MACD คืออะไร อ่านเส้น MACD, Signal และ Histogram พร้อมตัวอย่างคำนวณ
อธิบาย MACD ตั้งแต่ชื่อ Convergence Divergence สูตร EMA 12 26 9 วิธีอ่านเส้นตัดกัน เส้นศูนย์ และ Histogram พร้อมตัวอย่างตัวเลข และจุดที่ MACD หลอกบ่อย
- MACD คือระยะห่างระหว่าง EMA 12 กับ EMA 26 เส้นห่างออกคือ Divergence เข้าหากันคือ Convergence
- เส้นศูนย์บอกว่า EMA เส้นเร็วอยู่เหนือหรือใต้เส้นช้า ส่วนการตัด Signal บอกว่าแรงส่งเปลี่ยน
- Histogram มักหดให้เห็นก่อนเส้นตัดกัน แต่หดไม่ได้แปลว่าราคาจะกลับตัว
- MACD ตามหลังราคาเสมอ และตัดไปมาหลอกบ่อยในตลาดไซด์เวย์
- MT5 แสดง MACD ต่างจาก TradingView ต้องรู้ก่อนอ่านค่า
MACD (Moving Average Convergence Divergence) คืออินดิเคเตอร์ที่วัดระยะห่างระหว่างเส้นค่าเฉลี่ย EMA สองเส้น เส้นเร็ว 12 แท่งกับเส้นช้า 26 แท่ง Gerald Appel คิดขึ้นช่วงปลายทศวรรษ 1970 ใช้ดูทั้งทิศของเทรนด์และแรงส่ง (Momentum) ในเครื่องมือเดียว จึงเป็นอินดิเคเตอร์ที่ติดมากับทุกแพลตฟอร์ม บทนี้อธิบายตั้งแต่ชื่อของมัน สูตร ตัวอย่างคำนวณ ไปจนถึงตอนที่มันหลอก
ถ้ายังไม่คุ้นกับ EMA อ่าน เส้นค่าเฉลี่ย MA มีกี่แบบ ก่อน จะตามบทนี้ได้ง่ายขึ้น
ชื่อ Convergence Divergence หมายถึงอะไร
ชื่อยาวนี้บอกวิธีทำงานไว้หมดแล้ว
- Divergence (ห่างออก) EMA 12 กับ EMA 26 แยกห่างจากกันมากขึ้น เกิดตอนราคาวิ่งแรงทางใดทางหนึ่ง เส้นเร็วตามราคาทัน เส้นช้าตามไม่ทัน ค่า MACD จึงขยับออกห่างจากศูนย์
- Convergence (เข้าหากัน) สองเส้นวิ่งเข้าหากัน เกิดตอนราคาชะลอหรือกลับทาง ค่า MACD จึงขยับกลับเข้าหาศูนย์
- เมื่อสองเส้นตัดกันพอดี ระยะห่างเป็นศูนย์ ค่า MACD ก็เท่ากับศูนย์
Convergence และ Divergence ในชื่อ MACD คือระยะห่างของ EMA สองเส้น ไม่ใช่ Divergence ระหว่างราคากับอินดิเคเตอร์ที่เทรดเดอร์พูดถึงกัน สองเรื่องนี้คนละความหมาย
MACD มี 4 ส่วน
| ส่วน | สูตร | บอกอะไร |
|---|---|---|
| เส้น MACD | EMA 12 − EMA 26 ของราคาปิด | ระยะห่างของสองเส้น บวกคือเส้นเร็วอยู่เหนือเส้นช้า |
| เส้น Signal | EMA 9 ของเส้น MACD | ค่าเฉลี่ยของ MACD เอง ใช้ดูว่า MACD เร่งขึ้นหรือชะลอ |
| Histogram | MACD − Signal | ระยะห่างของ MACD กับ Signal วาดเป็นแท่ง |
| เส้นศูนย์ (Zero line) | MACD = 0 | จุดที่ EMA 12 เท่ากับ EMA 26 พอดี |
ตัวคูณของ EMA คือ 2 ÷ (จำนวนแท่ง + 1) EMA 12 จึงให้น้ำหนักแท่งล่าสุด 2 ÷ 13 ≈ 15.4% EMA 26 ให้ 2 ÷ 27 ≈ 7.4% ส่วน Signal 9 ให้ 2 ÷ 10 = 20%
ค่า MACD เป็นหน่วยราคา MACD ของทองคำวัดเป็นดอลลาร์ ส่วน EURUSD เป็นทศนิยมเล็ก ๆ จึงเทียบค่า MACD ข้ามตลาดหรือข้ามช่วงเวลาที่ราคาต่างกันมากไม่ได้ และ MACD ไม่มีเพดานหรือพื้นแบบ RSI ไม่มีระดับ Overbought หรือ Oversold ตายตัว ถ้าต้องการเทียบข้ามตลาด มีอินดิเคเตอร์ชื่อ PPO ที่หารระยะห่างด้วย EMA 26 แล้วคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แทน
ตัวอย่างคำนวณทีละขั้น
สมมติแท่งก่อนหน้ามีค่าดังนี้ EMA 12 = 100.000, EMA 26 = 98.000 ค่า MACD จึงเท่ากับ 2.000 เส้น Signal = 1.500 และ Histogram = 0.500
แท่งที่ 1 ราคาปิด 106
- EMA 12 = 100.000 + 0.1538 × (106 − 100.000) = 100.000 + 0.923 = 100.923
- EMA 26 = 98.000 + 0.0741 × (106 − 98.000) = 98.000 + 0.593 = 98.593
- MACD = 100.923 − 98.593 = 2.330 (เพิ่มจาก 2.000 สองเส้นห่างออก)
- Signal = 1.500 + 0.2 × (2.330 − 1.500) = 1.666
- Histogram = 2.330 − 1.666 = 0.664 (สูงขึ้นจาก 0.500)
แท่งที่ 2 ราคาปิด 103 ราคาย่อลงมา แต่ยังอยู่เหนือ EMA ทั้งสองเส้น
- EMA 12 = 100.923 + 0.1538 × (103 − 100.923) = 100.923 + 0.320 = 101.243
- EMA 26 = 98.593 + 0.0741 × (103 − 98.593) = 98.593 + 0.326 = 98.919
- MACD = 101.243 − 98.919 = 2.324 (ลดลงเล็กน้อย)
- Signal = 1.666 + 0.2 × (2.324 − 1.666) = 1.798
- Histogram = 2.324 − 1.798 = 0.526 (หดลง)
แท่งที่ 2 น่าสนใจ EMA ทั้งสองเส้นยังขึ้น แต่ EMA 26 ขึ้นมากกว่า (+0.326 เทียบกับ +0.320) เพราะราคาปิดอยู่ห่างจากมันมากกว่า สองเส้นจึงเริ่มเข้าหากัน MACD ทรงตัว และ Histogram หดเป็นแท่งแรก ทั้งที่ราคายังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยทั้งหมด นี่คือภาพของแรงส่งที่เริ่มแผ่ว ไม่ใช่สัญญาณว่าราคาจะกลับตัว
อ่านสัญญาณ 3 แบบ
1. MACD ตัดเส้น Signal
MACD ตัดขึ้นเหนือ Signal แปลว่า MACD เร่งขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของตัวเอง ตัดลงคือชะลอลง เป็นสัญญาณที่เร็วที่สุดของ MACD จึงหลอกบ่อยที่สุดด้วย จุดที่ MACD ตัด Signal คือจุดที่ Histogram ข้ามศูนย์พอดี เพราะ Histogram ก็คือระยะห่างของสองเส้นนี้
2. MACD ข้ามเส้นศูนย์
MACD ข้ามศูนย์ขึ้นคือ EMA 12 ตัดขึ้นเหนือ EMA 26 เป็นเรื่องเดียวกับสัญญาณ EMA ตัดกันที่หลายคนใช้อยู่แล้ว ช้ากว่าการตัด Signal แต่หลอกน้อยกว่า หลายคนใช้ฝั่งของเส้นศูนย์เป็นตัวกรองทิศ เช่น สนใจเฉพาะการตัด Signal ขึ้นตอน MACD อยู่เหนือศูนย์ และการตัดลงตอนอยู่ใต้ศูนย์
3. Histogram บอกแรงส่ง
Histogram สูงขึ้นคือ MACD เร่งตัวห่างจาก Signal ยิ่งขึ้น Histogram หดคือ MACD ยังไปทางเดิมแต่ช้าลง เพราะ Signal เป็นค่าเฉลี่ยของ MACD Histogram จึงมักหดให้เห็นก่อนเส้นตัดกัน บางคนใช้ช่วงนี้เป็นสัญญาณให้ระวัง เช่น หยุดเพิ่มไม้ หรือดูแลออเดอร์ที่ถืออยู่ใกล้ขึ้น ไม่ใช่สัญญาณให้เปิดฝั่งตรงข้าม
MACD หลอกตอนไหน
ช้ากว่าราคาเสมอ MACD สร้างจาก EMA ซึ่งคิดจากราคาย้อนหลัง ในรูปด้านบน MACD ข้ามศูนย์ลงหลังราคาขึ้นสุดไปแล้ว 14 แท่ง สัญญาณมาเมื่อราคาลงมาไกลพอสมควรแล้ว
ตัด Signal ระหว่างเทรนด์ แรงส่งชะลอไม่ได้แปลว่าเทรนด์จบ ในรูปเดียวกัน MACD ตัดลงใต้ Signal ตอนราคายังขึ้นต่อได้อีก 18 แท่ง
ไซด์เวย์คือจุดอ่อนใหญ่สุด ตอนราคาแกว่งในกรอบ EMA 12 กับ EMA 26 เกือบทับกัน MACD เกาะอยู่ใกล้ศูนย์ แล้วตัด Signal ไปมาบ่อย ในรูปเกิด 5 ครั้งใน 42 แท่ง ถ้าเห็น EMA สองเส้นแบนและพันกัน ให้ถือว่าสัญญาณตัดกันแทบไม่มีความหมาย ADX ช่วยดูว่าตลาดมีเทรนด์หรือไม่ได้อีกทาง
แท่งปัจจุบันยังไม่จบ ค่า MACD ของแท่งที่ยังไม่ปิดเปลี่ยนตลอดตามราคาล่าสุด เส้นที่ดูเหมือนตัดกันกลางแท่งอาจกลับไปไม่ตัดตอนแท่งปิด ให้นับสัญญาณที่ราคาปิดเท่านั้น
MACD บอกสิ่งที่ราคาทำไปแล้ว ไม่ได้บอกล่วงหน้าว่าราคาจะไปทางไหน มันช่วยจัดระเบียบการมองกราฟ ไม่ได้ทำนายอนาคต
Divergence ระหว่างราคากับ MACD
อีกวิธีที่นิยมคือดูว่าราคาทำจุดสูงใหม่ แต่ MACD หรือ Histogram ทำจุดสูงต่ำกว่าเดิม แปลว่าแรงส่งอ่อนลงทั้งที่ราคายังขึ้น Divergence แบบนี้เกิดได้ซ้ำหลายรอบในเทรนด์แรงโดยที่ราคาไม่กลับตัว รายละเอียดทั้งแบบ Regular และ Hidden อยู่ในบท Divergence แบบ Regular และ Hidden
ปรับค่า 12 26 9 ได้ไหม
ได้ แต่ทุกการปรับคือการแลกกัน ลองดูจากราคาชุดเดียวกับในรูป คำนวณ MACD สามแบบ นับตั้งแต่แท่งที่ 10 ถึงแท่งที่ 119
| ค่าที่ใช้ | MACD ตัด Signal ทั้งหมด | ในช่วงไซด์เวย์ 42 แท่ง | ข้ามศูนย์ลงหลังราคาขึ้นสุด | ข้ามศูนย์ในช่วงไซด์เวย์ |
|---|---|---|---|---|
| 6 13 5 (เร็ว) | 9 ครั้ง | 6 ครั้ง | 4 แท่ง | 3 ครั้ง |
| 12 26 9 (มาตรฐาน) | 6 ครั้ง | 5 ครั้ง | 14 แท่ง | 1 ครั้ง |
| 24 52 18 (ช้า) | 2 ครั้ง | 1 ครั้ง | 27 แท่ง | ไม่มี |
ค่าเร็วรู้ตัวเร็วกว่าเมื่อเทรนด์เปลี่ยน แต่ตัดหลอกในไซด์เวย์มากกว่า ค่าช้าแทบไม่หลอก แต่กว่าจะบอกว่าเทรนด์เปลี่ยน ราคาก็ไปไกลแล้ว นี่เป็นแค่ราคาสังเคราะห์ชุดเดียว ตัวเลขจริงขึ้นกับตลาด แต่ทิศของการแลกกันเป็นแบบนี้ทุกครั้ง ข้อดีของ 12 26 9 คือคนส่วนใหญ่ดูค่าเดียวกัน และการปรับตัวเลขจนเข้ากับกราฟในอดีตมักใช้ไม่ได้กับอนาคต
MACD ใน MT5 หน้าตาไม่เหมือน TradingView
MACD ที่ติดมากับ MT5 วาด เส้น MACD เป็นแท่ง และวาด Signal เป็นเส้น ไม่มี Histogram แบบ MACD − Signal ให้ แท่งที่เห็นใน MT5 จึงเป็นเส้น MACD เอง แท่งข้ามศูนย์ก็คือ EMA 12 ตัด EMA 26 นอกจากนี้สูตรของ MT5 ใช้ SMA ทำเส้น Signal ไม่ใช่ EMA ค่า Signal จึงต่างจาก TradingView ที่ใช้ EMA เป็นค่าเริ่มต้นและแสดงครบทั้งเส้น MACD เส้น Signal และ Histogram
ใครอ่านบทความหรือดูคลิปที่พูดถึง Histogram แล้วเปิด MT5 ต้องระวัง แท่งใน MT5 ไม่ใช่ Histogram ตัวเดียวกัน
อีกเรื่องคือ EMA ต้องใช้ราคาย้อนหลังพอสมควรกว่าจะนิ่ง ค่า MACD ช่วงต้นกราฟอาจไม่ตรงกับแพลตฟอร์มอื่น ซึ่งไม่ค่อยมีผลถ้ากราฟมีประวัติราคายาวพอ
ใช้ MACD คู่กับการคุมความเสี่ยง
MACD ไม่ได้บอกว่าควรวาง Stop loss ตรงไหน หรือควรเข้าไม้ขนาดเท่าไร ส่วนนี้ต้องมาจากราคาและพอร์ต
- ดูสภาพตลาดก่อน EMA สองเส้นแยกกันชัดและชี้ทางเดียวกันคือมีเทรนด์ ถ้าแบนและพันกันให้พักการใช้สัญญาณตัดกัน
- วาง Stop loss จากโครงสร้างราคาหรือความผันผวน เช่น ใต้จุดต่ำล่าสุด หรือใช้ระยะจาก ATR ไม่ใช่วางตรงจุดที่ MACD ตัดกลับ เพราะกว่าจะตัดกลับ ราคาอาจไปไกลเกินที่รับได้
- คำนวณขนาดไม้จากระยะ Stop loss ให้ขาดทุนต่อไม้คงที่ วิธีอยู่ในบท ขนาดไม้จากระยะ Stop loss
- อย่านับซ้ำ MACD, RSI และ Stochastic ต่างวัดแรงส่งจากราคาชุดเดียวกัน สามตัวเห็นตรงกันไม่ได้แปลว่ามีหลักฐานเพิ่มเป็นสามเท่า อ่านต่อใน ใช้อินดิเคเตอร์หลายตัวโดยไม่ซ้ำซ้อน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- สับสน Divergence ในชื่อกับ Divergence ของราคา อันแรกคือ EMA สองเส้นห่างออก อันหลังคือราคากับ MACD ไปคนละทาง
- ใช้การตัด Signal ในตลาดไซด์เวย์ แล้วโดนหลอกซ้ำ ๆ
- เห็น Histogram หดแล้วเปิดสวน หดแปลว่าแรงส่งช้าลง ราคาอาจขึ้นต่อได้อีกนาน
- เทียบค่า MACD ข้ามตลาด หรือคิดว่าค่าสูงคือ Overbought MACD ไม่มีระดับแบบนั้น
- อ่าน Histogram ใน MT5 ผิด แท่งใน MT5 คือเส้น MACD ไม่ใช่ MACD − Signal
- ปรับค่าไปเรื่อย ๆ ให้เข้ากับกราฟในอดีต ได้ผลสวยย้อนหลัง แต่มักใช้ไม่ได้กับข้อมูลใหม่
- นับสัญญาณกลางแท่ง ก่อนแท่งปิด เส้นยังเปลี่ยนได้
คำถามที่พบบ่อย
MACD ตั้งค่าเท่าไรดีที่สุด
ไม่มีค่าที่ดีที่สุด 12 26 9 คือค่ามาตรฐานที่คนส่วนใหญ่ใช้ ลดตัวเลขลงได้สัญญาณเร็วขึ้นแต่หลอกบ่อยขึ้น เพิ่มตัวเลขได้สัญญาณนิ่งขึ้นแต่ช้าลง ทุกการปรับคือการแลกกัน ไม่ใช่การอัปเกรด
MACD มีโซน Overbought Oversold เหมือน RSI ไหม
ไม่มี MACD ไม่มีเพดานหรือพื้น ค่าของมันเป็นหน่วยราคา ทองคำกับ EURUSD จึงมีค่า MACD ต่างกันคนละขนาด ค่าที่สูงมากในอดีตไม่ได้แปลว่าตอนนี้ราคาขึ้นมากเกินไปแล้ว
ทำไมค่า MACD ใน MT5 กับ TradingView ไม่ตรงกัน
MT5 ใช้ SMA ทำเส้น Signal ส่วน TradingView ใช้ EMA เป็นค่าเริ่มต้น และแต่ละโบรกเกอร์มีราคาปิดต่างกันเล็กน้อย ค่าจึงไม่ตรงกันเป๊ะ แต่รูปทรงโดยรวมใกล้เคียงกัน
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด