เรียนรู้ › ข่าวและปัจจัยพื้นฐาน
รายงาน COT ของ CFTC อ่านสถานะกองทุนในฟิวเจอร์ส และคำนวณ COT index
รายงาน COT บอกว่ากลุ่มผู้เล่นรายใหญ่ถือฟิวเจอร์สทองคำและค่าเงินฝั่งไหนอยู่เท่าไร อ่าน net position ใช้ COT index หาจุดสุดโต่ง และรู้ข้อจำกัดเรื่องความล่าช้า
- รายงาน COT เป็นภาพถ่ายสถานะในตลาดฟิวเจอร์สและออปชันของสหรัฐ ณ สิ้นวันอังคาร ประกาศวันศุกร์ ตรงกับตีสองครึ่งหรือตีสามครึ่งวันเสาร์เวลาไทย
- ทองคำดูในรายงาน Disaggregated ค่าเงินดูในรายงาน Traders in Financial Futures แต่ละรายงานแบ่งผู้เล่นคนละแบบ
- COT index วัดว่า net position สัปดาห์นี้อยู่ตรงไหนเทียบกับช่วงย้อนหลัง 0 คือต่ำสุด 100 คือสูงสุดของช่วงนั้น
- ค่าสุดโต่งบอกว่าฝั่งหนึ่งแน่นแล้ว ไม่ได้บอกว่าราคาจะกลับตัวเมื่อไร ใช้เป็นบริบทช้า ๆ ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด
รายงาน COT (Commitments of Traders) คือรายงานรายสัปดาห์ของ CFTC หน่วยงานกำกับตลาดฟิวเจอร์สของสหรัฐ ที่บอกว่าผู้เล่นแต่ละกลุ่มถือสัญญาฟิวเจอร์สและออปชันฝั่งซื้อ (long) และฝั่งขาย (short) อยู่เท่าไร ใช้ได้ทั้งทองคำ ค่าเงินหลัก น้ำมัน และดัชนีหุ้น ข้อมูลนี้ไม่บอกจุดเข้า แต่บอกสิ่งที่กราฟราคาไม่บอก คือ ใครถือฝั่งไหนอยู่ และถือแน่นแค่ไหน บทนี้อธิบายตั้งแต่รายงานแต่ละแบบ การคิด net position ไปจนถึงการคำนวณ COT index พร้อมข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนใช้
รายงาน COT ครอบคลุมอะไร
- ตลาดฟิวเจอร์สและออปชันที่ซื้อขายในสหรัฐ เท่านั้น ไม่รวมตลาด Forex ระหว่างธนาคาร ไม่รวมสถานะ CFD ของโบรกเกอร์
- นับเป็น จำนวนสัญญา แยกตามกลุ่มผู้เล่น พร้อม Open interest คือจำนวนสัญญาที่ยังเปิดค้างอยู่ทั้งตลาด
- มีสองแบบ Futures Only นับเฉพาะฟิวเจอร์ส และ Futures-and-Options Combined ที่แปลงออปชันเป็นจำนวนเทียบเท่าฟิวเจอร์สด้วยค่า delta แล้วรวมเข้าไป
- ผู้เล่นที่ถือเกินเกณฑ์ที่ CFTC กำหนดต้องรายงาน (reportable) ส่วนที่เหลือคือ Non-reportable หรือรายเล็ก ตัวเลขกลุ่มนี้ได้จากการเอา Open interest ลบส่วนที่รายงานแล้ว
ทุกสัญญามีคนซื้อหนึ่งคนและคนขายหนึ่งคนเสมอ ผลรวม long ของทุกกลุ่มจึงเท่ากับผลรวม short ของทุกกลุ่ม ถ้ากลุ่มหนึ่ง net long มาก ต้องมีกลุ่มอื่น net short รวมกันเท่ากันพอดี นี่คือเหตุผลที่ COT เป็นเรื่อง “ใครอยู่ฝั่งไหน” ไม่ใช่ “เงินไหลเข้าเท่าไร”
ตารางเวลา และเวลาไทย
ข้อมูลเป็นสถานะ ณ สิ้นวันอังคาร CFTC ประกาศ วันศุกร์ 15:30 น. เวลานิวยอร์ก (ET) แปลงเป็นเวลาไทย
- ช่วงสหรัฐใช้เวลาฤดูร้อน (อาทิตย์ที่สองของมีนาคม ถึงอาทิตย์แรกของพฤศจิกายน) ตรงกับ ตีสองครึ่ง (02:30) คืนวันศุกร์ต่อเช้าวันเสาร์
- ช่วงเวลามาตรฐาน ตรงกับ ตีสามครึ่ง (03:30) เช้าวันเสาร์
ตอนรายงานออก ตลาด Forex ปิดสัปดาห์ไปแล้ว คนไทยส่วนใหญ่จึงได้ใช้ข้อมูลจริงตอนตลาดเปิดเช้าวันจันทร์ ซึ่งตอนนั้นข้อมูลมีอายุ 6 วันแล้ว สัปดาห์ที่มีวันหยุดของสหรัฐ วันประกาศมักเลื่อน ดูวิธีแปลงเวลาฤดูร้อนเพิ่มได้ใน ตลาด Forex เปิดกี่โมงตามเวลาไทย
รายงานสามแบบ และกลุ่มผู้เล่น
CFTC แยกรายงานหลักเป็นสามแบบ แต่ละแบบแบ่งผู้เล่นไม่เหมือนกัน
Legacy แบบดั้งเดิม มีทุกตลาด แบ่งแค่สามกลุ่ม
- Commercial ผู้ที่ใช้ฟิวเจอร์สป้องกันความเสี่ยงจากธุรกิจจริง เช่น ผู้ผลิต ผู้ค้า
- Non-commercial ผู้เล่นรายใหญ่ที่เหลือ ส่วนมากคือนักเก็งกำไร เช่น กองทุน
- Non-reportable รายเล็ก
Disaggregated สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ เงิน น้ำมัน สินค้าเกษตร แยกละเอียดขึ้น
- Producer/Merchant/Processor/User ธุรกิจที่ผลิต ค้า แปรรูป หรือใช้สินค้านั้นจริง
- Swap Dealers ตัวกลางที่ทำสัญญา swap กับลูกค้าแล้วมาป้องกันความเสี่ยงในฟิวเจอร์ส
- Managed Money ผู้จัดการเงินที่เทรดแทนลูกค้า เช่น CTA และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ กลุ่มที่คนดูมากที่สุด
- Other Reportables ผู้ที่ต้องรายงานแต่ไม่เข้ากลุ่มข้างบน
Traders in Financial Futures (TFF) สำหรับตลาดการเงิน เช่น ค่าเงิน ดอกเบี้ย ดัชนีหุ้น
- Dealer/Intermediary ธนาคารและดีลเลอร์รายใหญ่ ส่วนมากเป็นฝั่งรับคำสั่งของลูกค้า
- Asset Manager/Institutional กองทุนบำนาญ บริษัทประกัน กองทุนรวม มักถือยาวและขยับช้า
- Leveraged Funds เฮดจ์ฟันด์และผู้จัดการเงินที่ใช้เลเวอเรจ เช่น CTA มักขยับเร็วตามเทรนด์
- Other Reportables ผู้ที่ต้องรายงานแต่ไม่เข้ากลุ่มข้างบน
ทั้งสามแบบมี Non-reportable เหมือนกัน
Net position คิดยังไง
Net position ของกลุ่มหนึ่ง = long − short ของกลุ่มนั้น บางกลุ่มมีช่อง spreading ด้วย คือถือทั้ง long และ short ในตลาดเดียวกันคนละเดือนสัญญา ช่องนี้หักล้างกันเอง จึงไม่นับใน net
ตัวอย่าง สัปดาห์หนึ่ง Leveraged Funds ในสัญญาค่าเงินสมมติถือ long 85,000 สัญญา short 18,500 สัญญา net = 85,000 − 18,500 = +66,500 สัญญา คือ net long
เรื่องทิศของคู่เงิน ต้องเช็กทุกครั้ง สัญญาค่าเงินของสหรัฐส่วนใหญ่คิดเป็นดอลลาร์ต่อหนึ่งหน่วยเงินสกุลนั้น
- long สัญญายูโร = มองว่ายูโรแข็งเทียบดอลลาร์ ทิศเดียวกับ long EURUSD
- long สัญญาเยน = มองว่าเยนแข็ง ซึ่ง ตรงข้าม กับ long USDJPY เช่นเดียวกับฟรังก์สวิสและดอลลาร์แคนาดา ที่คู่เงินใน MT5 ดอลลาร์อยู่ข้างหน้า
ตัวเลข net เดี่ยว ๆ เทียบข้ามตลาดไม่ได้ เพราะแต่ละตลาดใหญ่ไม่เท่ากัน และสัปดาห์ต่อสัปดาห์ Open interest ก็เปลี่ยน วิธีที่ใช้กันจึงเป็นการเทียบกับอดีตของตลาดเดียวกัน ซึ่งคือหน้าที่ของ COT index อีกทางคือหาร net ด้วย Open interest ให้เป็นเปอร์เซ็นต์
COT index ทำให้ตัวเลขเทียบกันได้
COT index ปรับ net position ให้อยู่ในช่วง 0 ถึง 100 เทียบกับช่วงย้อนหลังที่เลือก
COT index = (net สัปดาห์นี้ − net ต่ำสุดในช่วง) ÷ (net สูงสุดในช่วง − net ต่ำสุดในช่วง) × 100
ช่วงย้อนหลังนับรวมสัปดาห์ปัจจุบัน 100 แปลว่า net สัปดาห์นี้สูงสุดในช่วงนั้น 0 แปลว่าต่ำสุดในช่วงนั้น หลายคนใช้ 80 ขึ้นไปและ 20 ลงมาเป็นเขตสุดโต่ง แต่เกณฑ์นี้เป็นธรรมเนียม ไม่ใช่ค่าที่พิสูจน์แล้ว
ข้อสำคัญ 0 ไม่ได้แปลว่า net short และ 100 ไม่ได้แปลว่า net long มาก มันแค่บอกตำแหน่งเทียบกับช่วงที่ดู
ตัวอย่างคำนวณ COT index 26 สัปดาห์
ใช้ net position ของ Leveraged Funds ในสัญญาค่าเงินสมมติ (ตัวเลขแต่งขึ้นเพื่อสาธิต ไม่ใช่ข้อมูลตลาดจริง) สัปดาห์ที่ 27 ถึง 52 รวม 26 สัปดาห์ หน่วยเป็นสัญญา
- สัปดาห์ 27–33: 49,000 · 47,500 · 53,000 · 58,500 · 57,000 · 61,500 · 64,000
- สัปดาห์ 34–40: 63,000 · 66,500 · 62,000 · 55,500 · 48,000 · 51,000 · 43,500
- สัปดาห์ 41–47: 36,000 · 29,500 · 32,000 · 24,500 · 18,000 · 12,500 · 15,000
- สัปดาห์ 48–52: 8,500 · 3,000 · −2,500 · 1,000 · 6,500
คำนวณ COT index ของสัปดาห์ที่ 52
- net ล่าสุด = 6,500
- ต่ำสุดในช่วง = −2,500 (สัปดาห์ 50)
- สูงสุดในช่วง = 66,500 (สัปดาห์ 35)
- COT index = (6,500 − (−2,500)) ÷ (66,500 − (−2,500)) × 100 = 9,000 ÷ 69,000 × 100 = 13.0
ตรวจสอบ ถ้า net อยู่ที่ −2,500 จะได้ 0 ÷ 69,000 = 0 ถ้าอยู่ที่ 66,500 จะได้ 69,000 ÷ 69,000 = 100 ค่า 13 จึงอยู่ใกล้ปลายล่างของช่วง ตรงกับที่กองทุนลด long ลงมาเกือบหมดแล้ว
อีกสองค่าจากชุดเดียวกัน (คำนวณด้วยช่วง 26 สัปดาห์ที่จบในสัปดาห์นั้น)
- สัปดาห์ 40 ช่วงคือสัปดาห์ 15–40 ต่ำสุด 2,500 สูงสุด 66,500 ได้ (43,500 − 2,500) ÷ 64,000 × 100 = 64.1
- สัปดาห์ 45 ช่วงคือสัปดาห์ 20–45 net 18,000 เป็นค่าต่ำสุดของช่วงพอดี ได้ 0 ทั้งที่กองทุนยัง net long อยู่ 18,000 สัญญา
อ่านค่าสุดโต่งยังไง
แนวคิดคือ ตำแหน่งที่แน่นเกินไป ถ้ากลุ่มเก็งกำไรถือ long มากที่สุดในรอบหลายเดือนแล้ว คนที่ตั้งใจจะซื้อในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ซื้อไปแล้ว ผู้ซื้อหน้าใหม่เหลือน้อย และถ้ามีข่าวร้าย คนทั้งกลุ่มต้องขายพร้อมกัน ราคาอาจลงแรงเพราะทางออกแคบ ฝั่ง short ที่แน่นก็ใช้เหตุผลเดียวกันกลับด้าน
ส่วนกลุ่มธุรกิจจริง (Commercial หรือ Producer/Merchant) มักทำตรงข้ามกับราคา ราคาขึ้น ผู้ผลิตขายล่วงหน้าเพิ่ม ราคาลง ผู้ใช้ซื้อล่วงหน้าเพิ่ม net ของกลุ่มนี้จึงมักเคลื่อนสวนราคา ตามหน้าที่ของการป้องกันความเสี่ยง ไม่ใช่เพราะพวกเขาเดาทางเก่งกว่า
วิธีใช้ที่สมเหตุสมผล
- ใช้ COT index ของกลุ่มเก็งกำไรเป็นคำถาม ไม่ใช่คำตอบ เช่น “ถ้าจะ long ตอนนี้ เรากำลังเข้าฝั่งที่แน่นที่สุดในรอบ 6 เดือนหรือเปล่า”
- ดูทิศของ net ประกอบ index อยู่ระดับ 90 แต่ net เริ่มลดลงสองสามสัปดาห์ บอกเรื่องราวต่างจาก index 90 ที่ net ยังเพิ่มทุกสัปดาห์
- เทียบกับราคา ราคาขึ้นแต่กลุ่มเก็งกำไรลด long ลงต่อเนื่อง แปลว่าแรงซื้อมาจากที่อื่น หรือคนเริ่มไม่เชื่อขาขึ้นนี้
ค่าสุดโต่งบอกว่า “ฝั่งนี้แน่นแล้ว” ไม่ได้บอกว่า “ราคาจะกลับตัวสัปดาห์นี้” ตลาดที่มีเทรนด์แรงทำให้ net สุดโต่งค้างได้นานหลายเดือน
ทำไมเป็นเครื่องมือบริบทช้า ไม่ใช่จังหวะเข้า
- ความล่าช้า ข้อมูลวันอังคาร ประกาศวันศุกร์ ใช้ได้จริงวันจันทร์ ช่วงนั้นตลาดอาจขยับไปไกล และถ้ามีข่าวใหญ่วันพุธ สถานะในรายงานคือภาพก่อนข่าว
- รายสัปดาห์ หนึ่งจุดต่อสัปดาห์ ไม่มีรายละเอียดระหว่างสัปดาห์ เหมาะกับคนถือหลายสัปดาห์มากกว่าคนเทรดรายวัน
- ค่าสุดโต่งค้างได้นาน ในชุดข้อมูลตัวอย่าง index ติด 98–100 นาน 10 สัปดาห์ ถ้าเข้า short ตั้งแต่ index แตะ 100 ครั้งแรก จะสวนการเพิ่ม long ของกองทุนอีกหลายสัปดาห์
- ไม่ใช่ตลาดทั้งหมด ตลาดค่าเงินส่วนใหญ่ซื้อขายนอกตลาดฟิวเจอร์ส ส่วนทองคำก็มีตลาด spot และ ETF ด้วย ดูความต่างได้ใน ทองคำ CFD ฟิวเจอร์ส spot และ ETF
- ไม่รู้เหตุผลของสถานะ short ของ Leveraged Funds อาจเป็นการเก็งกำไรตรง ๆ หรือขาหนึ่งของกลยุทธ์อื่น เช่น Carry trade หรือการป้องกันพอร์ตที่ถือในตลาดอื่น
คนที่ใช้ COT ได้ดีมักใช้มันคัดว่าจะ ไม่ ทำอะไร มากกว่าหาจุดเข้า เช่น ไม่เพิ่มไม้ในฝั่งที่แน่นที่สุด แล้วไปหาจังหวะเข้าจากกราฟตามวิธีของตัวเอง ร่วมกับภาพใหญ่อย่าง ดัชนีดอลลาร์ DXY ดอกเบี้ยนโยบาย และ Risk-on Risk-off
ใช้คู่กับการจัดการความเสี่ยง
COT ไม่ได้บอกระยะ Stop loss และไม่ได้เปลี่ยนสูตรขนาดไม้ ทุกออเดอร์ยังต้องมี Stop loss จากโครงสร้างกราฟ และคุมความเสี่ยงต่อไม้ให้คงที่ เช่น ไม่เกิน 1% ต่อออเดอร์ คำนวณขนาดไม้ตาม ระยะ Stop loss
สิ่งที่ COT ช่วยได้คือการตั้งความคาดหวัง ถ้าเราถือฝั่งเดียวกับกลุ่มที่แน่นที่สุด ให้คาดว่าถ้าเกิดการเทขายพร้อมกัน ราคาอาจวิ่งผ่าน Stop loss แรงกว่าปกติ บางคนเลือกลดขนาดไม้หรือไม่ถือข้ามสุดสัปดาห์ในสถานการณ์แบบนี้ นั่นเป็นการตัดสินใจเรื่องความเสี่ยงของแต่ละคน ไม่ใช่กฎตายตัว
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- อ่านทิศคู่เงินกลับด้าน เห็นกองทุน net long เยนแล้วไป long USDJPY ซึ่งเป็นทิศตรงข้าม
- ใช้ index 100 หรือ 0 เป็นสัญญาณกลับตัวทันที ค่าสุดโต่งค้างได้นาน ต้องมีเหตุผลจากราคามายืนยันก่อน
- คิดว่า index 0 แปลว่ากองทุน short index เป็นตำแหน่งเทียบช่วงย้อนหลัง อย่างสัปดาห์ 45 ในตัวอย่างที่ index เป็น 0 แต่ยัง net long 18,000
- เปลี่ยนช่วงย้อนหลังไปเรื่อย ๆ ลอง 13 26 52 156 สัปดาห์จนเจอค่าที่ “ทายถูก” ในอดีต คือการจูนให้เข้ากับอดีต ดูเรื่องนี้ใน มองกราฟย้อนหลังแล้วคิดว่าง่าย
- ดูผิดรายงานหรือผิดกลุ่ม ทองคำต้องดู Managed Money ใน Disaggregated ค่าเงินดู Leveraged Funds หรือ Asset Manager ใน TFF ตัวเลข Non-commercial ใน Legacy เป็นอีกการแบ่งหนึ่ง เอามาปนกันไม่ได้
- ลืมความล่าช้า ตัดสินใจจากรายงานโดยไม่ดูว่าราคาขยับไปเท่าไรแล้วตั้งแต่วันอังคาร
ข้อมูล COT ฉบับจริงและข้อมูลย้อนหลังดาวน์โหลดได้ฟรีบนเว็บไซต์ CFTC ในหมวด Commitments of Traders ก่อนใช้ ลองอ่านคำอธิบายกลุ่มผู้เล่นของ CFTC เองด้วย เพราะเป็นนิยามที่ใช้จัดกลุ่มจริง
คำถามที่พบบ่อย
COT ใช้กับคู่เงิน Forex ที่เทรดใน MT5 ได้ไหม
ได้ในฐานะบริบท เพราะสัญญาฟิวเจอร์สค่าเงินสหรัฐสะท้อนมุมมองต่อคู่เงินเดียวกัน แต่ต้องระวังทิศ สัญญาค่าเงินเยนคิดเป็นดอลลาร์ต่อเยน ถือ long เยนจึงเท่ากับมองว่า USDJPY จะลง และตลาดฟิวเจอร์สเป็นแค่ส่วนหนึ่งของตลาดค่าเงินทั้งหมด
COT index ควรใช้ย้อนหลังกี่สัปดาห์
ไม่มีค่าที่ถูกต้องตายตัว ที่เห็นใช้บ่อยคือ 26 สัปดาห์ 52 สัปดาห์ และ 3 ปี ช่วงสั้นแตะ 0 และ 100 บ่อยกว่า ช่วงยาวแตะยากกว่า เลือกหนึ่งค่าแล้วใช้ให้คงที่ อย่าเปลี่ยนไปมาเพื่อให้กราฟในอดีตดูดี
ทำไมบางสัปดาห์รายงานไม่ออกวันศุกร์
สัปดาห์ที่มีวันหยุดราชการของสหรัฐ ตารางประกาศมักเลื่อนออกไป ให้ดูตารางประกาศล่วงหน้าบนเว็บไซต์ CFTC
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด