เรียนรู้ › คริปโต

Bitcoin halving กับวัฏจักร 4 ปี: หลักฐานจริงมีแค่ไหน

Halving ลดเหรียญใหม่ลงครึ่งหนึ่งทุก 210,000 บล็อก แต่ผลต่อราคายังพิสูจน์ไม่ได้ ดูตัวเลขเหรียญใหม่ที่หดลงทุกรอบ ข้อมูลแค่ 4 รอบ Stock-to-flow และการคุมขนาดสถานะ

กลาง อ่าน 10 นาที 22 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • Halving ลดรางวัลบล็อกลงครึ่งหนึ่งทุก 210,000 บล็อก หลังรอบ 2024 เหรียญใหม่เหลือราว 0.83% ของเหรียญที่มีอยู่ต่อปี
  • ผลของ supply ที่หายไปเล็กลงทุกรอบ และทุกคนรู้วันล่วงหน้า เหตุผลเรื่อง supply shock จึงอ่อนลงเรื่อย ๆ
  • มีวัฏจักรครบแค่ 3–4 รอบ และแต่ละรอบเกิดพร้อมกับปัจจัยใหญ่อื่น เช่น ดอกเบี้ย สภาพคล่องโลก และ ETF
  • Stock-to-flow ขึ้นตามเวลาแบบกำหนดไว้แล้ว จึงดูเข้ากับราคาได้แม้ราคาจะเป็นเส้นสุ่ม และราคาปี 2022 หลุดจากเส้นของโมเดลไปไกล
  • ตั้งขนาดสถานะโดยสมมุติว่าจะร่วง 80% หรือมากกว่า ไม่ใช่สมมุติว่าวัฏจักรจะซ้ำ

Halving คือการที่รางวัลสำหรับผู้ขุดบิตคอยน์ลดลงครึ่งหนึ่งทุก 210,000 บล็อก หรือราว 4 ปี หลายคนเชื่อว่ามันทำให้ราคาวิ่งเป็น “วัฏจักร 4 ปี” ขึ้นแรงหลัง halving แล้วร่วงหนักก่อนรอบถัดไป บทนี้ดูหลักฐานทีละชั้น ตั้งแต่ตัวเลข supply ที่หายไปจริง ปัญหาที่ข้อมูลมีแค่ไม่กี่รอบ ไปจนถึงโมเดล Stock-to-flow แล้วจบที่วิธีคุมขนาดสถานะ บทนี้ไม่มีการคาดการณ์ราคา และไม่ได้บอกว่าควรซื้อหรือขายช่วงไหน

Halving คืออะไร

บิตคอยน์ออกบล็อกใหม่ประมาณทุก 10 นาที ผู้ขุดที่ได้บล็อกจะได้เหรียญใหม่ เรียกว่า block subsidy (รางวัลบล็อก) บวกค่าธรรมเนียมในบล็อกนั้น โค้ดกำหนดให้ subsidy ลดครึ่งทุก 210,000 บล็อก ที่ 10 นาทีต่อบล็อก 210,000 บล็อกเท่ากับราว 1,458 วัน หรือเกือบ 4 ปีพอดี

ครั้งที่บล็อกวันที่ (UTC)Subsidy ก่อน → หลัง (BTC)
เริ่ม (Genesis)03 ม.ค. 200950
1210,00028 พ.ย. 201250 → 25
2420,0009 ก.ค. 201625 → 12.5
3630,00011 พ.ค. 202012.5 → 6.25
4840,00020 เม.ย. 20246.25 → 3.125

รวมทุกรอบแล้วเหรียญจะไม่เกิน 21 ล้าน และเหรียญสุดท้ายจะออกราวปี 2140 ระบบปรับความยากการขุดทุก 2,016 บล็อก เพื่อให้เวลาออกบล็อกกลับมาใกล้ 10 นาที วันที่ halving จึงประมาณล่วงหน้าได้แม่นระดับสัปดาห์ถึงวัน

Supply ที่หายไปเล็กลงทุกรอบ

เหตุผลหลักของคนเชื่อวัฏจักรคือ supply shock เหรียญใหม่ที่ผู้ขุดมักต้องขายบางส่วนเพื่อจ่ายค่าไฟ ลดลงครึ่งหนึ่งในวันเดียว ถ้าความต้องการซื้อเท่าเดิม ราคาก็ควรขึ้น ลองดูขนาดจริงของมันในรอบ 2024

  1. เหรียญที่มีอยู่ ณ halving 2024 = 210,000 × (50 + 25 + 12.5 + 6.25) = 19,687,500 BTC หรือ 93.75% ของ 21 ล้าน
  2. ก่อน halving: 6.25 BTC × 144 บล็อกต่อวัน = 900 BTC ต่อวัน × 365 = 328,500 BTC ต่อปี = 1.67% ของเหรียญที่มีอยู่
  3. หลัง halving: 3.125 × 144 = 450 BTC ต่อวัน × 365 = 164,250 BTC ต่อปี = 0.83%
  4. เหรียญใหม่ที่หายไป = 1.67 − 0.83 = ลดลงราว 0.83 จุด ของเหรียญที่มีอยู่ต่อปี

ทำแบบเดียวกันทุกรอบ ส่วนที่หายไปคือ 12.5 จุดในปี 2012, 4.2 จุดในปี 2016, 1.8 จุดในปี 2020 และ 0.83 จุดในปี 2024 (คิดที่ 10 นาทีต่อบล็อกตามเป้า ของจริงออกบล็อกเร็วกว่านี้นิดหน่อย ตัวเลขจริงจึงสูงกว่าเล็กน้อย)

12.5% หลัง halving 2012 3,600 BTC/วัน 4.2% หลัง halving 2016 1,800 BTC/วัน 1.8% หลัง halving 2020 900 BTC/วัน 0.83% หลัง halving 2024 450 BTC/วัน เหรียญใหม่ต่อปี เทียบกับเหรียญที่มีอยู่แล้ว
อัตราเหรียญใหม่ต่อปีหลังแต่ละ halving คำนวณจากตาราง subsidy ที่ 144 บล็อกต่อวัน หาร supply ณ วัน halving ทุกครั้งที่ลดครึ่ง ส่วนที่หายไปก็เล็กลงครึ่งหนึ่งด้วย

มีอีกสองเรื่องที่ทำให้เหตุผลนี้อ่อนลง

  • ทุกคนรู้ล่วงหน้า วันที่และขนาดของ halving เขียนอยู่ในโค้ดตั้งแต่ปี 2009 ในตลาดที่คนจำนวนมากรู้ข้อมูลเดียวกัน สิ่งที่รู้ล่วงหน้ามักถูกสะท้อนในราคาไปก่อนแล้ว ถ้าทุกคนเชื่อว่าราคาจะขึ้นหลัง halving ก็จะมีคนซื้อก่อน จังหวะจึงเลื่อนเข้ามาเรื่อย ๆ
  • ราคาถูกกำหนดจากเหรียญทั้งหมด ไม่ใช่เหรียญใหม่อย่างเดียว คนถือเดิมเกือบ 19.7 ล้านเหรียญขายได้ทุกวินาที การซื้อขายของคนกลุ่มนี้ในวันเดียวมากกว่า 450 เหรียญหลายเท่า

Halving เปลี่ยนแค่ฝั่ง supply ส่วนเล็กที่เล็กลงทุกรอบ ราคาขึ้นหรือลงยังถูกกำหนดจากฝั่งความต้องการซื้อเป็นหลัก

ข้อมูลมีแค่ 4 รอบ

ประวัติที่คนชี้คือ ราคาทำยอดสูงสุดราว 12–18 เดือนหลัง halving สามรอบ (ปลายปี 2013, ปลายปี 2017 และปลายปี 2021) แล้วร่วงจากยอดเกิน 70% ทุกรอบ ฟังดูสม่ำเสมอ แต่ลองนับข้อมูลจริง

  • Halving มีแค่ 4 ครั้ง วัฏจักรที่จบครบมีแค่ 3 รอบ เทียบกับการทดสอบระบบเทรดก็คือมีแค่ 3 ไม้ ซึ่งในบท ต้องมีกี่ไม้ถึงเชื่อผลได้ อธิบายว่าน้อยเกินกว่าจะแยกฝีมือออกจากโชค
  • รูปแบบถูกนิยามหลังเห็นข้อมูลแล้ว “12–18 เดือนหลัง halving” เป็นช่วงที่เลือกให้ครอบยอดที่เกิดขึ้นจริง ถ้ายอดเกิดที่ 10 หรือ 22 เดือน ก็จะมีคนนิยามช่วงใหม่ให้ครอบได้เหมือนกัน นี่คือ Hindsight bias แบบเดียวกับเส้นแนวรับที่ดูแม่นหลังกราฟจบ
  • รอบ 2024 ก็ไม่ได้เป็นตามรูปแบบเดิม ราคาทำยอดสูงสุดใหม่ในเดือนมีนาคม 2024 ก่อน halving ซึ่งไม่เคยเกิดในรอบก่อน ๆ

Random walk ก็สร้าง “วัฏจักร” ได้

ถ้าราคาไม่มีวัฏจักรเลย จะเห็นรูปแบบแบบนี้บ่อยแค่ไหน เราลองจำลองด้วย random walk with drift คือราคาที่ขยับแบบสุ่มทุกสัปดาห์ ผลตอบแทนคาดหวัง (drift) 40% ต่อปี และความผันผวน 80% ต่อปี สองค่านี้เป็นสมมุติฐานที่ตั้งให้แกว่งแรงแบบคริปโต ไม่ใช่ค่าวัดจากบิตคอยน์ โมเดลนี้ไม่มี halving และไม่มีอะไรเกิดทุก 4 ปี เราสุ่ม 10,000 เส้น เส้นละ 16 ปี แล้วนับรอบ “ร่วงจากยอดเดิม 70% ขึ้นไปก่อนทำยอดใหม่”

สิ่งที่นับสัดส่วนจาก 10,000 เส้น
ร่วง 70% ขึ้นไปอย่างน้อย 1 ครั้ง99.8%
ร่วง 70% ขึ้นไปอย่างน้อย 3 ครั้ง26.9%
อย่างน้อย 3 ครั้ง และยอดก่อนร่วงทุกคู่ห่างกัน 3–5 ปี2.6%
เส้นสุ่ม 1 · ร่วงจากยอด 70% ขึ้นไป 3 ครั้ง เส้นสุ่ม 2 · ร่วงจากยอด 70% ขึ้นไป 3 ครั้ง เส้นสุ่ม 3 · ร่วงจากยอด 70% ขึ้นไป 3 ครั้ง 0481216 เส้นประ = ทุก 4 ปี (โมเดลนี้ไม่มี halving)
ราคาจำลอง ไม่ใช่ตลาดจริง (random walk รายสัปดาห์ drift 40% ความผันผวน 80% ต่อปี สเกล log) จุดสีแดงคือยอดก่อนร่วง 70% ขึ้นไป สามเส้นนี้คือสามเส้นแรกที่ผ่านเกณฑ์ "ยอดห่างกัน 3–5 ปี" ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่กราฟวัฏจักรถูกเลือกมาโชว์

อ่านผลอย่างตรงไปตรงมา การร่วงแรงแบบ 70% ขึ้นไปเกิดขึ้นเกือบทุกเส้น ราว 1 ใน 4 เส้นร่วงหนักอย่างน้อย 3 รอบใน 16 ปี จึงไม่ต้องมี halving ก็มีรอบขึ้นแรงร่วงแรงได้ แต่การที่ยอดเว้นระยะสม่ำเสมอ 3–5 ปีทุกคู่ เกิดแค่ราว 1 ใน 40 เส้น เราลองสมมุติฐานอีก 4 ชุด (drift 30–60% ความผันผวน 60–100%) สัดส่วนที่ร่วงหนัก 3 รอบขึ้นไปอยู่ระหว่าง 5.8% ถึง 47% ส่วนแบบยอดห่าง 3–5 ปีอยู่ระหว่าง 0.6% ถึง 3.2%

แปลว่าจังหวะ 4 ปีของบิตคอยน์ไม่ใช่สิ่งที่ random walk สร้างได้ง่าย ๆ แต่ก็ยังไม่ใช่หลักฐานว่า halving เป็นสาเหตุ เพราะ

  • รูปแบบนี้ถูกเลือกหลังเห็นข้อมูล คนทั้งโลกมองหารูปแบบในหลายสินทรัพย์ หลายช่วงเวลา บางอันจะดูสม่ำเสมอเองด้วยความบังเอิญ เรื่องนี้คือ Multiple testing
  • มีปัจจัยอื่นที่เกิดเป็นรอบใกล้เคียงกัน (หัวข้อถัดไป) ข้อมูล 3 รอบแยกไม่ออกว่าเป็นอันไหน
  • ความเชื่อเองก็สร้างรูปแบบได้ ถ้าคนจำนวนมากซื้อเพราะเชื่อวัฏจักร ราคาก็ขึ้นตามความเชื่อได้สักพัก และหยุดได้ทันทีเมื่อคนเลิกเชื่อหรือเข้าก่อนกัน

ปัจจัยที่เกิดพร้อมกันทุกรอบ

ทุกรอบที่ราคาขึ้นแรงหลัง halving มีเรื่องใหญ่อื่นเกิดพร้อมกัน

  • 2017 กระแส ICO ที่โปรเจกต์ใหม่ระดมเงินด้วยการขายเหรียญ ดึงเงินใหม่เข้าตลาดคริปโตทั้งก้อน
  • 2020–2021 ธนาคารกลางหลักลดดอกเบี้ยใกล้ศูนย์และอัดสภาพคล่องช่วงโควิด สินทรัพย์เสี่ยงหลายชนิดขึ้นพร้อมกัน
  • 2022 ธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มขึ้นดอกเบี้ยเร็วตั้งแต่มีนาคม ตามด้วยการล่มของ stablecoin รายใหญ่และกระดานเทรดรายใหญ่ ราคาร่วงหนักในปีเดียวกัน
  • 2024 กองทุน Bitcoin ETF แบบ spot เริ่มซื้อขายในสหรัฐฯ เดือนมกราคม ก่อน halving สามเดือน

ปัจจัยพวกนี้ไม่ได้เกิดเพราะ halving แต่เกิดในช่วงเวลาที่ซ้อนกันพอดี สภาพคล่องโลกและวงจรดอกเบี้ยก็เป็นรอบหลายปีเหมือนกัน ถ้าดอกเบี้ยเป็นตัวขับหลัก รูปแบบที่เห็นก็จะเหมือน “วัฏจักร halving” ได้ทั้งที่ halving ไม่ได้ทำอะไร อ่านเรื่องดอกเบี้ยกับสินทรัพย์เสี่ยงได้ใน ดอกเบี้ยขยับทองและค่าเงินอย่างไร

Stock-to-flow: โมเดลที่ดูแม่นแล้วพลาด

Stock-to-flow (S2F) คือ เหรียญที่มีอยู่ ÷ เหรียญใหม่ต่อปี ใช้วัดความหายากของสินค้า เช่น ทองคำ ค่ายิ่งสูงยิ่งหายาก ปี 2019 มีโมเดลที่ได้รับความนิยมมาก นำ log ของมูลค่าตลาดบิตคอยน์มาเทียบกับ log ของ S2F แล้วได้เส้นที่ดูเข้ากับราคาในอดีตมาก และใช้คาดราคาหลัง halving

S2F ของบิตคอยน์คำนวณจากตารางข้างบนได้ตรง ๆ หลังปี 2012 อยู่ราว 8 หลังปี 2016 ราว 24 หลังปี 2020 ราว 56 และหลังปี 2024 ราว 120 คือเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัวทุก halving

ปัญหามีสามชั้น

  1. S2F ขึ้นตามเวลาแบบกำหนดไว้แล้ว มันแทบเป็นนาฬิกาที่เดินช้าลงเรื่อย ๆ อะไรก็ตามที่เติบโตตามเวลา ก็จะดูเข้ากับ S2F ได้ เราลองเอาราคาจำลองแบบ random walk (drift 40% ความผันผวน 80%) รายเดือน ช่วงกลางปี 2010 ถึงมีนาคม 2024 จำนวน 5,000 เส้น ไปเทียบกับ log S2F ตามตารางจริง ได้ R² (สัดส่วนที่เส้นอธิบายได้ 0–1) เกิน 0.5 ใน 44% ของเส้น และเกิน 0.8 ใน 12% ทั้งที่ราคาจำลองไม่รู้จัก S2F เลย ในสถิติเรียกว่า spurious regression คือสองเส้นที่ต่างคนต่างเดินแต่ดูสัมพันธ์กัน
  2. ไม่มีฝั่งความต้องการซื้อ โมเดลดู supply อย่างเดียว ทั้งที่หัวข้อก่อนหน้าแสดงว่า supply ใหม่เล็กลงจนแทบไม่มีผล
  3. ผลนอกข้อมูลพลาด ในปี 2022 ราคาจริงลงไปต่ำกว่าเส้นของโมเดลไกลมาก และโมเดลไม่มีอะไรเตือนการร่วงครั้งนั้นเลย โมเดลที่อธิบายอดีตได้ดีแต่พลาดเมื่อเจอข้อมูลใหม่ คืออาการเดียวกับระบบเทรดที่ Overfit

ข้อนี้ไม่ได้แปลว่าความหายากไม่สำคัญ แต่แปลว่าโมเดลที่ใช้ตัวแปรเดียวที่รู้ล่วงหน้าทั้งหมด ไม่ควรใช้เป็นฐานตัดสินใจเรื่องเงิน

ใช้ในทางปฏิบัติ: คุมขนาดแทนการเดาจังหวะ

สิ่งที่หลักฐานบอกได้ชัดกว่าวัฏจักรคือ บิตคอยน์เคยร่วงจากยอดเกิน 70% หลายรอบ ทั้งปี 2011, 2014–2015, 2018 และ 2022 และเหรียญอื่นส่วนใหญ่ร่วงหนักกว่า BTC ในช่วงเดียวกัน วางแผนจากสิ่งนี้ได้โดยไม่ต้องรู้ว่ารอบหน้าจะมาเมื่อไร

สัดส่วนคริปโตสูงสุดในพอร์ต = ส่วนที่ยอมให้พอร์ตลดลงได้ ÷ ขนาดการร่วงที่สมมุติ

ตัวอย่าง พอร์ต 100,000 บาท ยอมให้พอร์ตทั้งก้อนลดลงจากคริปโตได้ไม่เกิน 10,000 บาท (10%)

  1. สมมุติร่วง 80%: 10% ÷ 80% = 12.5% ของพอร์ต หรือ 12,500 บาท ถ้าร่วงจริงจะเสีย 12,500 × 0.8 = 10,000 บาท ตรงกับที่ตั้งไว้
  2. สมมุติร่วง 90% (เผื่อเหรียญอื่นหรือกระดานมีปัญหา): 10% ÷ 90% = 11.1% หรือราว 11,100 บาท
  3. หลังร่วง 80% ส่วนที่เหลือต้องขึ้น 1 ÷ 0.2 − 1 = +400% จึงจะกลับที่เดิม ถ้าร่วง 70% ต้องขึ้น +233%
พอร์ตทั้งหมดลดลงเท่าไร ถ้าคริปโตร่วง 80% ถือคริปโต 5% ของพอร์ต −4% ถือคริปโต 10% ของพอร์ต −8% ถือคริปโต 20% ของพอร์ต −16% ถือคริปโต 50% ของพอร์ต −40% ถือคริปโต 100% ของพอร์ต −80% ส่วนที่เป็นคริปโตต้องขึ้น +400% จึงจะกลับไปที่เดิม
พอร์ตลดลง = สัดส่วนคริปโต × 80% ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียม และคิดว่าส่วนที่ไม่ใช่คริปโตไม่ได้ลดลงด้วย ซึ่งในวันที่ตลาดตื่นตระหนกอาจไม่จริง

กติกาที่ใช้ได้ไม่ว่าจะเชื่อเรื่องวัฏจักรหรือไม่

  • ตั้งขนาดจากการร่วง 80–90% ไม่ใช่จากความเชื่อว่าจะขึ้น ถ้าวัฏจักรซ้ำจริง ขนาดนี้ก็ยังได้ส่วนขึ้น ถ้าไม่ซ้ำ พอร์ตก็ยังอยู่
  • ไม่ใช้ Leverage เพราะคิดว่ารู้จังหวะ halving ที่ Leverage 5 เท่า ราคาลงราว 20% หรือน้อยกว่านั้นก็โดนบังคับปิดได้ ใกล้กว่าการร่วง 70–80% ที่เคยเกิดหลายเท่า อ่าน Perpetual futures และ Funding rate
  • เทรดระยะสั้นก็คุมด้วย Stop loss และขนาดไม้ตามความแกว่ง ใช้วิธีใน คำนวณขนาดไม้คริปโต และเครื่องคำนวณขนาดเหรียญ
  • ปรับสัดส่วนกลับเป็นระยะ ถ้าราคาขึ้นจนคริปโตกลายเป็นส่วนใหญ่ของพอร์ต ความเสี่ยงก็โตตามโดยไม่รู้ตัว การปรับกลับตามกติกาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องเดาว่ายอดอยู่ตรงไหน
  • นับความเสี่ยงที่ไม่ใช่ราคาด้วย กระดานล้มหรือกระเป๋าหาย ทำให้เสีย 100% ได้ไม่ว่าวัฏจักรจะเป็นยังไง ดู ความเสี่ยงการฝากเหรียญและ Stablecoin

ถ้าเพิ่งย้ายมาจาก Forex ความแกว่งระดับนี้ต่างจากคู่เงินหลักมาก อ่าน คริปโตกับ Forex ต่างกันตรงไหน ประกอบ

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ถือว่าข้อมูล 3 รอบเป็นกฎ สามครั้งเท่ากับระบบเทรดที่มีสามไม้ จะสม่ำเสมอแค่ไหนก็ยังสรุปเป็นกฎไม่ได้
  • เชื่อเพราะกราฟวัฏจักรดูสวย กราฟที่ถูกแชร์มักถูกเลือกช่วงเวลาและสเกลให้เข้ากับเรื่องที่เล่า เหมือนสามเส้นสุ่มในรูปข้างบนที่ถูกคัดมา
  • ใช้วันที่ halving เป็นจุดเข้าหรือจุดออก วันที่รู้ล่วงหน้าทุกคน ไม่ได้ให้ข้อมูลใหม่กับตลาด
  • เชื่อโมเดลเพราะ R² สูง สองเส้นที่โตตามเวลาจะดูสัมพันธ์กันเสมอ ต้องดูผลกับข้อมูลที่โมเดลไม่เคยเห็น
  • ตั้งขนาดจากเป้ากำไร ไม่ใช่จากการร่วงที่รับได้ ถามก่อนว่าถ้าร่วง 80% แล้วชีวิตและพอร์ตยังปกติไหม ถ้าไม่ ขนาดใหญ่เกินไป
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

Halving ครั้งต่อไปเมื่อไร

Halving ครั้งที่ 5 เกิดที่บล็อก 1,050,000 คาดว่าราวปี 2028 วันที่แน่นอนขึ้นกับความเร็วการออกบล็อกจริง ดูได้จากเว็บ block explorer ที่นับถอยหลังตามความสูงของบล็อก รางวัลบล็อกจะลดจาก 3.125 เหลือ 1.5625 BTC

Halving ทำให้ราคาขึ้นจริงไหม

ยังไม่มีหลักฐานพอจะตอบว่าใช่ ราคาเคยขึ้นแรงหลัง halving มาแล้วหลายรอบ แต่มีแค่ 3–4 รอบ และทุกรอบมีปัจจัยใหญ่อื่นเกิดพร้อมกัน แยกไม่ออกว่าอะไรเป็นสาเหตุ ส่วนผลด้าน supply เล็กลงทุกรอบ

ถ้าเชื่อเรื่องวัฏจักร ควรทำอะไรต่าง

ไม่ต้องทำอะไรต่างเรื่องขนาดสถานะ ไม่ว่าเชื่อหรือไม่ ให้ถือในขนาดที่ถ้าร่วง 80–90% แล้วพอร์ตยังรับได้ และอย่าใช้ Leverage เพราะคิดว่ารู้จังหวะ ถ้าวัฏจักรซ้ำจริง ขนาดนี้ก็ยังได้ส่วนขึ้น ถ้าไม่ซ้ำ พอร์ตก็ยังอยู่

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

คริปโต
คริปโตขั้นสูง

Yield ใน DeFi มาจากไหน: Liquidity pool, Impermanent loss, Staking และการให้กู้

ผลตอบแทนคริปโตไม่ได้มาฟรี อธิบายพูล x·y=k สูตร Impermanent loss ค่าธรรมเนียมที่ต้องได้ถึงจะคุ้ม Real yield ของ Staking การโดน Liquidate และความเสี่ยงโค้ดถูกแฮ็ก

อ่าน 11 นาที
คริปโต
คริปโตกลาง

ความเสี่ยงคริปโตที่ไม่ใช่ราคา: กระดานล้ม กระเป๋า Seed phrase และ Stablecoin

เหรียญไม่ได้หายเพราะราคาอย่างเดียว อธิบายความเสี่ยงการฝากเหรียญ Hot กับ Cold wallet, Proof of reserves, Stablecoin หลุด Peg, โอนผิดเครือข่าย และสแกมขอ Approve

อ่าน 13 นาที
คริปโต
คริปโตกลาง

Perpetual Futures คืออะไร Funding rate, Mark price และราคา Liquidation

สัญญา Perpetual ไม่มีวันหมดอายุ แต่มี Funding ที่จ่ายกันทุกรอบ อธิบาย Mark price, Isolated กับ Cross margin และคำนวณราคา Liquidation ทีละขั้น

อ่าน 8 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์