เรียนรู้ › จัดการความเสี่ยง

Scaling in และ Partial close: เพิ่มไม้ ปิดบางส่วน เปลี่ยนอะไรจริง

เพิ่มไม้ตามกำไรต่างจากถัวขาดทุนตรงไหน ปิดครึ่งที่ 1R แล้วเลื่อนที่เหลือไปทุนดีกว่าถือถึงเป้าไหม ดูราคาเฉลี่ย ความเสี่ยงรวม อัตราชนะ และ Expectancy ที่คำนวณทีละขั้น

กลาง อ่าน 10 นาที 21 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • เพิ่มไม้ตามกำไรต้องเลื่อน Stop loss ก่อน แล้วคำนวณ lot ไม้ใหม่ให้ขาดทุนรวมกรณีแย่สุดไม่เกินแผนเดิม
  • ถัวขาดทุนด้วย Stop loss เดิม ทำให้ความเสี่ยงรวมเกินแผนทันที เพราะไม้แรกใช้งบความเสี่ยงไปหมดแล้ว
  • ปิดครึ่งที่ 1R ทำให้อัตราชนะสูงขึ้น แต่ Expectancy เป็นแค่ค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของแผนปิดหมดสองแบบ ไม่ได้สร้างความได้เปรียบเพิ่ม
  • ในการทดสอบย้อนหลังของเรา การเพิ่มไม้ส่วนใหญ่แพ้การเพิ่ม lot ตรง ๆ ที่ drawdown เท่ากัน และตัวป้องกันกำไรกับการลาก SL ไม่ได้ช่วย

Scaling คือการไม่เข้าหรือออกทั้งหมดในครั้งเดียว Scaling in คือเพิ่มไม้ในทิศเดิมเมื่อราคาไปถูกทาง ส่วน Scaling out หรือ Partial close คือปิดออเดอร์บางส่วนก่อนถึงเป้า สองเทคนิคนี้ฟังดูเหมือนช่วยให้ได้มากขึ้นและเสียน้อยลง แต่ถ้าคำนวณทีละขั้น มันเปลี่ยนแค่รูปของผลลัพธ์ ไม่ได้เปลี่ยนว่าระบบมีความได้เปรียบหรือไม่ บทนี้ดูทั้งราคาเฉลี่ย ความเสี่ยงรวม อัตราชนะ และ Expectancy ด้วยตัวเลขจริง

ในบทนี้ใช้หน่วย R แทนความเสี่ยงตั้งต้นของไม้ 1R คือระยะจากจุดเข้าถึง Stop loss แรก ถ้าเสี่ยง 100 ดอลลาร์ กำไร 2R คือ 200 ดอลลาร์

Scaling in กับถัวขาดทุน ต่างกันที่ทิศ

ทั้งสองแบบคือการเปิดไม้เพิ่มในทิศเดิม ต่างกันที่จังหวะ

  • Scaling in (พีระมิด) เพิ่มเมื่อราคาวิ่งไปทางกำไรแล้ว และเลื่อน Stop loss ขึ้นตาม ราคาเฉลี่ยแย่ลง แต่ความเสี่ยงรวมคุมได้
  • ถัวขาดทุน (Averaging down) เพิ่มเมื่อราคาวิ่งสวน ราคาเฉลี่ยดีขึ้น แต่ความเสี่ยงรวมโตขึ้นทุกไม้ในทิศที่ตลาดกำลังบอกว่าเราผิด กลไกและผลทดสอบอยู่ในบท Grid, Martingale และไม้แก้

พีระมิดแบบดั้งเดิมจะเพิ่มไม้ที่เล็กลงทุกชั้น ฐานใหญ่สุดอยู่ที่ราคาดีที่สุด ไม้ที่เข้าทีหลังซึ่งราคาแย่กว่าจึงมีน้ำหนักน้อย

ตัวอย่าง: พีระมิด 3 ชั้น ที่ความเสี่ยงรวมไม่เกินแผน

ทุน 10,000 ดอลลาร์ เสี่ยงไม่เกิน 1% หรือ 100 ดอลลาร์ ซื้อ EURUSD ที่ 1 lot ราคาขยับ 1 pip เงินเปลี่ยน 10 ดอลลาร์

  1. ชั้น 1 Buy ที่ 1.1000 SL ที่ 1.0950 ห่าง 50 pip ขนาด lot = 100 ÷ (50 × 10) = 0.20 lot ถ้าโดน SL เสีย 50 × 0.20 × 10 = 100 ดอลลาร์
  2. ชั้น 2 ราคาขึ้นถึง 1.1060 เลื่อน SL ของทุกไม้ไป 1.1010 ก่อน แล้วค่อยเพิ่ม 0.10 lot ถ้าโดน SL ใหม่ ไม้แรกได้ +10 pip × 0.20 × 10 = +20 ไม้สองเสีย 50 × 0.10 × 10 = −50 รวม −30 ดอลลาร์ ไม่เกิน 100 ราคาเฉลี่ย = (0.20 × 1.1000 + 0.10 × 1.1060) ÷ 0.30 = 1.1020
  3. ชั้น 3 ราคาขึ้นถึง 1.1120 เลื่อน SL ทุกไม้ไป 1.1070 แล้วเพิ่ม 0.05 lot ถ้าโดน ไม้แรก +140 ไม้สอง +10 ไม้สาม −25 รวม +125 ดอลลาร์ ราคาเฉลี่ยของ 0.35 lot อยู่ที่ราว 1.1034
  4. ถ้าราคาไปถึง 1.1180 แล้วปิดทั้งหมด ไม้แรก 180 pip × 0.20 × 10 = 360 ไม้สอง 120 × 0.10 × 10 = 120 ไม้สาม 60 × 0.05 × 10 = 30 รวม +510 ดอลลาร์

เทียบกับถือ 0.20 lot ไม้เดียวถึง 1.1180 ได้ +360 ดอลลาร์ ส่วนเปิด 0.35 lot ตั้งแต่แรกได้ +630 แต่ต้องเสี่ยง 175 ดอลลาร์ หรือ 1.75% ซึ่งเกินแผน พีระมิดได้ขนาดใหญ่ขึ้นเฉพาะในไม้ที่ไปถูกทางแล้ว ราคาที่จ่ายคือราคาเฉลี่ยที่แย่ลง และไม้ชั้นบนโดนตัดง่ายถ้าราคาย่อลึก

กฎข้อเดียวของการเพิ่มไม้: เลื่อน Stop loss ก่อน แล้วคำนวณ lot ไม้ใหม่จากขาดทุนรวมกรณีแย่สุดของทุกไม้ ไม่ใช่จากไม้ใหม่ไม้เดียว

① Buy 0.20 @ 1.1000 ② +0.10 @ 1.1060 ③ +0.05 @ 1.1120 ปิดทั้งหมดที่ 1.1180 รวม +$510 SL 1.0950 SL ทุกไม้ 1.1010 SL ทุกไม้ 1.1070 ช่วง ① 0.20 lot · ถ้าโดน SL เสีย $100 (1% ของทุน $10,000) ช่วง ② รวม 0.30 lot · SL ทุกไม้ที่ 1.1010 · ถ้าโดน รวม −$30 ช่วง ③ รวม 0.35 lot · SL ทุกไม้ที่ 1.1070 · ถ้าโดน รวม +$125
แผนภาพพีระมิด 3 ชั้น เส้นราคาเป็นชุดสมมติเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ราคาตลาดจริง เส้นประสีแดงคือ Stop loss ที่ถูกเลื่อนขึ้นก่อนเพิ่มไม้ทุกครั้ง ตัวเลขขาดทุนรวมคำนวณจากทุกไม้ที่เปิดอยู่ ณ ช่วงนั้น

ถัวขาดทุนทำให้ความเสี่ยงเกินแผนทันที

ใช้ตัวอย่างเดิม ไม้แรก 0.20 lot ที่ 1.1000 SL 1.0950 ราคาลงมา 1.0970 แล้วเปิดเพิ่มอีก 0.20 lot

  • ราคาเฉลี่ยใหม่ = (1.1000 + 1.0970) ÷ 2 = 1.0985 ดูดีขึ้น
  • ถ้าโดน SL เดิม ไม้แรกเสีย 100 ไม้สองเสีย 20 × 0.20 × 10 = 40 รวม −140 ดอลลาร์ หรือ 1.4% เกินแผน 1%

ไม้แรกใช้งบความเสี่ยงไปหมดตั้งแต่เปิด ไม้ที่เพิ่มในทิศขาดทุนจึงเป็นความเสี่ยงส่วนเกินทั้งหมด ทางเดียวที่จะถัวโดยไม่เกินแผนคือแบ่งงบตั้งแต่แรก เช่น วางแผนสองไม้แล้วคำนวณ lot ให้ขาดทุนรวมถึง SL ไม่เกิน 1% ซึ่งก็คือการเข้าไม้ขนาดเดิมแค่แบ่งราคาเข้า ไม่ใช่การแก้ไม้ที่ผิด

Partial close: ราคาเฉลี่ยไม่เปลี่ยน แต่รูปผลลัพธ์เปลี่ยน

การปิดบางส่วนไม่ได้เปลี่ยนราคาเข้าของส่วนที่เหลือ ไม้ 0.20 lot ที่ปิด 0.10 ที่ 1R ยังเหลือ 0.10 lot ที่ราคาเข้าเดิม ที่เปลี่ยนคือ

  • ความเสี่ยงที่เหลือ ลดลงครึ่งทันที ถ้าย้าย SL ของส่วนที่เหลือไปจุดเข้า (BE) ไม้นี้แย่สุดคือได้ +0.5R
  • อัตราชนะ สูงขึ้น เพราะไม้ที่ถึง 1R ทุกไม้ได้กำไรแล้ว
  • กำไรของไม้ที่วิ่งไกล ลดลงครึ่งหนึ่ง เพราะเหลือแค่ครึ่ง lot ไปถึงเป้า

คำถามจริงคือ ได้กับเสียหักกันแล้วเป็นยังไง ต้องเทียบโดยให้ทุกแผนเจอราคาชุดเดียวกัน

Expectancy ของแผนปิดแต่ละแบบ

Expectancy คือกำไรเฉลี่ยต่อไม้ในหน่วย R คิดจากผลแต่ละแบบคูณโอกาส แล้วรวมกัน เราใช้แบบจำลองง่าย ๆ ราคาขยับทีละ 0.1R โอกาสขึ้น 50.5% ลง 49.5% คือมีความได้เปรียบเล็กน้อยในทิศเรา แล้วคำนวณโอกาสถึงแต่ละระดับด้วยสูตรของ Random walk ใน node ได้

  • ถึง +1R ก่อน SL: 55.0% · ถึง +2R ก่อน SL: 40.2% · ถึง +3R ก่อน SL: 32.9%
  • เมื่ออยู่ที่ +1R แล้ว: ไปถึง +3R ก่อนกลับมาจุดเข้า 40.2% · ไปถึง +3R ก่อนกลับมา SL เดิม 59.9%

ตัวอย่างคำนวณแผน ปิด 50% ที่ 1R ย้ายที่เหลือไป BE เป้า 3R ต่อ 100 ไม้

  1. 45.0 ไม้ไม่ถึง 1R โดน SL: 45.0 × (−1R) = −45.0R
  2. 55.0 × 40.2% = 22.1 ไม้ ปิดครึ่งที่ 1R แล้วครึ่งที่เหลือถึง 3R: 0.5 + 1.5 = +2R ต่อไม้ รวม +44.2R
  3. 55.0 − 22.1 = 32.9 ไม้ ปิดครึ่งที่ 1R แล้วครึ่งที่เหลือโดน BE: +0.5R ต่อไม้ รวม +16.4R
  4. รวม −45.0 + 44.2 + 16.4 = +15.6R ต่อ 100 ไม้ หรือ +0.156R ต่อไม้ อัตราชนะ 55.0%
แผนออกอัตราชนะExpectancy ต่อไม้
ปิดหมดที่ 1R55.0%+0.100R
ปิดหมดที่ 2R40.2%+0.205R
ปิดหมดที่ 3R32.9%+0.317R
ปิด 50% ที่ 1R ที่เหลือไป 3R (SL เดิม)32.9%+0.208R
ปิด 50% ที่ 1R ที่เหลือ BE แล้วไป 3R55.0%+0.156R
เป้า 3R เลื่อน SL ไป BE เมื่อถึง 1R22.1%+0.213R

แถวที่ 4 ชนะ 32.9% เพราะไม้ที่ถึง 1R แล้วกลับมาโดน SL เดิมจะได้ +0.5R เสีย −0.5R เท่าทุนพอดี (22.1% ของไม้ทั้งหมด) สองข้อที่ตารางนี้บอก

  • Partial close คือค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก แผนแถว 4 ได้ครึ่งหนึ่งของแผน 1R บวกครึ่งหนึ่งของแผน 3R พอดี (0.100 + 0.317) ÷ 2 ≈ 0.208 ส่วนแผนแถว 5 ได้ครึ่งหนึ่งของแผน 1R บวกครึ่งหนึ่งของแผนแถว 6 คือ (0.100 + 0.213) ÷ 2 ≈ 0.156 เพราะครึ่ง lot สองก้อนคือสองออเดอร์อิสระบนราคาชุดเดียวกัน การปิดบางส่วนจึงไม่มีทางได้ Expectancy เกินแผนที่ดีที่สุดในส่วนผสม
  • ถ้าไม่มีความได้เปรียบเลย (โอกาสขึ้นลง 50/50) ทุกแผนได้ Expectancy ศูนย์ก่อนต้นทุน แผนปิดครึ่งแล้วย้ายไป BE ชนะ 50% ส่วนแผนเป้า 3R ชนะแค่ 25% แต่ Expectancy เท่ากัน อัตราชนะที่สูงขึ้นมาจากการแบ่งผลลัพธ์ ไม่ใช่ความได้เปรียบ เรื่องนี้เชื่อมกับบท อัตราชนะสูงไม่ได้แปลว่ากำไร
ปิดหมดที่ 1R ปิดหมดที่ 2R ปิดหมดที่ 3R ปิด 50% ที่ 1R ที่เหลือ 3R (SL เดิม) ปิด 50% ที่ 1R ที่เหลือ BE แล้ว 3R เป้า 3R เลื่อน SL ไป BE ที่ 1R +0.100R · ชนะ 55.0% +0.205R · ชนะ 40.2% +0.317R · ชนะ 32.9% +0.208R · ชนะ 32.9% +0.156R · ชนะ 55.0% +0.213R · ชนะ 22.1% 0R Expectancy ต่อไม้ (R)
คำนวณจากแบบจำลอง Random walk ที่ราคาขยับทีละ 0.1R โอกาสขึ้น 50.5% ทุกแผนเจอราคาชุดเดียวกัน แท่งสีน้ำเงินคือปิดหมดในครั้งเดียว แท่งสีเขียวคือแผนที่มีการปิดบางส่วนหรือเลื่อน SL เป็นแบบจำลองเพื่ออธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลตลาดจริง

แบบจำลองนี้มีราคาที่ไหลไปทางเดียวเล็กน้อย เป้าไกลจึงชนะ ในตลาดที่ราคาชอบย้อนกลับ ผลอาจกลับด้านได้ ตัวเลขจึงไม่ได้บอกว่าแผนไหนดีที่สุด สิ่งที่ใช้ได้ทุกตลาดคือโครงสร้าง Partial close เป็นส่วนผสมของแผนปิดหมดเสมอ ถ้าอยากรู้ว่าระบบตัวเองควรใช้แผนไหน ให้วัดว่าไม้ของระบบไปถึง 1R, 2R, 3R บ่อยแค่ไหน ดูเพิ่มที่ Take profit ใกล้หรือไกล

จากการทดสอบย้อนหลังของเรา

เราทดสอบการเพิ่มไม้ การป้องกันกำไร และการลาก SL ในหลายระบบบนทองคำ (XAUUSD) ใน Strategy Tester ของ MT5 วิธีตัดสินคือเทียบกับการเพิ่ม lot ตรง ๆ ที่ drawdown เท่ากัน เพราะการเพิ่มขนาดแบบไหนก็ทำให้กำไรดูมากขึ้นได้ คำถามคือได้มากขึ้นต่อความเสี่ยงหรือเปล่า

การทดสอบไม่ใช้ใช้
เพิ่มไม้เมื่อราคาผ่านระดับ Fibonacci ถัดไป (M1 ม.ค.–ก.ค. 2026 ทดสอบทุก tick 0.02 lot ต่อไม้)+5,608 DD 10.6%+7,687 DD 27.3%
เพิ่มไม้ตามกำไรในระบบเป้าไกล (tick จริงปี 2026 ทุน 3,000)+2,532 equity DD 265+3,644 equity DD 495
เลื่อน SL ไปทุนเมื่อถึง 30% ของระยะเป้า (ระบบหลายกลยุทธ์ tick จริงปี 2026 ทุน 6,000)+12,757+11,621
ล็อกกำไรบางส่วนเมื่อถึง 30% ของระยะเป้า (ชุดเดียวกัน)+12,757+10,196
ลาก SL แบบขั้นบันได 4 แบบ (ขาเป้าใกล้ของระบบเดียวกัน tick จริงปี 2026 ทุน 3,000)+2,532 equity DD 265+2,096 ถึง +2,319 equity DD 292–331
  • การเพิ่มไม้ส่วนใหญ่คือการเพิ่ม lot แบบอ้อม แถวแรกกำไรขึ้น 37% แต่ drawdown เกือบสามเท่า ขณะที่เปิดแบบเดิมด้วย lot สองเท่าประเมินได้ราว +11,216 ที่ drawdown ประมาณ 21% ดีกว่าทั้งสองด้าน แถวสองกำไรขึ้น 44% แต่ equity drawdown ขึ้น 87%
  • มีข้อยกเว้นหนึ่งแบบ ระบบเล่นย่อบนทองคำ M15 ที่เพิ่มไม้เดียวหลังราคาไปทางกำไรครึ่งหนึ่งของกรอบ และย้าย SL ไม้แรกไปจุดเข้าก่อน ปี 2026 (tick จริง) กำไร +2,843 → +5,868 ที่ drawdown 24.75% → 26.02% และปี 2022–2025 (tick จำลอง) รวม +1,300 → +2,261 ที่ drawdown สูงสุด 37.7% → 25.2% แต่ปี 2022 และ 2023 ยังขาดทุนทั้งสองแบบ คือดีขึ้นเฉพาะในระบบที่ราคามักวิ่งไกลหลังไปถูกทาง และยังต้องผ่านการเทียบแบบเดียวกันทุกครั้ง
  • ตัวป้องกันกำไรเพิ่มจำนวนไม้ จาก 2,444 เป็น 3,531 ไม้ เพราะไม้ที่ถูกตัดที่ทุนแล้วระบบเข้าใหม่ และบางไม้แพ้ซ้ำ ปี 2025 และ 2024 (tick จำลอง) ผลต่างกันไม่ถึง 100 ดอลลาร์ทั้งสองทาง สอดคล้องกับผลในบท เลื่อน Stop loss ไปจุดคุ้มทุน
  • การลาก SL แพ้เป้าตายตัวแบบเป็นลำดับ ยิ่งลากเข้าใกล้เร็ว ยิ่งได้น้อย และ drawdown กลับสูงขึ้น

ทั้งหมดเป็นผลทดสอบย้อนหลัง ผลในอดีตไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง วิธีอ่านกำไรต่อ drawdown ในรายงาน ดูได้ที่ อ่านรายงาน Backtest ของ MT5

ใช้ Scaling ให้สมเหตุสมผล

  • เขียนแผนก่อนเข้า ว่าเพิ่มที่ไหน ปิดบางส่วนที่ไหน และขนาดเท่าไร อย่าตัดสินระหว่างที่ไม้วิ่ง
  • ความเสี่ยงรวมของทุกไม้ ≤ แผนเดิม ทุกครั้งที่เพิ่ม ใช้ เครื่องคิดเลขขนาด lot คำนวณไม้ใหม่จากงบที่เหลือหลังเลื่อน SL ไม่ใช่จาก 1% ใหม่
  • ไม้ชั้นบนเล็กกว่าชั้นล่าง ราคาเฉลี่ยจะไม่ไหลขึ้นไปใกล้ SL เร็วเกินไป
  • นับคู่ที่สัมพันธ์กันเป็นไม้เดียวกัน Buy EURUSD แล้ว Buy GBPUSD เพิ่ม ใกล้เคียงกับการเพิ่มไม้ในทิศเดิม อ่าน Correlation และความเสี่ยงของพอร์ต
  • เทียบกับการเพิ่ม lot ตรง ๆ ก่อนใช้จริง ถ้าอยากให้ขนาดไม้โตตามทุน การทบตามยอดเงินมักควบคุมง่ายกว่า อ่าน ทบต้นด้วยขนาดไม้
  • เช็ก lot ขั้นต่ำ 0.01 lot แบ่งครึ่งไม่ได้ ถ้าจะปิดครึ่งต้องเปิดอย่างน้อย 0.02 lot

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เพิ่มไม้ก่อนเลื่อน SL ระหว่างนั้นความเสี่ยงรวมเกินแผน ถ้าราคากลับทันที ขาดทุนจะมากกว่าที่ตั้งใจ ในตัวอย่างข้างบน ถ้าเพิ่ม 0.10 lot โดย SL ยังอยู่ 1.0950 ขาดทุนรวมถ้าโดนคือ 210 ดอลลาร์
  • คิดว่าปิดบางส่วนคือกำไรฟรี อัตราชนะสูงขึ้น แต่ Expectancy เป็นแค่ค่าเฉลี่ยของแผนที่ผสม ถ้าระบบไม่มีความได้เปรียบ ปิดแบบไหนก็ไม่มีกำไรหลังต้นทุน
  • เรียกการถัวขาดทุนว่า Scaling in ถ้าเพิ่มไม้ตอนติดลบ ราคาเฉลี่ยดีขึ้นแต่ความเสี่ยงเกินแผน นั่นคือไม้แก้ ไม่ใช่พีระมิด
  • คำนวณ lot ไม้ใหม่จาก 1% เต็ม ทุกชั้นเสี่ยง 1% ใหม่ สามชั้นก็คือเสี่ยงเกือบ 3% ในทิศเดียว
  • ตัดสินจากไม้ที่จำได้ ไม้ที่ปิดครึ่งแล้วราคาวิ่งต่อจนเสียดาย หรือไม้ที่ไม่ปิดแล้วกลับมาโดน SL ต่างก็เป็นแค่ไม้เดียว ต้องนับทั้งหมดในบันทึกการเทรด หรือคำนวณ RR จริงด้วย เครื่องคิดเลข RR
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

ปิดบางส่วนที่ 1R ดีกว่าถือถึงเป้าไหม

ขึ้นกับว่าราคาของระบบนั้นมักวิ่งไกลหรือย้อนกลับ ถ้าไม่มีความได้เปรียบเลย ทุกแผนได้ Expectancy เท่ากันที่ศูนย์ก่อนต้นทุน การปิดบางส่วนแค่เปลี่ยนรูปผลลัพธ์ให้ชนะบ่อยขึ้นแต่ได้ทีละน้อยลง ต้องวัดจากข้อมูลของระบบตัวเองว่าแบบไหนคุ้มกว่า

เพิ่มไม้ตามกำไรต่างจากเปิด lot ใหญ่ตั้งแต่แรกยังไง

เพิ่มไม้ตามกำไรทำให้ขนาดใหญ่ขึ้นเฉพาะไม้ที่ไปถูกทางแล้ว แต่ราคาเฉลี่ยแย่ลง และไม้ใหม่ถูกตัดง่ายเมื่อราคาย่อ ในการทดสอบของเราส่วนใหญ่ การเพิ่ม lot ตรง ๆ ให้กำไรต่อ drawdown ดีกว่า จึงควรเทียบสองแบบนี้ที่ความเสี่ยงเท่ากันก่อนเลือก

ใช้ 0.01 lot ปิดครึ่งได้ไหม

ไม่ได้ ขนาดเล็กสุดของบัญชีส่วนใหญ่คือ 0.01 lot และขยับทีละ 0.01 ถ้าอยากปิดครึ่ง ต้องเปิดอย่างน้อย 0.02 lot และคำนวณความเสี่ยงจากขนาดนั้น ดูขั้น lot ได้ใน Contract specification ของสัญลักษณ์

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงกลาง

ต้องเทรดกี่ไม้ ผลถึงเชื่อได้ ขนาดตัวอย่างกับความคลาดเคลื่อนของสถิติ

อัตราชนะและกำไรเฉลี่ยจาก 50 ไม้แกว่งได้กว้างมาก คำนวณ Standard error ช่วงความเชื่อมั่นของ Expectancy ในหน่วย R และจำลอง 20 คนที่ใช้ระบบเดียวกัน

อ่าน 9 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงกลาง

Trailing stop 7 แบบ เทียบด้วยตัวเลข: ลากแคบได้ไม้ชนะเล็ก ไม้ใหญ่หายไป

Trailing stop แบบระยะคงที่ ATR/Chandelier, Swing low, เส้น MA, Parabolic SAR, บันได และออกตามเวลา ทำงานยังไง จำลอง 20,000 เส้นทางเทียบค่าคาดหวัง พร้อมผลทดสอบบนทองคำ

อ่าน 14 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงกลาง

เลื่อน Stop loss ไปจุดคุ้มทุน (Break-even) ช่วยจริงไหม

ราคาวิ่งไปทางกำไรแล้วย้อนกลับมาโดน Stop loss เจ็บใจทุกครั้ง แต่การเลื่อน SL ไปจุดเข้าเร็วเกินไปอาจทำให้กำไรรวมลดลง ดูตัวเลขให้เห็นว่าได้กับเสียหักกันแล้วเป็นยังไง

อ่าน 4 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์