เรียนรู้ › จัดการความเสี่ยง

Time stop: ปิดไม้เพราะหมดเวลา ไม่ใช่เพราะชนราคา ช่วยเมื่อไหร่ ทำร้ายเมื่อไหร่

Time stop คือการปิดไม้ที่ยังไม่ทำงานภายใน N แท่ง จำลอง 20,000 ไม้เทียบขอบแบบโมเมนตัมกับ mean reversion วิธีเลือก N จากข้อมูลจริงของระบบ และเรื่อง swap กับสุดสัปดาห์

กลาง อ่าน 11 นาที 22 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • Time stop ปิดไม้ที่ยังไม่ถึงทั้ง SL และเป้าภายใน N แท่ง ใช้หลักว่าการเข้าที่ดีมักแสดงตัวเร็ว
  • ในการจำลอง time stop ช่วยขอบแบบโมเมนตัมเมื่อ N ใกล้อายุของขอบ แต่ทำให้ขอบแบบ mean reversion แย่ลงทุกค่า N ที่ลอง
  • ตัวตัดสินที่ถูกคือผลเฉลี่ยที่เหลือของไม้ที่ยังเปิดอยู่ ณ แท่งที่ N ไม่ใช่ว่าตัดไม้ชนะไปกี่เปอร์เซ็นต์
  • Time stop ทำให้อัตราชนะดูดีขึ้นได้แม้ค่าคาดหวังแย่ลง และนับเวลาเป็นแท่ง ซึ่งไม่หยุดนับข้ามสุดสัปดาห์ในความหมายที่คนคิด

Time stop คือการปิดไม้เพราะเวลาผ่านไปครบ N แท่งแล้ว ไม้ยังไม่ถึงทั้ง Stop loss และเป้า ไม่ใช่เพราะราคาชนระดับไหน ฟังดูเป็นกติกาเล็ก ๆ แต่มันเปลี่ยนผลของระบบได้ทั้งดีขึ้นและแย่ลง ขึ้นกับว่าความได้เปรียบของระบบนั้นจ่ายเงินเร็วหรือช้า บทนี้จำลอง 20,000 ไม้กับขอบสองแบบให้เห็นทั้งสองด้าน แล้วสรุปวิธีเลือก N จากข้อมูลของระบบตัวเอง

ทำไมต้องออกตามเวลา

เหตุผลหลักมีสามข้อ

  1. การเข้าที่ดีมักแสดงตัวเร็ว ถ้าเข้าเพราะคาดว่าแรงซื้อกำลังมา แต่ผ่านไป 20 แท่งราคายังนิ่ง เหตุผลที่เข้าอาจหมดไปแล้ว ไม้ที่เหลือเป็นแค่การเดิมพันกับราคาที่แกว่งไปมา
  2. เงินทุนและสมาธิจมอยู่ ไม้ที่ค้างกิน margin และกินช่องความเสี่ยงที่ใช้เปิดไม้ใหม่ได้ ถ้าวางกติกาว่าเปิดพร้อมกันได้ไม่เกินกี่ไม้ ไม้ที่นิ่งคือไม้ดีที่ไม่ได้เปิด
  3. Swap เดินทุกคืน ไม้ที่ถือข้ามจังหวะเปลี่ยนวันของเซิร์ฟเวอร์จ่ายหรือรับ swap และคืนที่ตั้งไว้ (ส่วนใหญ่วันพุธ) คิดสามเท่า ยิ่งถือนาน ต้นทุนยิ่งสะสม อ่านรายละเอียดใน Swap คืออะไร

ทั้งสามข้อเป็นเหตุผลที่ดี แต่ไม่มีข้อไหนพิสูจน์ว่าไม้ที่ค้างนาน จะจบแย่กว่า ไม้ทั่วไป นั่นคือคำถามที่ต้องวัด

จำลองให้เห็น: ขอบสองแบบ

เราสร้างราคาจำลองใน node แท่งละแกว่งแบบสุ่ม 0.2R (R = ระยะ SL) SL อยู่ที่ −1R ถือได้นานสุด 500 แท่ง แบบละ 20,000 ไม้ แล้วสร้างความได้เปรียบสองแบบที่หน้าตาต่างกัน

  • ขอบแบบโมเมนตัม (เป้า +2R) 45% ของไม้เป็นสัญญาณจริง ราคามีแรงเอียงขึ้น +0.05R ต่อแท่งใน 20 แท่งแรก แล้วหมดแรง อีก 55% เป็นสัญญาณหลอก ราคาค่อย ๆ ไหลกลับ −0.02R ต่อแท่งใน 30 แท่งแรก
  • ขอบแบบ mean reversion (เป้า +1.5R) เข้าตอนราคายืดห่างจากค่ากลาง 1.5R ครึ่งหนึ่งของไม้ราคาถูกดึงกลับหาค่ากลาง โดยระยะห่างลดลงครึ่งหนึ่งทุก 40 แท่ง อีกครึ่งค่ากลางย้ายไปแล้ว ราคาเดินสุ่มไม่กลับ

ทั้งหมดเป็นราคาจำลอง ไม่ใช่ตลาดจริง ตัวเลขสร้างมาเพื่อดูกลไก ไม่ใช่ประมาณการผลของระบบใด

ไม้ชนะใช้เวลานานแค่ไหน

ก่อนใส่ time stop ให้ดูก่อนว่าไม้ชนะใช้เวลากี่แท่งกว่าจะถึงเป้า ในแบบโมเมนตัมที่ไม่มี time stop ไม้ชนะ 50% ถึงเป้าภายใน 45 แท่ง 75% ภายใน 83 แท่ง และ 90% ภายใน 132 แท่ง ส่วนไม้แพ้ครึ่งหนึ่งโดน SL ภายใน 30 แท่ง

N = 20 ค่ากลาง 45 90% ของไม้ชนะ = 132 ไม้ชนะ: แท่งที่ถึงเป้า +2R ไม้แพ้: แท่งที่โดน SL −1R 050100150200 จำนวนแท่งที่ถือจนจบไม้ (ช่องละ 10 แท่ง)
ราคาจำลอง ไม่ใช่ตลาดจริง ระบบแบบโมเมนตัม SL 1R เป้า 2R ไม่มี time stop ไม้ที่ถือเกิน 200 แท่ง (ราว 2% ของไม้ทั้งหมด) ไม่ได้แสดง ไม้แพ้จบเร็วกว่าไม้ชนะ แต่สองกลุ่มซ้อนกันมาก

สังเกตว่าแม้ความได้เปรียบจริงอยู่แค่ 20 แท่งแรก ไม้ชนะจำนวนมากยังมาถึงเป้าหลังจากนั้นนาน เพราะราคาที่เดินสุ่มก็พาไปถึง +2R ได้เป็นบางครั้ง ไม้ชนะที่มาช้าพวกนี้ส่วนใหญ่คือ “โชค” ไม่ใช่ “ขอบ”

ผลเมื่อใส่ time stop

ขอบแบบโมเมนตัม ปิดที่ราคาปิดของแท่งที่ N ถ้ายังไม่จบ

Time stopชนะค่าคาดหวัง (ก่อน swap)ถือเฉลี่ย (แท่ง)หลังหัก swapปิดเพราะเวลา
ไม่มี39.8%0.194R53.30.127R0%
5 แท่ง54.8%0.061R5.00.055R98.4%
10 แท่ง55.8%0.127R9.80.115R91.1%
20 แท่ง56.2%0.254R18.00.232R71.3%
40 แท่ง50.1%0.201R29.50.164R45.3%
80 แท่ง44.9%0.196R42.10.143R21.1%

ขอบแบบ mean reversion

Time stopชนะค่าคาดหวัง (ก่อน swap)ถือเฉลี่ย (แท่ง)หลังหัก swap
ไม่มี59.1%0.476R48.40.416R
10 แท่ง57.6%0.120R9.80.108R
20 แท่ง59.7%0.206R18.30.183R
40 แท่ง60.5%0.317R30.30.280R
80 แท่ง59.6%0.420R41.90.367R
ขอบแบบโมเมนตัม 0.127 ไม่มี 0.115 10 0.232 20 0.164 40 0.143 80 Mean reversion 0.416 ไม่มี 0.108 10 0.183 20 0.280 40 0.367 80 Time stop ที่ N แท่ง · ค่าคาดหวังต่อไม้หลังหัก swap (R)
ราคาจำลอง ไม่ใช่ตลาดจริง แท่งน้ำเงินคือไม่มี time stop แท่งเขียวดีกว่า แท่งแดงแย่กว่า หัก swap สมมติ 0.03R ต่อคืน ขอบแบบโมเมนตัมได้ประโยชน์เมื่อ N ใกล้อายุของขอบ ส่วน mean reversion แย่ลงทุกค่า N ที่ลอง

อ่านได้สี่เรื่อง

  1. N สั้นกว่าอายุของขอบ ทำร้ายทั้งสองแบบ ตัดที่ 5–10 แท่งคือตัดก่อนที่ความได้เปรียบจะได้ทำงาน
  2. ขอบแบบโมเมนตัมได้ประโยชน์ที่ N = 20 ค่าคาดหวังก่อน swap ขึ้นจาก 0.194R เป็น 0.254R เพราะไม้ที่ยังค้างที่แท่ง 20 มีสัญญาณหลอกปนอยู่มาก และพวกนี้ยังไหลลงต่อ ตัดทิ้งจึงได้เงินคืน
  3. Mean reversion แย่ลงทุกค่า N แม้ที่ 80 แท่ง ค่าคาดหวังก่อน swap ยังหายไป 0.056R (ราว 12%) เพราะขอบนี้จ่ายเงินช้า และไม้ที่ราคาเดินสวนไปไกลคือไม้ที่ยืดมากขึ้น แรงดึงกลับยิ่งแรง time stop จึงตัดไม้ที่มีของเหลือมากที่สุด
  4. อัตราชนะหลอกตา ในแบบโมเมนตัม time stop 10 แท่งชนะ 55.8% สูงกว่าไม่มี time stop มาก แต่ค่าคาดหวังต่ำกว่า เพราะไม้ที่ปิดตามเวลาแบบบวกนิดเดียวก็นับเป็นไม้ชนะ อ่านต่อใน อัตราชนะสูงไม่ได้แปลว่ากำไร

เราลองอีกสองแบบเพื่อเช็กว่าข้อสรุปไม่ได้มาจากการตั้งค่าบังเอิญ ถ้าสัญญาณหลอกของแบบโมเมนตัม ไม่ไหลลง แค่เดินสุ่ม ค่าคาดหวังก่อน swap ที่ N = 20, 40, 80 คือ 0.434R, 0.430R, 0.424R เทียบกับ 0.420R ตอนไม่มี time stop แทบเท่ากัน ส่วน N = 5 เหลือ 0.115R และถ้าไม้ mean reversion ที่ค่ากลางย้ายแล้ว ไหลต่อ −0.01R ต่อแท่ง time stop ก็ยังแย่กว่าทุกค่า (0.286R ตอนไม่มี เทียบ 0.249R ที่ 80 แท่ง)

Time stop ไม่ได้สร้างกำไรเอง มันช่วยได้เมื่อไม้ที่ค้างนานมีผลเฉลี่ยที่เหลือติดลบ ถ้าไม้ค้างแค่เดินสุ่ม มันประหยัดได้แค่ต้นทุนกับเวลา ถ้าไม้ค้างยังมีขอบเหลือ มันคือการทิ้งเงิน

เลือก N จากข้อมูล: ทดสอบผลที่เหลือ

คำแนะนำที่ได้ยินบ่อยคือ ตั้ง N ไว้ที่จุดที่ไม้ชนะ 80–90% ถึงเป้าแล้ว ฟังดูปลอดภัย แต่ตัวเลขข้างบนบอกว่าไม่พอ ใน mean reversion ไม้ชนะ 80% ถึงเป้าภายใน 78 แท่ง แต่ตัดที่ 80 แท่งก็ยังเสียค่าคาดหวัง 12% เพราะต้นทุนจริงไม่ใช่ไม้ชนะที่ถูกตัด แต่คือ ทุกไม้ที่ยังเปิดอยู่ รวมไม้ที่ติดลบอยู่แล้วจะกลับมาด้วย

วิธีที่ตรงกว่าคือถามคำถามเดียว ไม้ที่ยังเปิดอยู่ ณ แท่งที่ N ถ้าถือต่อตามกติกาเดิม จะได้ผลเพิ่มจากตอนนั้นเฉลี่ยเท่าไหร่

  1. เอารายการไม้จากผลทดสอบย้อนหลังที่ ไม่มี time stop ต้องมีราคาทุกแท่งระหว่างถือ หรืออย่างน้อยกำไรลอย ณ แท่งที่จะทดสอบ
  2. เลือกไม้ที่ยังไม่จบ ณ แท่งที่ N
  3. คิดผลสุดท้าย ลบด้วยกำไรลอย ณ แท่งที่ N ของแต่ละไม้ แล้วหาค่าเฉลี่ย
  4. หักต้นทุนที่การถือต่อจะเพิ่ม เช่น swap ของจำนวนคืนที่ถือเพิ่ม
  5. ถ้าผลยังเป็นบวกชัด อย่าตัดที่ N นั้น ถ้าใกล้ศูนย์หรือติดลบ แท่งนั้นคือจุดเริ่มต้นที่ time stop คุ้ม
+0.44 +0.40 +0.37 +0.36 +0.35 +0.14 +0.08 −0.08 0.00 +0.01 Mean reversion: ไม้ที่ยังค้างยังมีของเหลือโมเมนตัม: หลังแท่ง 20 แทบไม่เหลือ 0.40.20 510204080แท่งที่ N · ผลเฉลี่ยตั้งแต่แท่ง N จนจบไม้ ของไม้ที่ยังเปิดอยู่ (R)
ราคาจำลอง ไม่ใช่ตลาดจริง ก่อนหัก swap ถ้าเส้นอยู่เหนือศูนย์ การตัดไม้ที่แท่งนั้นคือการทิ้งค่าคาดหวังที่ยังเหลือ ถ้าอยู่ที่ศูนย์หรือต่ำกว่า การถือต่อได้แค่ต้นทุนและความเสี่ยงเพิ่ม

ในการจำลอง ไม้โมเมนตัมที่ยังเปิดอยู่ ณ แท่ง 20 (71.7% ของไม้) ทำผลต่อจากนั้นเฉลี่ย −0.082R ตรงกับที่ตาราง N = 20 ดีขึ้น เช็กได้ว่า 0.194 − 0.717 × (−0.082) = 0.253R ใกล้ 0.254R ในตาราง (ต่างกันจากการปัดเศษ) ส่วนไม้ mean reversion ที่ยังเปิดอยู่ ณ แท่ง 80 ยังทำต่อได้เฉลี่ย +0.348R ตัดที่ตรงนั้นจึงขาดทุนค่าคาดหวัง ข้อมูลรายแท่งระหว่างถือแบบนี้คือสิ่งเดียวกับที่ใช้ใน MAE และ MFE

ระวังสองเรื่อง ไม้ที่ยังค้าง ณ แท่งไกล ๆ มีจำนวนน้อย ค่าเฉลี่ยแกว่งมาก ต้องมีไม้หลายร้อยไม้ขึ้นไป และอย่ากวาด N ทีละแท่งแล้วเลือกตัวที่ดีที่สุด เลือกช่วงที่ผลเฉลี่ยที่เหลือติดลบต่อเนื่อง แล้วเช็กกับช่วงข้อมูลอื่น อ่านเหตุผลใน Overfitting: ยอดเขาหรือที่ราบ

ผลทดสอบย้อนหลังของเรา

ในการทดสอบย้อนหลังของเราบนทองคำ ด้วยระบบเบรกกรอบราคาที่ใช้ SL กว้างและเป้าใกล้ เราลองปิดไม้ที่ถือเกินเวลาที่กำหนด ตั้งแต่ 15 ถึง 240 นาที บนกราฟ M15 และ M5 ไม่มีค่าไหนดีกว่าแบบไม่ตัดเลย ข้อมูลรายไม้ของระบบเดียวกันอธิบายได้ ไม้ชนะ 82% ราคาย่อกลับผ่านจุดเข้าก่อนจะชนะ ไม้ชนะที่ย่อลึกเกิน 10 ดอลลาร์ใช้เวลาถือราว 64 นาที ส่วนไม้แพ้ถือราว 96 นาที ระหว่างทางไม้ชนะกับไม้แพ้หน้าตาเหมือนกัน เวลาจึงแยกสองกลุ่มไม่ออก

ทดสอบด้วย MT5 ชุดข้อมูลนี้มี tick จริงเฉพาะปี 2026 ส่วนปี 2022–2025 ใช้ tick ที่สร้างจากแท่ง 1 นาที ผลทดสอบย้อนหลังไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง ผลนี้ใช้ได้กับระบบนั้นเท่านั้น ระบบอื่นต้องวัดเอง

Time stop กับ swap และสุดสัปดาห์

Swap ในการจำลองเราหัก swap สมมติ 0.03R ต่อคืน โดยถือว่าแท่งเป็น H1 (24 แท่งต่อวัน) และคิดแบบเฉลี่ยต่อแท่ง ของจริงคิดครั้งเดียวตอนเปลี่ยนวันของเซิร์ฟเวอร์ ตัวอย่าง ถ้าเสี่ยงไม้ละ 100 ดอลลาร์ (1R) และ swap คืนละ 3 ดอลลาร์

  • ไม่มี time stop ถือเฉลี่ย 53.3 แท่ง = 2.22 คืน จ่ายเฉลี่ย 2.22 × 3 = 6.66 ดอลลาร์ หรือ 0.067R ทำให้ 0.194R เหลือ 0.127R
  • Time stop 20 แท่ง ถือเฉลี่ย 18.0 แท่ง = 0.75 คืน จ่าย 2.25 ดอลลาร์ หรือ 0.0225R ทำให้ 0.254R เหลือ 0.232R

swap ติดลบยิ่งมาก time stop ยิ่งคุ้ม ถ้า swap เป็นบวก (ได้รับ) ผลกลับด้าน การถือนานกลับได้เงิน ค่า swap ต่างกันตามโบรกและสินค้า ดูจากสเปคของสัญลักษณ์ใน MT5 รวมถึงคืนที่คิดสามเท่า

นับเป็นแท่ง ไม่ใช่ชั่วโมงนาฬิกา แท่งไม่เกิดตอนตลาดปิด ไม้ H1 ที่เปิดคืนวันศุกร์ด้วย time stop 20 แท่ง จะค้างข้ามเสาร์อาทิตย์ทั้งที่ยังไม่ครบ ถ้าระบบไม่อยากถือข้ามสุดสัปดาห์ ต้องมีกติกาแยก ไม่ใช่หวังให้ time stop จัดการ

ปิดก่อนสุดสัปดาห์ เป็น time stop แบบตามปฏิทิน ตลาด Forex ปิดตอน 17:00 น. วันศุกร์เวลานิวยอร์ก ตรงกับราว 04:00–05:00 น. เช้าวันเสาร์เวลาไทย แล้วแต่ช่วงเวลาฤดูร้อนของสหรัฐฯ ปิดก่อนตัดความเสี่ยงที่ราคาเปิดวันจันทร์กระโดดข้าม SL ได้ อ่านใน ความเสี่ยงช่วงสุดสัปดาห์ แต่ต้นทุนก็คือเรื่องเดียวกับข้างบน ทิ้งผลที่เหลือของไม้ และจ่าย spread ใหม่ถ้าจะเข้าอีก ระบบเทรดสั้นแทบไม่เสียอะไร ระบบที่ถือหลายวันอาจเสียมาก ให้วัดด้วยวิธีผลที่เหลือแบบเดียวกัน โดยใช้ “ไม้ที่ยังเปิดตอนบ่ายวันศุกร์” แทนแท่งที่ N

ปิดสิ้นวัน (End-of-day exit) ระบบเทรดรายวันหลายแบบปิดทุกไม้ก่อนเปลี่ยนวันของเซิร์ฟเวอร์ เพื่อไม่ให้โดน swap และไม่ต้องถือข้ามช่วงที่ตลาดบาง ข้อควรระวังคือช่วงใกล้เปลี่ยนวัน spread มักกว้างขึ้น ปิดก่อนหน้านั้นสักพักดีกว่าปิดตรงจังหวะ ดูเวลาใน เวลาเปิดปิดตลาด Forex ตามเวลาไทย

ใช้ time stop ให้ถูก

  1. รู้ก่อนว่าขอบของระบบจ่ายเงินแบบไหน เบรกเอาท์และโมเมนตัมควรเห็นผลเร็ว time stop มีโอกาสช่วย ระบบดึงกลับหาค่ากลางจ่ายช้า time stop สั้นมักทำร้าย
  2. วัดผลที่เหลือ ณ แท่งที่ N จากไม้ที่ไม่มี time stop ก่อนตั้งค่า อย่าใช้แค่เปอร์เซ็นไทล์ของไม้ชนะ
  3. ตั้ง N ไม่สั้นกว่าอายุของขอบ ถ้าไม่รู้อายุ เริ่มจากค่ายาวที่ตัดไม้น้อย แล้วค่อยขยับเข้า
  4. คิดต้นทุนการถือรวม ทั้ง swap คืนสามเท่า และความเสี่ยงสุดสัปดาห์ แยกกติกาปิดก่อนสุดสัปดาห์ออกจาก time stop
  5. ดูค่าคาดหวังต่อไม้และต่อเวลาที่อยู่ในตลาดคู่กัน time stop ทำให้ถือสั้นลง ถ้ามีสัญญาณใหม่รอเปิดเสมอ เวลาที่ได้คืนมีค่า แต่ถ้าไม่มี ค่าคาดหวังต่อไม้คือตัวที่สำคัญ

time stop เป็นหนึ่งในวิธีออกที่เทียบไว้ใน Trailing stop 7 แบบ ถ้าระบบใช้ trailing stop อยู่แล้ว ให้ทดสอบ time stop ร่วมกับมัน ไม่ใช่แยกกัน เพราะทั้งคู่ตัดไม้กลุ่มเดียวกัน

ก่อนตัดไม้เพราะหมดเวลา ถามว่าไม้แบบนี้ที่ค้างถึงตอนนี้ ในอดีตจบเฉลี่ยดีขึ้นหรือแย่ลง ถ้าตอบไม่ได้ ยังไม่ควรตั้ง time stop

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ตัดเพราะใจร้อน ไม่ใช่เพราะกติกา ปิดไม้ที่นิ่งเพราะเบื่อ แล้วไม่ปิดอีกไม้เพราะรู้สึกว่าจะไป คือการเลือกเอาเองหลังเห็นราคา ผลทดสอบใช้ไม่ได้
  • ดีใจกับอัตราชนะที่สูงขึ้น time stop เปลี่ยนไม้แพ้ที่ยังไม่โดน SL เป็นไม้บวกนิดหน่อย อัตราชนะขึ้นแต่ค่าคาดหวังอาจลง
  • ใช้ N เดียวกับทุกระบบ ขอบแต่ละแบบจ่ายเงินคนละจังหวะ ตัวเลขที่ช่วยระบบเบรกเอาท์อาจทำลายระบบ mean reversion
  • ลืมว่าแท่งหยุดนับตอนตลาดปิด time stop ที่นับแท่งไม่ได้กันการถือข้ามสุดสัปดาห์
  • จูน N จากช่วงข้อมูลเดียว ค่าที่ดีที่สุดในปีหนึ่งมักเป็นเสียงรบกวน ต้องเห็นผลคล้ายกันในหลายช่วงก่อนใช้จริง

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้ง time stop กี่แท่ง

ไม่มีตัวเลขกลาง ต้องวัดจากไม้ของระบบตัวเอง ดูว่าไม้ที่ยังเปิดอยู่ ณ แท่งที่ N ทำผลเฉลี่ยต่อจากนั้นได้เท่าไหร่ ถ้ายังเป็นบวกหลังหักต้นทุน อย่าตัดที่แท่งนั้น ถ้าใกล้ศูนย์หรือติดลบ แท่งนั้นคือจุดที่ time stop เริ่มคุ้ม

MT5 ตั้ง time stop ให้ออเดอร์ได้ไหม

ไม่มีช่องสำหรับออเดอร์ที่เปิดแล้ว ช่องวันหมดอายุ (Expiration) ใช้กับคำสั่งรอ (pending order) เท่านั้น ถ้าจะใช้ time stop ต้องจดเวลาแล้วปิดเอง หรือใช้ EA ที่เขียนกติกานี้ไว้

ปิดทุกไม้ก่อนสุดสัปดาห์ดีไหม

ตัดความเสี่ยงราคากระโดดตอนเปิดวันจันทร์ได้จริง แต่ก็คือ time stop แบบหนึ่ง มีต้นทุนเหมือนกัน คือทิ้งค่าคาดหวังที่ไม้นั้นยังเหลือ และจ่าย spread ใหม่ถ้าจะเข้าอีก ระบบที่ถือหลายวันอาจเสียมากกว่าได้

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

Sharpe, Sortino, Calmar ต่างกันยังไง และ Martingale หลอกตัวเลขพวกนี้ได้แค่ไหน

สูตร Sharpe Sortino Calmar/MAR Recovery factor และ Ulcer index คำนวณบนสองพอร์ตที่กำไรเท่ากัน แต่ละตัวลงโทษอะไร ถูกหลอกได้ยังไง และควรใช้ตัวไหนตอบคำถามไหน

อ่าน 13 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงเริ่มต้น

ล็อกไม้ (Hedge ไม้ที่ขาดทุน) ทำไมเท่ากับปิดขาดทุน แต่แพงกว่า

ล็อกไม้คือเปิดไม้สวนในสินค้าเดียวกัน คำนวณให้เห็นว่าผลรวมหยุดนิ่งเหมือนปิดไปแล้ว แต่ต้องจ่าย spread swap สองฝั่ง และต้องตัดสินใจเพิ่มอีกสองครั้ง

อ่าน 10 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงกลาง

Stop loss แคบหรือกว้างดีกว่า ผลทดสอบจริงบนทองคำ

SL แคบดูปลอดภัยแต่โดนการแกว่งปกติกับ spread กินบ่อย ดูผลทดสอบย้อนหลังบนทองคำที่ SL ตามโครงสร้างชนะ SL แคบ และวิธีลด lot ให้เสี่ยงเท่าเดิม

อ่าน 8 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์