7%) โอกาสในตัวอย่างข้างบนกระโดดจาก 6.2% เป็น 23.8% ค่า E จาก backtest มักดีเกินจริง อ่าน Backtest กับผลจริง
  • สมมติว่าแต่ละไม้ไม่เกี่ยวกัน จึงจับผลของช่วงสภาพตลาดในหัวข้อก่อนไม่ได้
  • ไม่รวมราคากระโดดข้าม Stop loss spread และ slippage
  • นับแบบไม่จำกัดเวลา และใช้ได้กับการแตะระดับจากทุนเริ่มต้นเท่านั้น ใช้กับ Drawdown จากจุดสูงสุดไม่ได้

เลือกความเสี่ยงต่อไม้จาก Drawdown ที่รับได้

แทนที่จะเริ่มจาก “อยากได้กำไรเท่าไร” ให้เริ่มจาก “รับ Drawdown ได้แค่ไหนโดยยังทำตามระบบ”

  1. กำหนด Drawdown สูงสุดที่รับได้ ตัวเลขที่ถ้าถึงแล้วคุณจะหยุดหรือเริ่มเสียวินัย เช่น 20%
  2. หา Drawdown หน่วย R ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 จากรายการเทรดของคุณเอง ด้วย Monte Carlo แบบสุ่มเป็นก้อน ถ้ายังไม่มี ใช้รูปด้านบนเป็นตัวเทียบคร่าว ๆ
  3. หารกัน ความเสี่ยงต่อไม้ ≈ Drawdown ที่รับได้ ÷ Drawdown หน่วย R
  4. ตั้งจุดหยุดทบทวน ก่อนถึงขีดนั้น เช่น ครึ่งทาง และคุมรายวันด้วย เพดานขาดทุนรายวัน

ตัวอย่าง รับได้ 20% ระบบชนะ 40% ได้ 2R มี Drawdown ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ราว 28R

  • 20 ÷ 28 = 0.71% ปัดลงเป็น 0.7% ต่อไม้
  • ตรวจ: เสีย 28 ไม้ที่ 0.7% ของพอร์ตตอนนั้น เหลือ 0.993 ยกกำลัง 28 = 0.821 ลดลง 17.9% อยู่ใต้ 20% เพราะไม้เล็กลงเมื่อพอร์ตลด
  • ถ้าระบบมีช่วงสภาพตลาดแบบในหัวข้อก่อน Drawdown เป็น 52R ได้ 20 ÷ 52 ≈ 0.4% ต่อไม้ (ตรวจ: 0.996 ยกกำลัง 52 ลดลง 18.8%)

ตัวเลขนี้ดูน้อยกว่าที่หลายคนใช้ แต่สอดคล้องกับบท ทำไมหลายคนเสี่ยงแค่ 1% ต่อไม้ และคำนวณ lot จากความเสี่ยงนี้ได้ที่ ขนาดไม้จาก Stop loss

ความได้เปรียบเป็นของตลาด แต่ความเสี่ยงต่อไม้เป็นของคุณคนเดียว เลือกให้แพ้ช่วงยาวที่สุดที่คาดได้แล้วยังเหลือทั้งเงินและใจ

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • คิดว่าระบบบวกแล้วรอดแน่ ความได้เปรียบช่วยในระยะยาว แต่ถ้าเสี่ยงต่อไม้มาก โอกาสล้มก่อนถึงระยะยาวยังสูง เช่น +0.2R เสี่ยง 5% แตะ −30% ได้ 32.8% ใน 500 ไม้
  • ดู Drawdown จาก backtest เส้นเดียว เส้นนั้นอาจเป็นเส้นที่โชคดี ใช้เปอร์เซ็นไทล์ 95 จากการจำลองแทน
  • สุ่มสลับทีละไม้แล้วเชื่อผล ถ้าตลาดมีช่วงดีและแย่ Drawdown จริงอาจลึกเกือบเท่าตัวของผลจำลอง
  • ใช้ความเสี่ยงเท่ากันทุกระบบ ระบบชนะน้อยได้มากต้องเสี่ยงต่อไม้น้อยกว่าระบบชนะบ่อย ถึงจะมี Drawdown ใกล้กัน
  • เพิ่มความเสี่ยงหลังขาดทุนเพื่อเอาคืน ทำให้ระยะห่างจากจุดล้มสั้นลงตอนที่พอร์ตบางที่สุด ตรงข้ามกับสิ่งที่ควรทำ
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

Risk of ruin ที่ยอมรับได้ควรเป็นเท่าไร

ไม่มีตัวเลขมาตรฐาน หลายคนตั้งเป้าให้โอกาสแตะระดับที่หยุดเทรดต่ำกว่า 1% ถึง 5% ในช่วงที่วางแผนไว้ แต่ตัวเลขนี้คำนวณจากความได้เปรียบที่ประมาณจากอดีต ซึ่งอาจดีเกินจริง จึงควรเผื่อให้ต่ำกว่าเป้าไว้อีก

ถ้าระบบมีความได้เปรียบ เทรดนานพอ Risk of ruin จะเป็นศูนย์ไหม

ถ้านับจากทุนเริ่มต้น โอกาสส่วนใหญ่เกิดช่วงแรก พอกำไรสะสมแล้วโอกาสลงไปถึงระดับเดิมจะลดลงมาก แต่ถ้านับ Drawdown จากจุดสูงสุด เทรดนานพอจะเจอ Drawdown ลึกขึ้นเรื่อย ๆ เสมอ จึงต้องบอกช่วงเวลาทุกครั้งที่พูดถึงโอกาส

ใช้สูตรอย่างเดียวพอไหม ไม่ต้องจำลอง

สูตรช่วยให้เห็นภาพและเช็กตัวเลขเร็ว แต่สมมติว่าแต่ละไม้ไม่เกี่ยวกันและรู้ความได้เปรียบแน่นอน ของจริงมีช่วงตลาดดีและแย่ ควรจำลองจากรายการเทรดของตัวเองแบบสุ่มเป็นก้อน ไม่ใช่สุ่มทีละไม้

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

คณิตศาสตร์ของ Prop firm challenge: โอกาสผ่าน ค่าสมัคร และบัญชีที่หลุดหลังผ่าน

จำลอง 100,000 รอบว่ากติกาเป้ากำไร เพดานขาดทุนรายวัน และ Drawdown สูงสุด ให้โอกาสผ่านเท่าไรที่ความเสี่ยงต่อไม้ต่าง ๆ ทั้งระบบที่ได้เปรียบและระบบที่ไม่มีความได้เปรียบ

อ่าน 11 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงเริ่มต้น

พอร์ตเล็ก 100–500 ดอลลาร์ คุมความเสี่ยงยังไง เมื่อ lot ขยับได้ทีละ 0.01

lot ต่ำสุด 0.01 ทำให้พอร์ตเล็กเสี่ยง 1% ไม่ได้จริงในหลายกรณี ดูตารางเสี่ยงต่ำสุดตามขนาดพอร์ตและ Stop loss ทางเลือกที่มี และทำไมเติมทุนดีกว่าเร่งความเสี่ยง

อ่าน 12 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

Kelly criterion และ optimal f: สูตรขนาดไม้ที่โตเร็วสุด แต่ใช้เต็มไม่ได้

ที่มาของสูตร Kelly ปี 1956 วิธีคิด f* = p − q/b ทำไม Kelly เต็มทำให้ drawdown ลึกเกิน 80% หน้าผาที่ 2 เท่าของ Kelly และทำไมเสี่ยง 0.5–1% ต่อไม้ถึงเป็นคำตอบที่ใช้ได้จริง

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์