เรียนรู้ › วิเคราะห์กราฟ

เลขกลม 00 กับ 50 ทำไมคำสั่งกองตรงนั้น และควรวาง Stop loss ตรงไหน

งานวิจัยของ Carol Osler พบว่า Take profit กองที่เลขกลมพอดี ส่วน Stop loss กองเลยไปไม่กี่ pip อธิบายกลไก ข้อจำกัด และวิธีวาง Stop loss ให้พ้นกองพร้อมคิด lot

กลาง อ่าน 9 นาที 21 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • งานวิจัยของ Carol Osler พบว่าคำสั่ง Take profit ของลูกค้าธนาคารกองที่เลขกลมพอดี ส่วน Stop loss กองเลยเลขกลมไปไม่กี่ pip
  • กองแบบนี้อธิบายได้ว่าทำไมราคามักชะงักที่เลขกลม และมักวิ่งเร็วขึ้นหลังทะลุไปได้ แต่เป็นแนวโน้ม ไม่ใช่กฎ
  • วาง Stop loss ที่เลขกลมพอดีหรือเลยไปแค่ 3–5 pip คือวางไว้กลางกองของคนอื่น
  • ถ้าต้องวางเลยเลขกลม ให้เผื่อระยะตาม ATR แล้วคิด lot จากระยะทั้งหมด ความเสี่ยงต่อไม้จะเท่าเดิม

เลขกลม (Round number) คือราคาที่ลงท้ายด้วย 00 หรือ 50 เช่น 1.1000 ของ EURUSD หรือ 4,000 ของทองคำ เทรดเดอร์จำนวนมากเชื่อว่าราคา “แพ้ทาง” ระดับเหล่านี้ และมีงานวิจัยที่อธิบายกลไกได้จริง คือคำสั่งปิดกำไรกับคำสั่งตัดขาดทุนไม่ได้กระจายสม่ำเสมอ แต่กองอยู่รอบเลขกลมคนละแบบกัน บทนี้อธิบายงานวิจัยนั้นแบบระวัง ข้อจำกัดของมัน และวิธีวาง Stop loss ของตัวเองไม่ให้ไปอยู่กลางกองของคนอื่น

ทำไมคนชอบเลขกลม

ร้านค้าชอบตั้งราคา 99 บาทแทน 100 บาท เพราะคนอ่านตัวเลขจากซ้าย และรู้สึกว่า 99 ถูกกว่ามาก นี่คือ Psychological pricing ฝั่งคนขาย

ในตลาดการเงินเกิดอีกด้านของเรื่องเดียวกัน คนที่ต้องเลือกราคาสำหรับคำสั่ง มักเลือกตัวเลขที่คิดง่าย จำง่าย พูดง่าย “ปิดกำไรที่ 1.1000” ฟังเป็นธรรมชาติกว่า “ปิดที่ 1.1003” ทั้งที่ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจอะไรรองรับ เมื่อคนจำนวนมากคิดแบบเดียวกัน คำสั่งจึงไปกองที่ราคาเดียวกัน

งานวิจัยของ Carol Osler

Carol Osler นักเศรษฐศาสตร์ที่เคยทำงานที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก (Federal Reserve Bank of New York) ศึกษาเรื่องนี้ไว้สองชิ้นที่ถูกอ้างถึงบ่อย

  • ปี 2000 ใน Economic Policy Review ของ Fed นิวยอร์ก ทดสอบแนวรับแนวต้านที่บริษัทการเงินแจกให้ลูกค้าทุกวัน เทียบกับระดับที่สุ่มขึ้นมา พบว่าเทรนด์ระหว่างวันมักหยุดที่ระดับของบริษัทเหล่านั้นบ่อยกว่าระดับสุ่ม คือแนวรับแนวต้านมีข้อมูลอยู่จริงบ้าง แต่ไม่ได้บอกว่าเพราะอะไร
  • ปี 2003 ใน Journal of Finance ไปดูสาเหตุ โดยใช้คำสั่ง Stop loss และ Take profit จริงที่ลูกค้าส่งให้ธนาคารใหญ่แห่งหนึ่งในตลาดค่าเงิน

สิ่งที่พบในงานปี 2003 สรุปแบบไม่ใส่ตัวเลขได้ดังนี้

  1. คำสั่ง Take profit กองที่เลขกลมพอดี โดยเฉพาะราคาที่ลงท้ายด้วย 00
  2. คำสั่ง Stop loss กองเลยเลขกลมไปนิดเดียว คำสั่ง Buy stop กองเหนือเลขกลม Sell stop กองใต้เลขกลม
  3. สองข้อนี้เข้ากับสิ่งที่นักเทคนิคพูดกันมานาน คือ เทรนด์มักชะงักหรือกลับตัวที่เลขกลม และ ถ้าทะลุเลขกลมไปได้ ราคามักวิ่งเร็วขึ้น
1.09901.09951.10001.10051.1010 Take profit กองที่ 1.1000 พอดี Buy stop กองเหนือเลขกลม Sell stop กองใต้เลขกลม ① ราคามาถึง 1.1000 เจอคำสั่งปิดกำไรกองอยู่ มักชะงักหรือกลับตัว ② ถ้าทะลุไปได้ Stop ที่กองอยู่ถัดไปทำงานต่อกัน ราคามักเร่งตัว
แผนภาพประกอบ (ไม่ใช่ข้อมูลจริง) ตามสิ่งที่งานของ Osler ปี 2003 อธิบาย Take profit กองที่เลขกลมพอดี Stop loss กองเลยไปไม่กี่ pip ทั้งสองฝั่ง ความสูงของแท่งตั้งขึ้นเพื่อให้เห็นรูปแบบ ไม่ได้มาจากตัวเลขในงานวิจัย

กลไก: ทำไมคำสั่งกองแล้วราคาชะงักหรือเร่ง

ต้องแยกคำสั่งสองแบบให้ออก

  • Take profit ของไม้ Buy คือคำสั่งขายที่รออยู่ ทำงานแบบ Limit order เมื่อราคาขึ้นมาถึง 1.1000 คำสั่งขายจำนวนมากรอรับอยู่ แรงซื้อที่วิ่งขึ้นมาต้องกินคำสั่งพวกนี้ให้หมดก่อน ราคาจึงมักชะงัก
  • Stop loss ของไม้ Sell คือคำสั่งซื้อที่รออยู่เหนือ 1.1000 ทำงานแบบ Stop order เมื่อถูกแตะจะกลายเป็นคำสั่งซื้อทันทีที่ราคาตลาด แรงซื้อนี้ดันราคาขึ้นไปแตะ Stop ถัดไป เกิดเป็นทอด ๆ (Stop cascade) ราคาจึงมักเร่ง

พูดง่าย ๆ คือ Take profit ดูดซับ การเคลื่อนไหว ส่วน Stop ขยาย การเคลื่อนไหว อ่านเรื่องคำสั่งแต่ละแบบเพิ่มใน ประเภทคำสั่งซื้อขาย และเรื่องสภาพคล่องในตลาดค่าเงินใน โครงสร้างตลาด FX และสภาพคล่อง

ภาพข้างล่างสร้างจากแบบจำลอง ให้เห็นว่าถ้าคนวางคำสั่งตามนิสัยแบบนี้ ฮิสโตแกรมจะออกมาหน้าตาแบบไหน

Take profit: กองที่ระดับกลมพอดี Stop loss: กองเลยระดับกลมไปไม่กี่ pip Sell stopBuy stop 1.09501.10001.1050ราคา EURUSD สมมติ ช่องละ 1 pip
ฮิสโตแกรมจากคำสั่งสมมติที่เราสร้างในคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ข้อมูลคำสั่งจริง กติกาคือ Take profit ส่วนหนึ่งปัดไปที่ระดับ 00, 50 หรือราคาที่ลงท้ายด้วย 0 ส่วน Stop loss ส่วนหนึ่งวางเลยระดับเหล่านั้นไป 1–8 pip ที่เหลือกระจายมั่ว ๆ แต่ละแผงใช้สเกลของตัวเอง

แนวคิดนี้คือรากเดียวกับที่สาย ICT เรียกว่า Liquidity sweep หรือ Stop hunt คือราคาวิ่งเลยระดับที่เห็นชัดไปเก็บ Stop แล้วกลับมา อ่านผลทดสอบของแนวคิดนี้ได้ใน ICT ทดสอบบนทองคำ และ ผลทดสอบ Smart Money Concepts

ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนเชื่อ

  • ข้อมูลเก่าและมาจากที่เดียว งานปี 2003 ใช้คำสั่งของธนาคารแห่งเดียวในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ถึงต้นปี 2000 ตลาดวันนี้มี algorithm และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์มากกว่าเดิมมาก
  • เป็นแนวโน้มทางสถิติ ไม่ใช่กฎ ราคาชะงักที่เลขกลมบ่อยกว่าระดับทั่วไป ไม่ได้แปลว่าชะงักทุกครั้ง และไม่ได้บอกว่าชะงักนานแค่ไหน
  • เรามองไม่เห็นกองคำสั่งจริง ตลาดค่าเงิน spot ไม่มีตลาดกลางที่เดียว กราฟของเราไม่ได้แสดงว่าตอนนี้มีคำสั่งกองตรงไหนเท่าไร
  • ทุกคนรู้เรื่องนี้แล้ว เมื่อทุกคนรู้ว่ามี Stop กองใต้ 1.1000 คนที่ถือไม้ใหญ่ก็รู้ด้วย การวิ่งไปเก็บ Stop แล้วกลับจึงเกิดได้บ่อย

ส่วนการทดสอบของเราเอง ไม่ได้วัดเลขกลมโดยตรง แต่ในการทดสอบย้อนหลังของเราบนทองคำ M1 แนวรับแนวต้านที่ “ซ้อน” กับระดับ Fibonacci เกิดบ่อยพอ ๆ กับระดับหลอกที่ตั้งขึ้นมั่ว ๆ (รายละเอียดและเงื่อนไขอยู่ใน แนวรับแนวต้าน และโซน Supply Demand) บทเรียนเดียวกันใช้กับเลขกลม คำถามที่ถูกคือ “ราคาชะงักที่ 1.1000 บ่อยกว่าที่ 1.1037 หรือเปล่า” ไม่ใช่ “เคยชะงักที่ 1.1000 ไหม” ผลทดสอบย้อนหลังไม่ได้บอกผลในอนาคต

เลขกลมไม่ใช่กำแพง มันคือที่ที่คนอื่นวางคำสั่งไว้มาก ใช้รู้ว่าตรงไหนราคาอาจเปลี่ยนจังหวะ ไม่ใช่ใช้เดาทิศ

วาง Stop loss ของตัวเองอย่างไร

ถ้า Stop loss ของเราอยู่ในกองเดียวกับคนอื่น จะเจอสองปัญหา โดนแตะง่ายเพราะราคามักวิ่งเลยเลขกลมไปเก็บกองนั้น และเมื่อ Stop จำนวนมากทำงานพร้อมกัน อาจได้ราคาแย่กว่าที่ตั้ง (Slippage)

กฎง่าย ๆ ที่ใช้ได้

  1. เริ่มจากโครงสร้างราคา Stop loss ควรอยู่ตรงที่ “ถ้าราคามาถึง แปลว่าไอเดียผิด” ก่อน แล้วค่อยดูว่ามีเลขกลมอยู่ใกล้หรือเปล่า
  2. อย่าวางที่เลขกลมพอดี และอย่าวางเลยไปแค่ 3–5 pip ตามความเคยชิน เพราะนั่นคือกองของคนอื่นพอดี
  3. ถ้าเลขกลมอยู่ระหว่างจุดเข้ากับ Stop ให้วาง Stop เลยเลขกลมออกไปอีกระยะหนึ่งตาม ATR ไม่ใช่ระยะคงที่ เช่น 0.5–1 เท่าของ ATR บน timeframe ที่เทรด ระยะนี้เป็นค่าตั้งต้นให้ปรับเอง ไม่มีค่าที่พิสูจน์ว่าดีที่สุด
  4. คิด lot จากระยะทั้งหมด Stop ที่ไกลขึ้นต้องคู่กับ lot ที่เล็กลง เงินที่เสียต่อไม้จึงเท่าเดิม

การเผื่อระยะช่วยให้ไม่โดนแค่ไส้เทียนที่วิ่งไปเก็บ Stop แล้วกลับ แต่ไม่ได้กันการทะลุจริง ถ้าราคาทะลุเลขกลมแล้ววิ่งต่อ Stop ที่เผื่อไว้ก็โดนเหมือนกัน

ตัวอย่าง: Stop loss ใกล้ 1.1000 และคิด lot

สมมติทุน 5,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 1% = 50 ดอลลาร์ต่อไม้ เปิด Buy EURUSD ที่ 1.1032 ไอเดียคือราคาจะยืนเหนือ 1.1000 ได้ ATR(14) ของกราฟที่ใช้ = 11 pip (ค่าสมมติ) ค่าต่อ pip ของ 1 lot EURUSD = 10 ดอลลาร์ (ค่าที่โบรกส่วนใหญ่ใช้ เช็คในสเปคสัญญาของตัวเอง)

สูตร lot = เงินที่ยอมเสีย ÷ (ระยะ Stop loss เป็น pip × 10) แล้วปัดลงที่ 0.01

แบบStop lossระยะlot คำนวณlot ที่เปิดเสียจริงถ้าโดน
A ที่เลขกลมพอดี1.100032 pip50 ÷ 320 = 0.1560.150.15 × 32 × 10 = 48.0
B ใต้เลขกลม 5 pip1.099537 pip50 ÷ 370 = 0.1350.130.13 × 37 × 10 = 48.1
C เลยเลขกลม 1 ATR1.098943 pip50 ÷ 430 = 0.1160.110.11 × 43 × 10 = 47.3

แบบ C คิดจาก 1.1000 − 11 pip = 1.0989 ระยะจากจุดเข้า 1.1032 − 1.0989 = 0.0043 = 43 pip

จุดเข้า Buy 1.1032 เลขกลม 1.1000 Sell stop มักกอง 1.0995–1.0999 1 ATR = 11 pip A: SL 1.100032 pip → 0.15 lotB: SL 1.099537 pip → 0.13 lotC: SL 1.098943 pip → 0.11 lot
ตัวอย่างสมมติ ทุน 5,000 ดอลลาร์ เสี่ยง 50 ดอลลาร์ต่อไม้ ATR 11 pip ทั้งสามแบบเสี่ยงเกือบเท่ากัน ต่างกันที่ตำแหน่ง A และ B อยู่ตรงที่ Stop ของคนอื่นกอง ส่วน C อยู่พ้นกองแลกกับ lot ที่เล็กลง

สังเกตว่าทั้งสามแบบเสี่ยงเกือบเท่ากัน คือไม่เกิน 50 ดอลลาร์ ความต่างอยู่ที่ตำแหน่ง แบบ A กับ B อยู่ตรงที่ราคามักวิ่งไปเก็บ Stop พอดี แบบ C อยู่พ้นกองนั้น แลกกับ lot ที่เล็กลงจาก 0.15 เหลือ 0.11 ถ้าราคาไปถึงเป้าเดียวกัน กำไรของแบบ C จะน้อยกว่าตามสัดส่วน ลองตัวเลขของตัวเองได้ใน เครื่องมือคำนวณ lot และอ่านหลักคิด lot ใน คำนวณ lot จากระยะ Stop loss

อีกเรื่องที่ต้องรู้ 1.0989 อยู่ใต้ 1.0990 ซึ่งเป็นราคาที่ลงท้ายด้วย 0 เหมือนกัน กองตรงนั้นน่าจะเล็กกว่าที่ 00 มาก แต่ถ้าอยากให้พ้นจริงก็ขยับออกไปอีก 1–2 pip ได้ แล้วคิด lot ใหม่

Take profit ใกล้เลขกลม

ด้านกลับของเรื่องเดียวกัน ถ้าเป้าของไม้ Buy อยู่ที่ 1.1100 พอดีหรือเลยไปนิดเดียว เรากำลังวางคำสั่งไว้ที่เดียวกับคนอื่น และตรงนั้นคือที่ที่ราคามักชะงัก เทรดเดอร์บางคนจึงตั้ง Take profit ไว้ก่อนถึงเลขกลมเล็กน้อย เช่น 1.1095 เหตุผลฟังขึ้นจากกลไกข้างบน แต่เราไม่มีผลทดสอบว่าช่วยได้จริงเท่าไร และการตั้งเป้าใกล้ขึ้นทำให้ RR เปลี่ยน ต้องดูคู่กับ อัตราชนะคุ้มทุน ทุกครั้ง

เลขกลมบนทองคำ: ระยะคงที่ใช้ข้ามปีไม่ได้

ระดับกลมของทองคำคือทุก 100 หรือ 50 ดอลลาร์ แต่ความหมายเปลี่ยนตามราคา

  • ราคา 1,800 ดอลลาร์ ระยะ 100 ดอลลาร์ = 100 ÷ 1,800 = 5.56% ของราคา
  • ราคา 4,000 ดอลลาร์ ระยะ 100 ดอลลาร์ = 100 ÷ 4,000 = 2.50% ของราคา

เรื่องเดียวกันเกิดกับ Stop ที่ “เผื่อไว้ 5 ดอลลาร์” ในการวัดของเราบนแท่งราย 1 นาทีของทองคำ (XAUUSD) ขนาดกลาง (median) ของคลื่นราคาที่วัดด้วยวิธีเดียวกันทุกปี กว้างราว 13.6 ดอลลาร์ในปี 2022 และราว 49.6 ดอลลาร์ในปี 2026 (ข้อมูลถึงเดือนสิงหาคม) โตขึ้น 3.7 เท่า แต่ถ้าวัดเป็น % ของราคา เปลี่ยนจาก 0.76% เป็น 1.18% เท่านั้น ระยะที่ตั้งเป็นดอลลาร์หรือ pip ตายตัว จึงเป็นคนละขนาดกันในแต่ละปี การเผื่อตาม ATR หรือ % ของราคาจะปรับตามเอง ผลทดสอบย้อนหลังไม่ได้บอกผลในอนาคต

บิตคอยน์ก็มีเลขกลมที่คนพูดถึงมาก อย่าง 100,000 ดอลลาร์ หลักเดียวกันใช้ได้ แต่ตลาดคริปโตกระจายหลายตลาดและผันผวนสูง การเผื่อระยะต้องกว้างตามไปด้วย

Stop loss ที่ดีอยู่ตรงที่ไอเดียผิด ไม่ใช่ตรงที่คนอื่นวาง ถ้าต้องเลยเลขกลม ให้เผื่อตาม ATR แล้วลด lot

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • วาง Stop ที่ 1.0995 เพราะ “เผื่อไว้แล้ว” 5 pip ใต้เลขกลมคือกลางกอง Sell stop ของคนอื่น โดนง่ายและอาจโดน Slippage
  • ซื้อเพราะราคา “ถึงเลขกลมแล้วต้องเด้ง” งานวิจัยบอกแค่แนวโน้มชะงัก ไม่ได้บอกว่าจะกลับตัวไปไกลแค่ไหน และถ้าทะลุ ราคามักวิ่งเร็ว
  • เผื่อ Stop กว้างขึ้นแต่ไม่ลด lot Stop 43 pip ด้วย lot 0.15 เสีย 64.5 ดอลลาร์ ไม่ใช่ 50 อ่านเรื่องนี้เพิ่มใน Stop loss กว้างหรือแคบ
  • ใช้ระยะเผื่อเป็น pip ตายตัวทุกตลาดทุกปี 5 pip ในวันเงียบกับวันข่าวไม่เท่ากัน ทองคำราคา 1,800 กับ 4,000 ก็ไม่เท่ากัน
  • เชื่อภาพบนกราฟย้อนหลัง เลือกจุดที่ราคาเด้งพอดีเลขกลมมาโชว์ได้เสมอ ต้องนับทุกครั้งที่ราคาผ่าน รวมครั้งที่ไม่เด้ง อ่าน ทำไมกราฟย้อนหลังดูง่ายเสมอ
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

เลขกลมใช้เป็นแนวรับแนวต้านได้เลยไหม

ใช้เป็นจุดที่ควรระวังได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุผลเดียวในการเข้าไม้ งานวิจัยบอกแค่ว่าราคามีแนวโน้มชะงักหรือเร่งตัวที่นั่นบ่อยกว่าระดับทั่วไป ไม่ได้บอกว่าจะเด้งทุกครั้ง และข้อมูลที่ใช้เป็นข้อมูลเก่าจากธนาคารเดียว

ควรเผื่อ Stop loss เลยเลขกลมไปกี่ pip

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูก ระยะคงที่อย่าง 5 pip มีความหมายต่างกันไปตามความผันผวน การเผื่อเป็นสัดส่วนของ ATR เช่น 0.5–1 เท่า จะปรับตามตลาดเอง สิ่งสำคัญกว่าคือคิด lot ใหม่จากระยะที่กว้างขึ้น

ใช้กับทองคำและบิตคอยน์ได้ไหม

หลักเดียวกัน คนชอบวางคำสั่งที่ราคากลม ๆ ในทุกตลาด แต่งานของ Osler ศึกษาค่าเงิน ผลอาจไม่เท่ากันในตลาดอื่น และระดับกลมของทองคำห่างกันเป็นสัดส่วนของราคาไม่คงที่เมื่อราคาเปลี่ยน

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

แนวรับแนวต้าน และโซน Demand Supply ลากยังไง และผลทดสอบจริงบนทองคำ

วิธีลากแนวรับแนวต้านจาก swing เป็นโซน Role reversal และนิยามโซน Demand Supply แบบฐาน + แท่งพุ่ง พร้อมผลทดสอบย้อนหลังว่าโซนช่วยตรงไหน และไม่ช่วยตรงไหน

อ่าน 10 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Fibonacci ใช้ยังไง ระดับไหนที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ใช้จริง

อธิบาย Fibonacci Retracement และ Extension แบบละเอียด ระดับ 0.382 0.5 0.618 0.786 1.272 1.618 มาจากไหน ลากยังไงไม่ให้กลับด้าน พร้อมตัวอย่างคำนวณราคาจริง

อ่าน 5 นาที
กราฟ
วิเคราะห์กราฟกลาง

Keltner Channels คืออะไร สูตร EMA ± ATR ต่างจาก Bollinger และ Squeeze

Keltner Channels คือ EMA 20 บวกลบ 2 เท่า ATR อธิบายที่มา สูตรพร้อมตัวอย่างคำนวณ ความต่างจาก Bollinger Bands จังหวะ Squeeze และผลทดสอบบนข้อมูลสังเคราะห์

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์