เรียนรู้ › จัดการความเสี่ยง

คณิตศาสตร์ของ Prop firm challenge: โอกาสผ่าน ค่าสมัคร และบัญชีที่หลุดหลังผ่าน

จำลอง 100,000 รอบว่ากติกาเป้ากำไร เพดานขาดทุนรายวัน และ Drawdown สูงสุด ให้โอกาสผ่านเท่าไรที่ความเสี่ยงต่อไม้ต่าง ๆ ทั้งระบบที่ได้เปรียบและระบบที่ไม่มีความได้เปรียบ

ขั้นสูง อ่าน 11 นาที 23 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ระบบที่ไม่มีความได้เปรียบเลยผ่านด่านได้เกือบครึ่งถ้าเสี่ยงไม้ละ 2% เพราะเป้ากำไรกับเพดานขาดทุนห่างจากทุนเท่ากัน การผ่านจึงพิสูจน์ฝีมือได้น้อยกว่าที่คิด
  • เวลาจำกัด 30 วันบังคับให้เสี่ยงต่อไม้สูงขึ้น ระบบได้เปรียบ +0.2R เสี่ยง 0.25% หมดเวลา 91.7% ทั้งที่ถ้าไม่จำกัดเวลาจะผ่านแทบทุกรอบ
  • Drawdown แบบ Trailing ทำให้ระบบเดียวกันที่เสี่ยง 1% สอบตกจาก 11.6% เป็น 23.5% เพราะเพดานขยับตามจุดสูงสุด
  • ผ่านแล้วถอนกำไรทุกเดือน เบาะรองไม่เคยโต ระบบได้เปรียบที่เสี่ยง 1% เสียบัญชีภายใน 240 วันเทรดถึง 76.6%
  • อ่านเงื่อนไขทั้งหมดก่อนจ่าย กติกาต่างกันมากในแต่ละแห่ง และธุรกิจนี้มีความเสี่ยงของตัวบริษัทเองด้วย

Prop firm challenge คือการจ่ายค่าสมัครเพื่อเทรดบัญชีทดสอบตามกติกา ถ้าทำกำไรถึงเป้าโดยไม่ชนเพดานขาดทุน จะได้ Funded account บัญชีที่บริษัทให้เทรด แล้วแบ่งกำไรกัน ฟังดูเหมือนทางลัดสำหรับคนทุนน้อย แต่กติกาพวกนี้เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่ตอบได้ บทนี้จำลองว่าโอกาสผ่าน สอบตก และหมดเวลา ขึ้นกับความได้เปรียบและความเสี่ยงต่อไม้แค่ไหน แล้วดูต่อว่าผ่านแล้วเกิดอะไรขึ้น บทนี้ไม่ได้แนะนำบริษัทใด

กติกาที่เจอบ่อย

ตัวเลขด้านล่างเป็นรูปแบบที่พบบ่อย ไม่ใช่มาตรฐาน แต่ละแห่งต่างกัน และเปลี่ยนเงื่อนไขได้

กติการูปแบบที่พบบ่อยสิ่งที่ต้องเช็กในเงื่อนไข
เป้ากำไร8% ถึง 10% บางแห่งมีสองด่าน ด่านสองราว 5%นับจาก Balance หรือ Equity
เพดานขาดทุนรายวัน5%5% ของทุนเริ่มต้น หรือของยอดต้นวัน รวมไม้ที่ลอยอยู่ไหม รีเซ็ตกี่โมง
Drawdown สูงสุด10%คงที่จากทุนเริ่มต้น (static) หรือขยับตามจุดสูงสุด (trailing)
จำนวนวันเทรดขั้นต่ำไม่กี่วันนับวันที่เปิดไม้อย่างน้อยหนึ่งไม้หรือไม่
เวลาจำกัด30 วัน หรือไม่จำกัดวันปฏิทินหรือวันเทรด
ค่าสมัครจ่ายทุกครั้งที่สมัครใหม่คืนเมื่อได้ payout แรกหรือไม่
แบ่งกำไรผู้เทรดได้ส่วนใหญ่ เช่น 80%รอบจ่าย กำไรขั้นต่ำ กฎที่ทำให้ไม่จ่าย

เรื่อง Balance กับ Equity สำคัญมาก ถ้าเพดานคิดจาก Equity ไม้ที่ลอยติดลบแตะเพดานก็ตกทันที แม้สุดท้ายราคาจะกลับมา อ่านความต่างที่ Drawdown อ่านยังไง

เงื่อนไขการจำลอง

  • ด่านเดียว เป้า +10% เพดานรายวัน 5% ของทุนเริ่มต้น นับจากยอดต้นวัน Drawdown สูงสุด 10% ขั้นต่ำ 4 วันเทรด เวลา 30 วันเทรด
  • วันละไม่เกิน 3 ไม้ เสี่ยงคงที่เป็น % ของทุนเริ่มต้น ไม้แพ้เสีย 1R พอดี ไม้ชนะได้ 2R แต่ละไม้ไม่เกี่ยวกัน
  • ระบบได้เปรียบ ชนะ 40% ได้ 2R: 0.4 × 2 − 0.6 = +0.2R ต่อไม้ (ความได้เปรียบระดับนี้สูงมากสำหรับเทรดเดอร์รายย่อย)
  • ระบบไม่มีความได้เปรียบ ชนะ 1 ใน 3 ได้ 2R: 0R ต่อไม้ รูปทรงเหมือนกัน ต่างแค่ไม่มีความได้เปรียบ
  • ผู้เทรดหยุดวันนั้นเองถ้าแพ้อีกไม้จะชนเพดานรายวัน ถึงเป้าแล้วหยุดเสี่ยง รอให้ครบวันขั้นต่ำ
  • นับเฉพาะไม้ที่ปิดแล้ว ไม่มี slippage ไม่มีราคากระโดดข้าม Stop loss จำลองกรณีละ 100,000 รอบ ทุกตัวเลขเป็นผลจำลอง ไม่ใช่ผลเทรดจริง

เงื่อนไขนี้ใจดีกว่าของจริง เพราะของจริงมีไม้ลอยติดลบ ต้นทุน และวันที่ราคากระโดด

ผ่าน ตก หรือหมดเวลา ตามความเสี่ยงต่อไม้

เสี่ยงต่อไม้ได้เปรียบ: ผ่านได้เปรียบ: ตกได้เปรียบ: หมดเวลาไม่ได้เปรียบ: ผ่านไม่ได้เปรียบ: ตกไม่ได้เปรียบ: หมดเวลา
0.25%8.3%0.0%91.7%0.3%0.2%99.5%
0.5%56.3%1.1%42.6%13.8%13.0%73.2%
1%81.6%11.6%6.8%42.2%43.1%14.7%
2%71.6%28.3%0.1%48.4%51.5%0.1%
3%67.7%32.3%0.0%48.0%52.0%0.0%
ผ่าน สอบตก (ชนเพดาน) หมดเวลา 30 วัน ได้เปรียบ +0.2R ต่อไม้ ไม่มีความได้เปรียบ (0R) 8%56%82%72%68% 0.3%14%42%48%48% 0%50%100% 0.25%0.5%1%2%3% 0.25%0.5%1%2%3% แถวบน: ความเสี่ยงต่อไม้ (% ของทุนเริ่มต้น) แถวตัวหนา: โอกาสผ่าน
ผลจำลอง 100,000 รอบต่อแท่ง ไม่ใช่ผลเทรดจริง กติกาด่านเดียว เป้า +10% เพดานรายวัน 5% Drawdown คงที่ 10% เวลา 30 วันเทรด วันละไม่เกิน 3 ไม้ ระบบไม่มีความได้เปรียบผ่านได้เกือบครึ่งเมื่อเสี่ยงสูง

วิธีคิดง่าย ๆ ว่าทำไมความเสี่ยงต่ำถึงหมดเวลา ระบบ +0.2R เสี่ยง 0.25% ได้เฉลี่ยไม้ละ 0.2 × 0.25% = 0.05% วันละ 3 ไม้ = 0.15% ต่อวัน ต้องใช้ 10 ÷ 0.15 ≈ 67 วันเทรดถึงเป้าโดยเฉลี่ย เกิน 30 วันไปมาก ผลจำลองแบบไม่จำกัดเวลายืนยันตัวเลขนี้ รอบที่ผ่านใช้เฉลี่ย 67.8 วัน และผ่าน 100.0% (สอบตกต่ำกว่า 0.05%) ส่วนที่ 1% ได้เฉลี่ยวันละ 0.6% ใช้ราว 10 ÷ 0.6 ≈ 17 วัน จึงทันในเวลา

แรงจูงใจให้เสี่ยงเกิน

ดูฝั่งระบบไม่มีความได้เปรียบ ยิ่งเสี่ยงมาก ยิ่งผ่านมาก จาก 0.3% ที่เสี่ยง 0.25% เป็น 48.4% ที่ 2% เหตุผลอยู่ที่ระยะห่าง

  • ที่ 1% เป้าอยู่ห่าง 10R และเพดานอยู่ห่าง 10R
  • ที่ 2% ทั้งสองฝั่งเหลือ 5R
  • เกมที่ไม่มีความได้เปรียบ ถ้าสองฝั่งห่างเท่ากัน โอกาสถึงฝั่งไหนก่อนก็ใกล้ 50:50 ตามหลัก Gambler’s ruin ผลจำลองแบบไม่จำกัดเวลาได้ 50.0% ที่ 0.25% และ 49.3% ที่ 1%

ความเสี่ยงสูงไม่ได้เพิ่มความได้เปรียบ แค่ทำให้ผลออกเร็วก่อนหมดเวลา กติกาที่มีเวลาจำกัดจึงให้รางวัลกับการเสี่ยงสูงแบบเดียวกับการเดิมพัน ส่วนระบบได้เปรียบได้ประโยชน์จากความเสี่ยงสูงแค่ถึงจุดหนึ่ง ผ่านมากสุด 81.6% ที่ 1% แล้วลดเหลือ 71.6% ที่ 2% เพราะช่วงแพ้ติดกันห้าหกไม้ ซึ่ง เป็นเรื่องปกติ ก็พาไปชนเพดานได้แล้ว

เทียบกับ Kelly criterion ระบบชนะ 40% ได้ 2R มีขนาด Kelly 10% ต่อไม้ แต่เพดาน Drawdown 10% ทำให้ขนาดที่เหมาะจริงต่ำกว่านั้นมาก ราว 10 ถึง 20 เท่า สูตรที่ไม่รู้จักเพดานใช้กับ challenge ตรง ๆ ไม่ได้

ผ่าน challenge หนึ่งครั้งคือผลของไม้ไม่กี่สิบไม้ ระบบไม่มีความได้เปรียบผ่านได้ 42.2% ที่เสี่ยง 1% การผ่านจึงบอกเรื่องดวงพอ ๆ กับเรื่องฝีมือ

เพดานรายวัน: หยุดเองหรือให้ระบบตัด

จำลองเทียบกับผู้เทรดที่ไม่หยุดเอง เทรดครบ 3 ไม้ทุกวันแม้จะแพ้มาแล้ว ที่เสี่ยง 2% แพ้ 3 ไม้ในวันเดียว = −6% ชนเพดานรายวันทันที

เสี่ยง 2% ต่อไม้หยุดเองก่อนชนเพดานไม่หยุด เทรดครบทุกวัน
ได้เปรียบ +0.2R: ผ่าน71.6%46.5%
ไม่ได้เปรียบ: ผ่าน48.4%30.0%

ที่ 1% สองแบบแทบเท่ากัน เพราะ 3 ไม้แพ้ = −3% ไม่ถึงเพดาน กฎรายวันจะกินคนที่เสี่ยงต่อไม้สูงแล้วยังเทรดต่อหลังแพ้ ซึ่งคือพฤติกรรมเทรดเอาคืน วิธีวางเพดานของตัวเองให้ต่ำกว่าเพดานของกติกา อ่านที่ เพดานขาดทุนรายวัน

Trailing drawdown ยากกว่าที่เห็น

Static drawdown เพดานอยู่ที่ทุนเริ่มต้น −10% ตลอด Trailing drawdown เพดานขยับขึ้นตามจุดสูงสุดของบัญชี เช่น ขึ้นไปถึง +8% เพดานก็ขึ้นไปอยู่ที่ −2% จากทุนเริ่มต้น บางแห่งหยุดขยับเมื่อเพดานถึงทุนเริ่มต้น บางแห่งขยับตาม Equity ระหว่างวันซึ่งเข้มกว่าที่จำลองนี้

เสี่ยงต่อไม้ (30 วัน)Static: ผ่านStatic: ตกTrailing: ผ่านTrailing: ตก
ได้เปรียบ 0.5%56.3%1.1%56.0%3.2%
ได้เปรียบ 1%81.6%11.6%74.8%23.5%
ได้เปรียบ 2%71.6%28.3%60.7%39.3%
ไม่ได้เปรียบ 1%42.2%43.1%37.6%59.5%

Trailing แบบนับจาก Balance ในการจำลองนี้คือการวัด Drawdown จากจุดสูงสุด ซึ่งเจอง่ายกว่าการลงจากทุนเริ่มต้นมาก ระบบที่ขึ้นไปก่อนแล้วย่อตามปกติจึงตกได้ทั้งที่บัญชียังเป็นบวก

เป้ากำไร +10% Static: ถึงเป้า วันเทรดที่ 19 เพดาน Trailing = จุดสูงสุด − 10% Trailing: ตกตรงนี้ (−2% หลังขึ้นไป +8%) เพดาน Static −10% จากทุนเริ่มต้น +10%0%−10% ไม้ที่ 1 ถึง 56 (19 วันเทรด วันละไม่เกิน 3 ไม้)
เส้นบัญชีหนึ่งเส้นจากการจำลอง ไม่ใช่ตลาดจริง ระบบชนะ 40% ได้ 2R เสี่ยงไม้ละ 1% ของทุนเริ่มต้น เส้นเดียวกันผ่านภายใต้เพดานคงที่ แต่ตกภายใต้เพดาน Trailing ตั้งแต่ไม้ที่ 44

ต้องสมัครกี่ครั้ง และเสียค่าสมัครรวมเท่าไร

ถ้าสมัครซ้ำจนผ่าน และแต่ละครั้งไม่เกี่ยวกัน จำนวนครั้งเฉลี่ย = 1 ÷ โอกาสผ่าน สมมติค่าสมัครครั้งละ 500 ดอลลาร์ (ตัวเลขสมมติเพื่อคำนวณ ราคาจริงต่างกันตามขนาดบัญชีและแต่ละแห่ง)

ระบบ เสี่ยงต่อไม้โอกาสผ่านจำนวนครั้งเฉลี่ยค่าสมัครรวมเฉลี่ย
ได้เปรียบ 0.25%8.3%12.0ราว 6,020
ได้เปรียบ 1%81.6%1.2ราว 610
ไม่ได้เปรียบ 0.5%13.8%7.2ราว 3,620
ไม่ได้เปรียบ 1%42.2%2.4ราว 1,180
ไม่ได้เปรียบ หลังหักต้นทุน 1%31.7%3.2ราว 1,580

ตัวอย่างแถว 1%: 1 ÷ 0.816 = 1.23 ครั้ง × 500 = 613 ดอลลาร์ แถว “หลังหักต้นทุน” คือระบบไม่มีความได้เปรียบที่เสีย spread และค่าคอมมิชชันเฉลี่ยไม้ละ 0.05R จำลองโดยลดอัตราชนะจาก 33.3% เหลือ 31.7% ซึ่งใกล้ความจริงของคนส่วนใหญ่มากกว่า 0R อ่านเรื่องต้นทุนต่อไม้ที่ Spread กินกำไรแค่ไหน

ถ้ามีสองด่าน (ด่านสองเป้า +5% กติกาเดิม) โอกาสผ่านทั้งสองคือคูณกัน ผลจำลองที่เสี่ยง 1%: ได้เปรียบ 73.2% ไม่ได้เปรียบ 27.0% หลังหักต้นทุน 17.3%

ผ่านแล้ว ยังต้องรอดในบัญชีจริง

จำลองต่อหลังผ่าน: บัญชี funded กติกาเดิมแต่ไม่มีเป้า ทุก 20 วันเทรดถ้ามีกำไร ผู้เทรดถอนส่วนแบ่ง 80% แล้วบัญชีกลับไปที่ทุนเริ่มต้น เพดาน −10% เท่าเดิม ตัวอย่าง บัญชี 100,000 ดอลลาร์ กำไรรอบนี้ 4% = 4,000 ผู้เทรดได้ 4,000 × 0.8 = 3,200 บัญชีเริ่มรอบใหม่ที่ 100,000

ระบบ เสี่ยงต่อไม้เสียบัญชีใน 60 วันเทรดเสียบัญชีใน 240 วันเทรดเคยได้ payout อย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ได้เปรียบ 0.5%3.2%15.1%98.3%
ได้เปรียบ 1%29.6%76.6%87.4%
ได้เปรียบ 2%70.2%99.3%65.7%
ไม่ได้เปรียบ 1%77.9%99.8%50.1%
ไม่ได้เปรียบ หลังหักต้นทุน 1%87.4%100.0%37.4%

ระบบได้เปรียบเสี่ยง 1% ผ่านด่านง่ายที่สุด แต่หลังผ่านเสียบัญชีภายใน 240 วันเทรดถึง 76.6% เพราะกำไรถูกถอนออกทุกรอบ เบาะรองจึงอยู่ที่ 10R ตลอด ขณะที่บท Risk of ruin พบว่าระบบเดียวกันมี Drawdown ที่เปอร์เซ็นไทล์ 95 ราว 28R ใน 500 ไม้ เพดาน 10R จึงโดนแตะสักวันแทบแน่นอน ความเสี่ยงที่ช่วยให้ผ่านด่าน กับความเสี่ยงที่ทำให้บัญชีอยู่รอด เป็นคนละตัวเลขกัน

รวมสองช่วง โอกาสที่การสมัครหนึ่งครั้งจะได้ payout อย่างน้อยหนึ่งครั้ง (ผ่าน × เคยได้ payout): ได้เปรียบ 1% ราว 71.3% ไม่ได้เปรียบ 1% ราว 21.1% หลังหักต้นทุน 1% ราว 11.9% แปลว่าคนที่ไม่มีความได้เปรียบหลังหักต้นทุน เกือบ 9 ใน 10 ครั้งเสียค่าสมัครไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา

กติกาด่านทดสอบให้รางวัลกับการเสี่ยงสูงในเวลาสั้น ส่วนบัญชีหลังผ่านให้รางวัลกับการเสี่ยงต่ำในเวลายาว คนที่ใช้วิธีเดียวกันทั้งสองช่วงมักเสียช่วงใดช่วงหนึ่ง

โมเดลธุรกิจ และสิ่งที่ต้องเช็กก่อนจ่าย

ดูจากตัวเลขข้างบน คนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความได้เปรียบหลังหักต้นทุนจะสอบตกหรือเสียบัญชีในไม่กี่เดือน ค่าสมัครของคนกลุ่มนี้จึงเป็นรายได้ส่วนสำคัญของธุรกิจแบบนี้ได้ เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าทุกแห่งหลอกลวง แต่แปลว่าผลประโยชน์ของบริษัทไม่ได้ผูกกับความสำเร็จของคุณเสมอไป ข้อควรรู้ทั่วไป

  • บางแห่งระบุในเงื่อนไขว่าบัญชี funded เป็นบัญชีจำลอง และ payout จ่ายจากบริษัท ไม่ได้มาจากการส่งคำสั่งเข้าตลาดจริง ความสามารถจ่ายจึงขึ้นกับฐานะของบริษัท
  • มีบริษัทในวงการนี้ปิดตัวหรือหยุดจ่ายเงินกะทันหันมาแล้ว และหลายแห่งไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับแบบโบรกเกอร์
  • กฎที่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์หรือไม่จ่าย เช่น ห้ามเทรดช่วงข่าว ห้ามถือข้ามสุดสัปดาห์ กฎความสม่ำเสมอที่จำกัดสัดส่วนกำไรจากวันเดียว ห้ามใช้ EA บางแบบ หรือคัดลอกสัญญาณ
  • กติกาเปลี่ยนได้ เก็บสำเนาเงื่อนไขวันที่สมัครไว้

สัญญาณเตือนเดียวกับบท สัญญาณมิจฉาชีพในวงการเทรด ใช้ได้ที่นี่ เช่น การโฆษณาด้วยภาพ payout ของคนส่วนน้อย ความเร่งรีบให้สมัครด้วยส่วนลดจำกัดเวลา และถ้ามีคนขายสัญญาณหรือ EA “สำหรับผ่าน challenge” ให้ตรวจแบบเดียวกับ การประเมิน Copy trading และสัญญาณ

ใช้ตัวเลขนี้ยังไง

  1. พิสูจน์ความได้เปรียบก่อน ด้วยรายการเทรดหลายร้อยไม้ในบัญชีของตัวเอง หลังหักต้นทุน ไม่ใช่ใช้ challenge เป็นที่ทดสอบ
  2. แปลงกติกาเป็นหน่วย R เพดาน 10% ที่เสี่ยง 0.5% = 20R เทียบกับ Drawdown หน่วย R ของระบบคุณที่เปอร์เซ็นไทล์ 95
  3. เลือกกติกาที่ไม่จำกัดเวลา ถ้ามี จะใช้ความเสี่ยงต่ำได้โดยไม่ต้องรีบ ในการจำลอง ระบบได้เปรียบเสี่ยง 0.5% ผ่าน 98.1% เมื่อไม่จำกัดเวลา
  4. ตั้งเพดานรายวันของตัวเองให้ต่ำกว่ากติกา และนับไม้ที่ลอยอยู่ด้วย
  5. หลังผ่าน ลดความเสี่ยงลง หรือเก็บกำไรบางส่วนไว้ในบัญชีเป็นเบาะรอง ถ้าเงื่อนไขอนุญาต
  6. ตั้งงบค่าสมัครรวม เป็นเงินที่เสียได้ทั้งก้อน ไม่สมัครซ้ำเพื่อเอาคืน คำนวณ lot จากความเสี่ยงที่เลือกได้ที่ ขนาดไม้จาก Stop loss

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เชื่อว่าผ่านแล้วแปลว่าเก่ง ระบบไม่มีความได้เปรียบผ่านได้ 42.2% ที่ 1% และ 48.4% ที่ 2%
  • เพิ่มความเสี่ยงเมื่อใกล้หมดเวลา ทำให้เกมกลายเป็นการโยนเหรียญ และพาเข้าใกล้เพดานรายวัน
  • ไม่อ่านว่าเพดานนับจาก Balance หรือ Equity ไม้ที่ลอยติดลบแตะเพดานก็ตกได้ทั้งที่ยังไม่ปิด
  • ใช้ความเสี่ยงช่วงสอบกับบัญชีหลังผ่าน เสี่ยง 1% ผ่านง่ายสุด แต่เสียบัญชีใน 240 วันเทรดถึง 76.6% ในการจำลอง
  • สมัครซ้ำต่อเนื่องหลังตก ค่าสมัครรวมโตเร็ว และเป็นรูปแบบเดียวกับการเทรดเอาคืน
  • ดูแค่ส่วนแบ่งกำไร ไม่ดูกฎที่ทำให้ไม่จ่าย ส่วนแบ่ง 80% ไม่มีความหมายถ้าถูกตัดสิทธิ์ก่อนรอบจ่าย
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

ผ่าน challenge แปลว่าระบบมีความได้เปรียบไหม

ไม่จำเป็น ในการจำลอง ระบบที่ไม่มีความได้เปรียบเลย เสี่ยงไม้ละ 1% ผ่านด่านเดียวได้ 42.2% ใน 30 วัน การผ่านหนึ่งครั้งคือผลของไม้ไม่กี่สิบไม้ ต้องดูรายการเทรดยาวกว่านั้นถึงจะบอกได้ว่ามีความได้เปรียบจริง

ควรเสี่ยงต่อไม้เท่าไรตอนทำ challenge

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูก ขึ้นกับกติกาและระบบ ในการจำลองนี้ ระบบได้เปรียบ +0.2R ผ่านมากสุดที่ 1% แต่บัญชีจริงหลังผ่านอยู่รอดดีกว่ามากที่ 0.5% ถ้ากติกาไม่จำกัดเวลา ความเสี่ยงต่ำกว่าได้เปรียบกว่าชัดเจน

Prop firm ทุกแห่งเชื่อถือไม่ได้ใช่ไหม

บทนี้ไม่ได้ตัดสินแห่งไหน แต่ธุรกิจนี้มีรายได้ส่วนสำคัญจากค่าสมัครของคนที่สอบตก บางแห่งปิดตัวกะทันหันมาแล้ว จึงต้องอ่านเงื่อนไขการจ่ายเงิน กฎที่ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ และข้อมูลบริษัทให้ครบก่อนจ่าย และไม่จ่ายเงินที่เสียแล้วกระทบชีวิต

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

Risk of ruin โอกาสที่พอร์ตลงถึงจุดกลับไม่ได้ แม้ระบบจะได้เปรียบ

ระบบที่ได้เปรียบก็ล้มได้ ดูผลจำลอง 500 ไม้ว่าความเสี่ยงต่อไม้ รูปทรงกำไรขาดทุน และไม้แพ้ที่มาเป็นช่วง เพิ่มโอกาสลง −30% และ −50% แค่ไหน พร้อมสูตรประมาณ

อ่าน 11 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงเริ่มต้น

พอร์ตเล็ก 100–500 ดอลลาร์ คุมความเสี่ยงยังไง เมื่อ lot ขยับได้ทีละ 0.01

lot ต่ำสุด 0.01 ทำให้พอร์ตเล็กเสี่ยง 1% ไม่ได้จริงในหลายกรณี ดูตารางเสี่ยงต่ำสุดตามขนาดพอร์ตและ Stop loss ทางเลือกที่มี และทำไมเติมทุนดีกว่าเร่งความเสี่ยง

อ่าน 12 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

Kelly criterion และ optimal f: สูตรขนาดไม้ที่โตเร็วสุด แต่ใช้เต็มไม่ได้

ที่มาของสูตร Kelly ปี 1956 วิธีคิด f* = p − q/b ทำไม Kelly เต็มทำให้ drawdown ลึกเกิน 80% หน้าผาที่ 2 เท่าของ Kelly และทำไมเสี่ยง 0.5–1% ต่อไม้ถึงเป็นคำตอบที่ใช้ได้จริง

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์