ตั้ง Take Profit ใกล้หรือไกล ผลทดสอบบนทองคำบอกว่ามีจุดพอดี
เป้าใกล้ชนะบ่อยแต่ได้น้อย เป้าที่ยอดเดิมพอดีหรือไกลเกินก็ไปไม่ถึง ดูผลทดสอบย้อนหลังหลายระบบบนทองคำ พร้อมสูตรค่าคาดหวังและตัวอย่างคำนวณ
- เป้าใกล้ชนะบ่อย แต่กำไรต่อความเสี่ยงต่ำ เพราะจ่าย spread ทุกไม้และไม่มีไม้ใหญ่มาชดเชย
- เป้าที่ยอดเดิมพอดีมักแย่ การรับย่อตัวที่ระดับ Fibonacci ในข้อมูลเราได้ผลดีสุดเมื่อเป้าอยู่ไม่เกินราวครึ่งทาง
- เป้าไกลเกินไปก็แย่ เพราะโอกาสถึงเป้าลดลงเร็วกว่ากำไรที่เพิ่มขึ้น
- ค่าคาดหวัง = โอกาสชนะ × กำไร − โอกาสแพ้ × ขาดทุน ต้องดูสองฝั่งพร้อมกันเสมอ
- ขยับ TP นิดหน่อยแทบไม่เปลี่ยนผล อย่าเสียเวลาปรับทศนิยม
Take Profit (TP) คือราคาที่ตั้งไว้ปิดไม้เมื่อได้กำไร คำตอบสั้น ๆ ของคำถามว่าควรตั้งใกล้หรือไกล คือ ทั้งสองทางผิดได้ เป้าใกล้มากชนะบ่อยแต่ได้กำไรน้อยเมื่อเทียบกับความเสี่ยง เป้าที่ยอดเดิมพอดีหรือไกลเกินก็ไปไม่ค่อยถึง ในการทดสอบย้อนหลังของเรา ผลเป็นรูปเนินที่มียอด และยอดอยู่คนละที่ในแต่ละระบบ บทนี้อธิบายว่าทำไมเป็นแบบนั้น พร้อมตัวเลขที่เราวัดได้
ทำไมเป้าใกล้ถึงชนะบ่อย
ลองสมมติว่าราคาเดินแบบสุ่มล้วน ไม่มีใครได้เปรียบ คณิตศาสตร์บอกว่าโอกาสที่ราคาจะถึง TP ก่อน Stop loss (SL จุดตัดขาดทุน) เท่ากับ
โอกาสถึง TP = ระยะ SL ÷ (ระยะ SL + ระยะ TP)
ถ้าวาง SL ห่าง 10 ดอลลาร์
| ระยะ TP | โอกาสถึง TP ถ้าราคาเดินสุ่ม |
|---|---|
| 3 ดอลลาร์ | 10 ÷ 13 = 76.9% |
| 10 ดอลลาร์ | 10 ÷ 20 = 50% |
| 20 ดอลลาร์ | 10 ÷ 30 = 33.3% |
| 30 ดอลลาร์ | 10 ÷ 40 = 25% |
เป้ายิ่งไกล โอกาสถึงยิ่งน้อย นี่คือเหตุผลที่เป้าใกล้ชนะบ่อย แต่การชนะบ่อยไม่ได้แปลว่าได้เงิน ลองคิดค่าคาดหวังของ TP 3 ดอลลาร์ ที่ 0.01 lot ทองคำ (1 ออนซ์ ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ ได้เสีย 1 ดอลลาร์)
- ชนะ: 0.769 × 3 = 2.31
- แพ้: 0.231 × 10 = 2.31
- ค่าคาดหวัง = 2.31 − 2.31 = 0
ทุกระยะในตารางให้ผลศูนย์เหมือนกัน ถ้าราคาเดินสุ่ม ตั้ง TP ที่ไหนก็ไม่ได้เปรียบ ความต่างอยู่ที่ต้นทุนกับความได้เปรียบที่เรามี ซึ่งเป็นเรื่องของหัวข้อถัดไป ถ้ายังไม่คุ้นกับการเทียบอัตราชนะกับ RR (Risk:Reward อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยง) อ่าน อัตราชนะกับจุดคุ้มทุน ประกอบได้
ค่าคาดหวัง: คำนวณทีละขั้น
ค่าคาดหวัง (Expectancy) คือเงินเฉลี่ยที่ได้หรือเสียต่อไม้ถ้าเทรดไปนาน ๆ
ค่าคาดหวัง = โอกาสชนะ × กำไร − โอกาสแพ้ × ขาดทุน − ต้นทุน
สมมติต้นทุน spread (ส่วนต่างราคาซื้อขาย) ไม้ละ 0.30 ดอลลาร์ ใกล้กับราว 0.27 ดอลลาร์ต่อไม้ที่ 0.01 lot ที่เราวัดได้บนทองคำ SL ยังห่าง 10 ดอลลาร์
ขั้นที่ 1 หาอัตราชนะที่ต้องได้เพื่อเท่าทุน = (ระยะ SL + spread) ÷ (ระยะ SL + ระยะ TP)
| ระยะ TP | ถ้าสุ่ม | ต้องได้เพื่อเท่าทุน | ต้องเหนือสุ่ม |
|---|---|---|---|
| 3 ดอลลาร์ | 76.9% | 10.3 ÷ 13 = 79.2% | 2.3 จุด |
| 10 ดอลลาร์ | 50.0% | 10.3 ÷ 20 = 51.5% | 1.5 จุด |
| 20 ดอลลาร์ | 33.3% | 10.3 ÷ 30 = 34.3% | 1.0 จุด |
เป้าใกล้ต้องการความได้เปรียบเหนือสุ่มมากกว่า เพราะ spread กินสัดส่วนใหญ่ของกำไรต่อไม้ 0.30 คือ 10% ของกำไร 3 ดอลลาร์ แต่แค่ 1.5% ของกำไร 20 ดอลลาร์
ขั้นที่ 2 ลองให้ระบบชนะเหนือสุ่ม 3 จุดเท่ากัน
TP 3 ดอลลาร์ โอกาสชนะ 76.92% + 3 = 79.92%
- ชนะ: 0.7992 × 3 = 2.40
- แพ้: 0.2008 × 10 = 2.01
- ค่าคาดหวัง = 2.40 − 2.01 − 0.30 = +0.09 ดอลลาร์ต่อไม้
TP 20 ดอลลาร์ โอกาสชนะ 33.33% + 3 = 36.33%
- ชนะ: 0.3633 × 20 = 7.27
- แพ้: 0.6367 × 10 = 6.37
- ค่าคาดหวัง = 7.27 − 6.37 − 0.30 = +0.60 ดอลลาร์ต่อไม้
ตรวจกลับ ด้วยสูตรลัด ค่าคาดหวัง = ส่วนที่ชนะเหนือสุ่ม × (ระยะ SL + ระยะ TP) − spread
- TP 3: 0.03 × 13 − 0.30 = 0.39 − 0.30 = 0.09 ตรงกัน
- TP 20: 0.03 × 30 − 0.30 = 0.90 − 0.30 = 0.60 ตรงกัน
ความได้เปรียบเท่ากัน แต่เป้าไกลทำเงินได้เกือบ 7 เท่า แต่มีเงื่อนไขสำคัญ ความได้เปรียบ 3 จุดนั้นไม่ได้คงที่ทุกระยะ พอเป้าไกลเกินจุดหนึ่ง ระบบจริงมักชนะสุ่มน้อยลง หรือแพ้สุ่ม ซึ่งตรงกับที่เราเห็นในข้อมูลข้างล่าง
หลักฐานข้อ 1: เพดานกำไรใกล้ ๆ ทำให้กำไรหาย
ระบบรับย่อตัว 3 ชุดบนคลื่นใหญ่ของ ZigZag (คลื่นยาวอย่างน้อย 1% ของราคา) ปกติตั้ง TP ที่ระดับ Fibonacci เราลองบังคับให้ TP ห่างไม่เกิน 3 หรือ 5 ดอลลาร์ของราคา ทดสอบย้อนหลังบนทองคำ (XAUUSD) M1 ปี 2026 ด้วยข้อมูล tick จริง ไม้ละ 0.10 lot ทุนตั้งต้น 10,000 ดอลลาร์
| TP | ไม้ | อัตราชนะ | กำไรสุทธิ | Drawdown สูงสุด | กำไร ÷ Drawdown |
|---|---|---|---|---|---|
| ไม่เกิน 3 ดอลลาร์ | 1,229 | 83% | +2,182 | 2,835 | 0.77 |
| ไม่เกิน 5 ดอลลาร์ | 890 | 76% | +3,685 | 2,974 | 1.24 |
| ตามระดับ Fibonacci | 362 | 42% | +12,461 | 3,941 | 3.16 |
Drawdown คือเงินทุนที่ลดลงจากจุดสูงสุดมากที่สุดระหว่างทาง เพดานกำไรทำให้ชนะบ่อยขึ้นจริง แต่กำไรเหลือแค่ 2,182 ÷ 12,461 = 17.5% และ 3,685 ÷ 12,461 = 29.6% ของเดิม ขณะที่ drawdown ลดลงแค่ราว 25–28% จำนวนไม้เพิ่มเพราะปิดเร็วแล้วเข้าซ้ำ ยิ่งเทรดถี่ยิ่งจ่าย spread บ่อย
อีกระบบหนึ่ง รับย่อตัวในกรอบราคาล่าสุด 150 แท่ง ทองคำ M1 ทดสอบต่อเนื่อง 1 มกราคม 2022 ถึง 20 สิงหาคม 2026 ไม้ละ 0.01 lot ทุน 3,000 ดอลลาร์ เปลี่ยนอย่างเดียวคือ TP ถ้าตั้งเป้าแค่ 61.8% ของทางกลับไปยอดกรอบ พอร์ตขาดทุน 3,001 ดอลลาร์ หรือหมดพอร์ต (drawdown 100%) อัตราชนะ 44.1% ถ้าปล่อยเป้าเลยยอดกรอบออกไป ได้ +2,400 ดอลลาร์ drawdown 38.2% อัตราชนะ 20.9%
ผลทั้งหมดในบทนี้เป็นผลทดสอบย้อนหลัง ผลในอดีตไม่ได้บอกผลในอนาคต ตัวเลขไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง
หลักฐานข้อ 2: เป้าที่ยอดเดิมพอดีกลับแย่
ถ้าเพดานใกล้ไม่ดี ไกลสุดทางก็น่าจะดีกว่า แต่ไม่ใช่สำหรับการรับย่อตัวที่ระดับ Fibonacci (ทบทวนเรื่องระดับ Fibonacci)
เรานับทุกครั้งที่ราคาย่อลงมาชนระดับ 61.8 ของคลื่นใหญ่ บนทองคำ M1 ปี 2022–2026 ได้ 357 ครั้ง สมมติวาง SL ที่ 88.6 (เสี่ยง 26.8 หน่วยของคลื่น) แล้วดูว่าราคาไปถึงเป้าแต่ละระดับก่อนโดน SL กี่ครั้ง
| เป้า | กำไร (หน่วยคลื่น) | ถึงจริง | ถ้าสุ่ม | ส่วนที่เหนือสุ่ม × (SL + TP) |
|---|---|---|---|---|
| 50 | 11.8 | 74% | 69% | 0.05 × 38.6 = 1.93 |
| 38.2 | 23.6 | 57% | 53% | 0.04 × 50.4 = 2.02 |
| 23.6, 11.8, 0 | 38.2 ขึ้นไป | ต่ำกว่าสุ่ม | ติดลบ |
คอลัมน์สุดท้ายคือสูตรลัดจากหัวข้อก่อน (ก่อนหัก spread และเป็นค่าประมาณเพราะเปอร์เซ็นต์ถูกปัดเศษ) เป้า 38.2 ซึ่งคือราว 38% ของทางกลับ (23.6 ÷ 61.8) ให้ค่าสูงสุด เลยครึ่งทางไปแล้วโอกาสถึงตกต่ำกว่าสุ่ม ค่าคาดหวังจึงติดลบ ตัวเลขชุดนี้เป็นการนับเหตุการณ์ ไม่มีตัวกรองอื่นของระบบ ใช้เลือกระยะเป้าได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลขกำไรจริง
ผลทดสอบระบบจริงก็ไปทางเดียวกัน ระบบรับย่อตัวในโซน 61.8–78.6 ของคลื่นใหญ่ (มีแบบที่ต้องเจอ FVG ช่องว่างราคา ด้วย ดูคำอธิบายใน บท ICT) ทองคำ M1 ไม้ละ 0.10 lot ทุน 10,000 ดอลลาร์ ปี 2022–2025 ใช้ข้อมูลราย 1 นาที มกราคมถึงกันยายน 2026 ใช้ tick จริง ผลรวมเกือบ 5 ปี
| แบบ | TP 38.2 | TP 0 (เต็มทาง) |
|---|---|---|
| SL 100 ไม่ใช้ FVG | +1,605 | −3,657 |
| SL 100 ใช้ FVG | +2,566 | −1,938 |
| SL 88.6 ไม่ใช้ FVG | +20 | −4,742 |
| SL 88.6 ใช้ FVG | +1,592 | −2,710 |
ทั้ง 4 คู่ เป้าเต็มทางขาดทุน อัตราชนะตกจาก 35–54% เหลือ 16–30% ผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง
หลักฐานข้อ 3: ไกลเกินไปก็ตก
ระบบ breakout (เข้าเมื่อราคาทะลุกรอบ) ของ Donchian channel บน M15 ตั้งเป้าเป็น Fibonacci extension (ระดับที่ยื่นเลยยอดคลื่นออกไป เช่น 161.8 คือเลยยอดไปอีก 61.8% ของคลื่น) เรากวาดขนาดเป้า 4 ระดับ ทองคำ 5 มกราคม–25 กรกฎาคม 2026 ข้อมูล tick จริง ไม้ละ 0.02 lot ทุน 3,000 ดอลลาร์
อัตราชนะลดจาก 28% ที่เป้า 161.8 เหลือ 16% ที่เป้า 423.6 เป้าไกลถึงได้เฉพาะเดือนที่มีเทรนด์ยาว เดือนที่ราคาแกว่งในกรอบจึงกลายเป็นขาดทุน
อีกระบบ รับย่อตัวที่ 61.8 แล้ววัดเป้าเป็นสัดส่วนของคลื่น (100 = กลับไปถึงยอดเดิม เกิน 100 = ทะลุยอดเดิม) ทองคำ M1 ทดสอบต่อเนื่องราว 4.6 ปี ทุน 3,000 ดอลลาร์ เราเทียบด้วยกำไร ÷ drawdown เพราะแถว 250 ใช้ 0.02 lot แถวอื่นใช้ 0.01 lot ค่านี้ไม่ขึ้นกับขนาด lot มากนัก
| เป้า | 45 | 61.8 | 250 | 400 |
|---|---|---|---|---|
| กำไร ÷ Drawdown | 0.39 | 1.22 | 4.43 | 0.39 |
ระบบนี้ยอดเนินอยู่เลยยอดเดิมไปไกล ต่างจากตารางก่อนหน้าที่ยอดอยู่ไม่ถึงครึ่งทาง แต่รูปร่างเหมือนกัน ใกล้ไปก็แย่ ไกลไปก็ตกหน้าผา ผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง
ไม่มีระยะ TP ที่ถูกกับทุกระบบ แต่ทุกระบบที่เราทดสอบมีรูปเนิน ใกล้สุดและไกลสุดแย่ทั้งคู่
ขยับ TP นิดหน่อย แทบไม่มีผล
เมื่อเห็นราคาเกือบถึง TP แล้วเด้งกลับ หลายคนอยากดึง TP เข้ามาอีกนิด เราลองกับระบบรวมรับย่อตัว 3 แบบ ทุน 6,000 ดอลลาร์ รวมผลปี 2024–2026 (ปี 2026 ใช้ tick จริง)
| ดึง TP เข้ามา | กำไรรวม 3 ปี | เทียบไม่ดึง |
|---|---|---|
| ไม่ดึง | 16,890 | — |
| เท่า spread | 16,943 | +0.3% |
| 3% ของระยะ TP | 16,897 | +0.04% |
| 6% ของระยะ TP | 16,622 | −1.6% |
| 12% ของระยะ TP | 16,392 | −2.9% |
ดึงนิดเดียวต่างกันแค่ราว 0.3% หรือน้อยกว่า อยู่ในระดับความคลาดเคลื่อน ดึงมากขึ้นแย่ลงเรื่อย ๆ ผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต งานที่คุ้มกว่าคือเลือกช่วงเป้าให้ถูก ไม่ใช่ขัดทศนิยม
วิธีเลือก TP สำหรับระบบของตัวเอง
- เขียนกติกาเป้าให้ชัด เช่น ระดับ Fibonacci หรือระยะเป็นเท่าของ SL
- ทดสอบหลายระยะเป็นช่วงกว้าง ตั้งแต่ใกล้มากจนเลยยอดเดิมไปไกล
- ดูทั้งกำไรสุทธิ กำไร ÷ drawdown และจำนวนเดือนที่บวก ไม่ใช่ดูอัตราชนะอย่างเดียว
- เลือกจุดบนเนินที่ค่าข้างเคียงก็ยังดี ไม่ใช่ยอดแหลมจุดเดียว (อ่านเพิ่มใน ยอดแหลมกับที่ราบ)
- ถ้าเป้าไกล เตรียมใจกับการแพ้ติดกันยาว (การแพ้ติดกันเป็นเรื่องปกติ)
ใช้เครื่องมือคำนวณ RR ท้ายบทเพื่อดูว่าแต่ละระยะ TP ต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเท่าทุน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เลือก TP ใกล้เพราะอยากชนะบ่อย อัตราชนะ 83% ในตารางแรกได้กำไรน้อยกว่าอัตราชนะ 42% เกือบ 6 เท่า
- ตั้ง TP ที่ยอดเดิมพอดีเพราะดูสมเหตุสมผล ในข้อมูลเรา เป้าเต็มทางของการรับย่อตัวขาดทุนทุกแบบที่ทดสอบ
- ขยายเป้าไปเรื่อย ๆ เพราะเห็นไม้ที่วิ่งไกลบนกราฟ ไม้แบบนั้นมีจริง แต่ไม่บ่อยพอจะชดเชยไม้ที่ไปไม่ถึง
- ลืมต้นทุน เป้ายิ่งใกล้ spread ยิ่งกินสัดส่วนของกำไรมาก บน timeframe เล็กยิ่งชัด (ต้นทุน spread บน timeframe เล็ก)
- ใช้ระยะ TP ของระบบหนึ่งกับอีกระบบ ยอดเนินอยู่คนละที่ ต้องทดสอบใหม่ทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อย
ควรตั้ง TP ที่ RR เท่าไหร่ดี
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกกับทุกระบบ ในการทดสอบของเรา จุดที่ดีที่สุดอยู่คนละที่ในแต่ละระบบ วิธีที่ใช้ได้คือทดสอบหลายระยะเป็นช่วง ดูว่าผลเป็นเนินแบบไหน แล้วเลือกจุดที่ค่าข้างเคียงก็ยังดี ไม่ใช่จุดเดียวที่ดีที่สุด
ทำไมเป้าที่ยอดเดิมพอดีถึงไปไม่ค่อยถึง
เราตอบได้แค่จากข้อมูล ในการนับเหตุการณ์ของเรา เป้าที่เลยครึ่งทางกลับไปยอดเดิม โอกาสถึงต่ำกว่าที่ราคาเดินแบบสุ่มจะให้ คำอธิบายที่นิยมคือคนจำนวนมากวางคำสั่งไว้ที่ยอดเดิม แต่ข้อนี้เราไม่ได้พิสูจน์
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด