เรียนรู้ › จัดการความเสี่ยง

ตั้ง Take Profit ใกล้หรือไกล ผลทดสอบบนทองคำบอกว่ามีจุดพอดี

เป้าใกล้ชนะบ่อยแต่ได้น้อย เป้าที่ยอดเดิมพอดีหรือไกลเกินก็ไปไม่ถึง ดูผลทดสอบย้อนหลังหลายระบบบนทองคำ พร้อมสูตรค่าคาดหวังและตัวอย่างคำนวณ

กลาง อ่าน 9 นาที 16 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • เป้าใกล้ชนะบ่อย แต่กำไรต่อความเสี่ยงต่ำ เพราะจ่าย spread ทุกไม้และไม่มีไม้ใหญ่มาชดเชย
  • เป้าที่ยอดเดิมพอดีมักแย่ การรับย่อตัวที่ระดับ Fibonacci ในข้อมูลเราได้ผลดีสุดเมื่อเป้าอยู่ไม่เกินราวครึ่งทาง
  • เป้าไกลเกินไปก็แย่ เพราะโอกาสถึงเป้าลดลงเร็วกว่ากำไรที่เพิ่มขึ้น
  • ค่าคาดหวัง = โอกาสชนะ × กำไร − โอกาสแพ้ × ขาดทุน ต้องดูสองฝั่งพร้อมกันเสมอ
  • ขยับ TP นิดหน่อยแทบไม่เปลี่ยนผล อย่าเสียเวลาปรับทศนิยม

Take Profit (TP) คือราคาที่ตั้งไว้ปิดไม้เมื่อได้กำไร คำตอบสั้น ๆ ของคำถามว่าควรตั้งใกล้หรือไกล คือ ทั้งสองทางผิดได้ เป้าใกล้มากชนะบ่อยแต่ได้กำไรน้อยเมื่อเทียบกับความเสี่ยง เป้าที่ยอดเดิมพอดีหรือไกลเกินก็ไปไม่ค่อยถึง ในการทดสอบย้อนหลังของเรา ผลเป็นรูปเนินที่มียอด และยอดอยู่คนละที่ในแต่ละระบบ บทนี้อธิบายว่าทำไมเป็นแบบนั้น พร้อมตัวเลขที่เราวัดได้

ทำไมเป้าใกล้ถึงชนะบ่อย

ลองสมมติว่าราคาเดินแบบสุ่มล้วน ไม่มีใครได้เปรียบ คณิตศาสตร์บอกว่าโอกาสที่ราคาจะถึง TP ก่อน Stop loss (SL จุดตัดขาดทุน) เท่ากับ

โอกาสถึง TP = ระยะ SL ÷ (ระยะ SL + ระยะ TP)

ถ้าวาง SL ห่าง 10 ดอลลาร์

ระยะ TPโอกาสถึง TP ถ้าราคาเดินสุ่ม
3 ดอลลาร์10 ÷ 13 = 76.9%
10 ดอลลาร์10 ÷ 20 = 50%
20 ดอลลาร์10 ÷ 30 = 33.3%
30 ดอลลาร์10 ÷ 40 = 25%

เป้ายิ่งไกล โอกาสถึงยิ่งน้อย นี่คือเหตุผลที่เป้าใกล้ชนะบ่อย แต่การชนะบ่อยไม่ได้แปลว่าได้เงิน ลองคิดค่าคาดหวังของ TP 3 ดอลลาร์ ที่ 0.01 lot ทองคำ (1 ออนซ์ ราคาขยับ 1 ดอลลาร์ ได้เสีย 1 ดอลลาร์)

  • ชนะ: 0.769 × 3 = 2.31
  • แพ้: 0.231 × 10 = 2.31
  • ค่าคาดหวัง = 2.31 − 2.31 = 0

ทุกระยะในตารางให้ผลศูนย์เหมือนกัน ถ้าราคาเดินสุ่ม ตั้ง TP ที่ไหนก็ไม่ได้เปรียบ ความต่างอยู่ที่ต้นทุนกับความได้เปรียบที่เรามี ซึ่งเป็นเรื่องของหัวข้อถัดไป ถ้ายังไม่คุ้นกับการเทียบอัตราชนะกับ RR (Risk:Reward อัตราส่วนกำไรต่อความเสี่ยง) อ่าน อัตราชนะกับจุดคุ้มทุน ประกอบได้

ค่าคาดหวัง: คำนวณทีละขั้น

ค่าคาดหวัง (Expectancy) คือเงินเฉลี่ยที่ได้หรือเสียต่อไม้ถ้าเทรดไปนาน ๆ

ค่าคาดหวัง = โอกาสชนะ × กำไร − โอกาสแพ้ × ขาดทุน − ต้นทุน

สมมติต้นทุน spread (ส่วนต่างราคาซื้อขาย) ไม้ละ 0.30 ดอลลาร์ ใกล้กับราว 0.27 ดอลลาร์ต่อไม้ที่ 0.01 lot ที่เราวัดได้บนทองคำ SL ยังห่าง 10 ดอลลาร์

ขั้นที่ 1 หาอัตราชนะที่ต้องได้เพื่อเท่าทุน = (ระยะ SL + spread) ÷ (ระยะ SL + ระยะ TP)

ระยะ TPถ้าสุ่มต้องได้เพื่อเท่าทุนต้องเหนือสุ่ม
3 ดอลลาร์76.9%10.3 ÷ 13 = 79.2%2.3 จุด
10 ดอลลาร์50.0%10.3 ÷ 20 = 51.5%1.5 จุด
20 ดอลลาร์33.3%10.3 ÷ 30 = 34.3%1.0 จุด

เป้าใกล้ต้องการความได้เปรียบเหนือสุ่มมากกว่า เพราะ spread กินสัดส่วนใหญ่ของกำไรต่อไม้ 0.30 คือ 10% ของกำไร 3 ดอลลาร์ แต่แค่ 1.5% ของกำไร 20 ดอลลาร์

ขั้นที่ 2 ลองให้ระบบชนะเหนือสุ่ม 3 จุดเท่ากัน

TP 3 ดอลลาร์ โอกาสชนะ 76.92% + 3 = 79.92%

  • ชนะ: 0.7992 × 3 = 2.40
  • แพ้: 0.2008 × 10 = 2.01
  • ค่าคาดหวัง = 2.40 − 2.01 − 0.30 = +0.09 ดอลลาร์ต่อไม้

TP 20 ดอลลาร์ โอกาสชนะ 33.33% + 3 = 36.33%

  • ชนะ: 0.3633 × 20 = 7.27
  • แพ้: 0.6367 × 10 = 6.37
  • ค่าคาดหวัง = 7.27 − 6.37 − 0.30 = +0.60 ดอลลาร์ต่อไม้

ตรวจกลับ ด้วยสูตรลัด ค่าคาดหวัง = ส่วนที่ชนะเหนือสุ่ม × (ระยะ SL + ระยะ TP) − spread

  • TP 3: 0.03 × 13 − 0.30 = 0.39 − 0.30 = 0.09 ตรงกัน
  • TP 20: 0.03 × 30 − 0.30 = 0.90 − 0.30 = 0.60 ตรงกัน

ความได้เปรียบเท่ากัน แต่เป้าไกลทำเงินได้เกือบ 7 เท่า แต่มีเงื่อนไขสำคัญ ความได้เปรียบ 3 จุดนั้นไม่ได้คงที่ทุกระยะ พอเป้าไกลเกินจุดหนึ่ง ระบบจริงมักชนะสุ่มน้อยลง หรือแพ้สุ่ม ซึ่งตรงกับที่เราเห็นในข้อมูลข้างล่าง

หลักฐานข้อ 1: เพดานกำไรใกล้ ๆ ทำให้กำไรหาย

ระบบรับย่อตัว 3 ชุดบนคลื่นใหญ่ของ ZigZag (คลื่นยาวอย่างน้อย 1% ของราคา) ปกติตั้ง TP ที่ระดับ Fibonacci เราลองบังคับให้ TP ห่างไม่เกิน 3 หรือ 5 ดอลลาร์ของราคา ทดสอบย้อนหลังบนทองคำ (XAUUSD) M1 ปี 2026 ด้วยข้อมูล tick จริง ไม้ละ 0.10 lot ทุนตั้งต้น 10,000 ดอลลาร์

TPไม้อัตราชนะกำไรสุทธิDrawdown สูงสุดกำไร ÷ Drawdown
ไม่เกิน 3 ดอลลาร์1,22983%+2,1822,8350.77
ไม่เกิน 5 ดอลลาร์89076%+3,6852,9741.24
ตามระดับ Fibonacci36242%+12,4613,9413.16

Drawdown คือเงินทุนที่ลดลงจากจุดสูงสุดมากที่สุดระหว่างทาง เพดานกำไรทำให้ชนะบ่อยขึ้นจริง แต่กำไรเหลือแค่ 2,182 ÷ 12,461 = 17.5% และ 3,685 ÷ 12,461 = 29.6% ของเดิม ขณะที่ drawdown ลดลงแค่ราว 25–28% จำนวนไม้เพิ่มเพราะปิดเร็วแล้วเข้าซ้ำ ยิ่งเทรดถี่ยิ่งจ่าย spread บ่อย

อีกระบบหนึ่ง รับย่อตัวในกรอบราคาล่าสุด 150 แท่ง ทองคำ M1 ทดสอบต่อเนื่อง 1 มกราคม 2022 ถึง 20 สิงหาคม 2026 ไม้ละ 0.01 lot ทุน 3,000 ดอลลาร์ เปลี่ยนอย่างเดียวคือ TP ถ้าตั้งเป้าแค่ 61.8% ของทางกลับไปยอดกรอบ พอร์ตขาดทุน 3,001 ดอลลาร์ หรือหมดพอร์ต (drawdown 100%) อัตราชนะ 44.1% ถ้าปล่อยเป้าเลยยอดกรอบออกไป ได้ +2,400 ดอลลาร์ drawdown 38.2% อัตราชนะ 20.9%

ผลทั้งหมดในบทนี้เป็นผลทดสอบย้อนหลัง ผลในอดีตไม่ได้บอกผลในอนาคต ตัวเลขไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง

หลักฐานข้อ 2: เป้าที่ยอดเดิมพอดีกลับแย่

ถ้าเพดานใกล้ไม่ดี ไกลสุดทางก็น่าจะดีกว่า แต่ไม่ใช่สำหรับการรับย่อตัวที่ระดับ Fibonacci (ทบทวนเรื่องระดับ Fibonacci)

เรานับทุกครั้งที่ราคาย่อลงมาชนระดับ 61.8 ของคลื่นใหญ่ บนทองคำ M1 ปี 2022–2026 ได้ 357 ครั้ง สมมติวาง SL ที่ 88.6 (เสี่ยง 26.8 หน่วยของคลื่น) แล้วดูว่าราคาไปถึงเป้าแต่ละระดับก่อนโดน SL กี่ครั้ง

เป้ากำไร (หน่วยคลื่น)ถึงจริงถ้าสุ่มส่วนที่เหนือสุ่ม × (SL + TP)
5011.874%69%0.05 × 38.6 = 1.93
38.223.657%53%0.04 × 50.4 = 2.02
23.6, 11.8, 038.2 ขึ้นไปต่ำกว่าสุ่มติดลบ

คอลัมน์สุดท้ายคือสูตรลัดจากหัวข้อก่อน (ก่อนหัก spread และเป็นค่าประมาณเพราะเปอร์เซ็นต์ถูกปัดเศษ) เป้า 38.2 ซึ่งคือราว 38% ของทางกลับ (23.6 ÷ 61.8) ให้ค่าสูงสุด เลยครึ่งทางไปแล้วโอกาสถึงตกต่ำกว่าสุ่ม ค่าคาดหวังจึงติดลบ ตัวเลขชุดนี้เป็นการนับเหตุการณ์ ไม่มีตัวกรองอื่นของระบบ ใช้เลือกระยะเป้าได้ แต่ไม่ใช่ตัวเลขกำไรจริง

0 · ยอดเดิม (เป้าเต็มทาง) 38.2 · TP ที่คุ้มสุดในข้อมูล 61.8 · จุดเข้า Buy 88.6 · Stop loss 100 · จุดต่ำเดิม ถึง 38.2 ได้ 57% ถ้าสุ่ม 53% กำไร 23.6 หน่วย ความเสี่ยง 26.8 หน่วย
วัด Fibonacci จากจุดต่ำเดิม (100) ถึงยอดเดิม (0) เข้า Buy ที่ 61.8 วาง SL ที่ 88.6 เป้า 38.2 ไปไม่ถึงครึ่งทางกลับยอดเดิม แต่ให้ค่าคาดหวังสูงสุดในข้อมูลเรา ส่วนเป้าเต็มทางที่ 0 ถ้าราคาเดินสุ่มจะถึงราว 26.8 ÷ 88.6 = 30% และของจริงต่ำกว่าสุ่ม

ผลทดสอบระบบจริงก็ไปทางเดียวกัน ระบบรับย่อตัวในโซน 61.8–78.6 ของคลื่นใหญ่ (มีแบบที่ต้องเจอ FVG ช่องว่างราคา ด้วย ดูคำอธิบายใน บท ICT) ทองคำ M1 ไม้ละ 0.10 lot ทุน 10,000 ดอลลาร์ ปี 2022–2025 ใช้ข้อมูลราย 1 นาที มกราคมถึงกันยายน 2026 ใช้ tick จริง ผลรวมเกือบ 5 ปี

แบบTP 38.2TP 0 (เต็มทาง)
SL 100 ไม่ใช้ FVG+1,605−3,657
SL 100 ใช้ FVG+2,566−1,938
SL 88.6 ไม่ใช้ FVG+20−4,742
SL 88.6 ใช้ FVG+1,592−2,710

ทั้ง 4 คู่ เป้าเต็มทางขาดทุน อัตราชนะตกจาก 35–54% เหลือ 16–30% ผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง

หลักฐานข้อ 3: ไกลเกินไปก็ตก

ระบบ breakout (เข้าเมื่อราคาทะลุกรอบ) ของ Donchian channel บน M15 ตั้งเป้าเป็น Fibonacci extension (ระดับที่ยื่นเลยยอดคลื่นออกไป เช่น 161.8 คือเลยยอดไปอีก 61.8% ของคลื่น) เรากวาดขนาดเป้า 4 ระดับ ทองคำ 5 มกราคม–25 กรกฎาคม 2026 ข้อมูล tick จริง ไม้ละ 0.02 lot ทุน 3,000 ดอลลาร์

+3,938+3,053+1,658+1,125 161.8200261.8423.6 เดือนบวก 6/7เดือนบวก 3/7เดือนบวก 4/7
กำไรสุทธิ (ดอลลาร์) ตามขนาดเป้า ความสูงแท่ง 1 พิกเซลต่อ 25 ดอลลาร์ เป้า 161.8 ได้มากสุดและสม่ำเสมอสุด ยิ่งขยายเป้า กำไรยิ่งลดและไปกระจุกในไม่กี่เดือน ผลทดสอบย้อนหลังช่วงเดียว 7 เดือน ไม่ได้บอกผลในอนาคต

อัตราชนะลดจาก 28% ที่เป้า 161.8 เหลือ 16% ที่เป้า 423.6 เป้าไกลถึงได้เฉพาะเดือนที่มีเทรนด์ยาว เดือนที่ราคาแกว่งในกรอบจึงกลายเป็นขาดทุน

อีกระบบ รับย่อตัวที่ 61.8 แล้ววัดเป้าเป็นสัดส่วนของคลื่น (100 = กลับไปถึงยอดเดิม เกิน 100 = ทะลุยอดเดิม) ทองคำ M1 ทดสอบต่อเนื่องราว 4.6 ปี ทุน 3,000 ดอลลาร์ เราเทียบด้วยกำไร ÷ drawdown เพราะแถว 250 ใช้ 0.02 lot แถวอื่นใช้ 0.01 lot ค่านี้ไม่ขึ้นกับขนาด lot มากนัก

เป้า4561.8250400
กำไร ÷ Drawdown0.391.224.430.39

ระบบนี้ยอดเนินอยู่เลยยอดเดิมไปไกล ต่างจากตารางก่อนหน้าที่ยอดอยู่ไม่ถึงครึ่งทาง แต่รูปร่างเหมือนกัน ใกล้ไปก็แย่ ไกลไปก็ตกหน้าผา ผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง

ไม่มีระยะ TP ที่ถูกกับทุกระบบ แต่ทุกระบบที่เราทดสอบมีรูปเนิน ใกล้สุดและไกลสุดแย่ทั้งคู่

ขยับ TP นิดหน่อย แทบไม่มีผล

เมื่อเห็นราคาเกือบถึง TP แล้วเด้งกลับ หลายคนอยากดึง TP เข้ามาอีกนิด เราลองกับระบบรวมรับย่อตัว 3 แบบ ทุน 6,000 ดอลลาร์ รวมผลปี 2024–2026 (ปี 2026 ใช้ tick จริง)

ดึง TP เข้ามากำไรรวม 3 ปีเทียบไม่ดึง
ไม่ดึง16,890—
เท่า spread16,943+0.3%
3% ของระยะ TP16,897+0.04%
6% ของระยะ TP16,622−1.6%
12% ของระยะ TP16,392−2.9%

ดึงนิดเดียวต่างกันแค่ราว 0.3% หรือน้อยกว่า อยู่ในระดับความคลาดเคลื่อน ดึงมากขึ้นแย่ลงเรื่อย ๆ ผลทดสอบย้อนหลัง ไม่ได้บอกผลในอนาคต งานที่คุ้มกว่าคือเลือกช่วงเป้าให้ถูก ไม่ใช่ขัดทศนิยม

วิธีเลือก TP สำหรับระบบของตัวเอง

  1. เขียนกติกาเป้าให้ชัด เช่น ระดับ Fibonacci หรือระยะเป็นเท่าของ SL
  2. ทดสอบหลายระยะเป็นช่วงกว้าง ตั้งแต่ใกล้มากจนเลยยอดเดิมไปไกล
  3. ดูทั้งกำไรสุทธิ กำไร ÷ drawdown และจำนวนเดือนที่บวก ไม่ใช่ดูอัตราชนะอย่างเดียว
  4. เลือกจุดบนเนินที่ค่าข้างเคียงก็ยังดี ไม่ใช่ยอดแหลมจุดเดียว (อ่านเพิ่มใน ยอดแหลมกับที่ราบ)
  5. ถ้าเป้าไกล เตรียมใจกับการแพ้ติดกันยาว (การแพ้ติดกันเป็นเรื่องปกติ)

ใช้เครื่องมือคำนวณ RR ท้ายบทเพื่อดูว่าแต่ละระยะ TP ต้องชนะกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะเท่าทุน

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เลือก TP ใกล้เพราะอยากชนะบ่อย อัตราชนะ 83% ในตารางแรกได้กำไรน้อยกว่าอัตราชนะ 42% เกือบ 6 เท่า
  • ตั้ง TP ที่ยอดเดิมพอดีเพราะดูสมเหตุสมผล ในข้อมูลเรา เป้าเต็มทางของการรับย่อตัวขาดทุนทุกแบบที่ทดสอบ
  • ขยายเป้าไปเรื่อย ๆ เพราะเห็นไม้ที่วิ่งไกลบนกราฟ ไม้แบบนั้นมีจริง แต่ไม่บ่อยพอจะชดเชยไม้ที่ไปไม่ถึง
  • ลืมต้นทุน เป้ายิ่งใกล้ spread ยิ่งกินสัดส่วนของกำไรมาก บน timeframe เล็กยิ่งชัด (ต้นทุน spread บน timeframe เล็ก)
  • ใช้ระยะ TP ของระบบหนึ่งกับอีกระบบ ยอดเนินอยู่คนละที่ ต้องทดสอบใหม่ทุกครั้ง
ลองกับตัวเลขของคุณเอง

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้ง TP ที่ RR เท่าไหร่ดี

ไม่มีตัวเลขเดียวที่ถูกกับทุกระบบ ในการทดสอบของเรา จุดที่ดีที่สุดอยู่คนละที่ในแต่ละระบบ วิธีที่ใช้ได้คือทดสอบหลายระยะเป็นช่วง ดูว่าผลเป็นเนินแบบไหน แล้วเลือกจุดที่ค่าข้างเคียงก็ยังดี ไม่ใช่จุดเดียวที่ดีที่สุด

ทำไมเป้าที่ยอดเดิมพอดีถึงไปไม่ค่อยถึง

เราตอบได้แค่จากข้อมูล ในการนับเหตุการณ์ของเรา เป้าที่เลยครึ่งทางกลับไปยอดเดิม โอกาสถึงต่ำกว่าที่ราคาเดินแบบสุ่มจะให้ คำอธิบายที่นิยมคือคนจำนวนมากวางคำสั่งไว้ที่ยอดเดิม แต่ข้อนี้เราไม่ได้พิสูจน์

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงเริ่มต้น

อัตราชนะสูงไม่ได้แปลว่ากำไร ดูจุดคุ้มทุนของ Win rate ก่อน

Win rate 90% ก็ขาดทุนได้ ถ้าไม้แพ้ใหญ่กว่าไม้ชนะมาก บทนี้สอนสูตรอัตราชนะคุ้มทุน 1 ÷ (1 + RR) ผลของ spread และผลทดสอบจริงบนทองคำ

อ่าน 7 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงขั้นสูง

MAE และ MFE วัดว่าแต่ละไม้ติดลบลึกแค่ไหน ใช้หลักฐานตั้ง SL และ TP

MAE คือระยะที่ไม้ติดลบลึกสุด MFE คือระยะที่บวกมากสุดระหว่างถือ อ่านกราฟสองตัวนี้เพื่อปรับ Stop loss และเป้าจากข้อมูลจริง พร้อมกับดักที่ทำให้หลอกตัวเอง

อ่าน 11 นาที
ความเสี่ยง
จัดการความเสี่ยงกลาง

Time stop: ปิดไม้เพราะหมดเวลา ไม่ใช่เพราะชนราคา ช่วยเมื่อไหร่ ทำร้ายเมื่อไหร่

Time stop คือการปิดไม้ที่ยังไม่ทำงานภายใน N แท่ง จำลอง 20,000 ไม้เทียบขอบแบบโมเมนตัมกับ mean reversion วิธีเลือก N จากข้อมูลจริงของระบบ และเรื่อง swap กับสุดสัปดาห์

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์