เรียนรู้ › จิตวิทยาการเทรด

Urge surfing และแผนถ้า-แล้ว เครื่องมือคุมความอยากกดออเดอร์

ความอยากเทรดขึ้นถึงยอดแล้วลงเองเหมือนคลื่น ถ้าเราไม่ทำตาม บทนี้สอน Urge surfing แผนถ้า-แล้ว (If-then) การเพิ่มแรงเสียดทาน และการผูกมัดตัวเองล่วงหน้า

กลาง อ่าน 12 นาที 23 ตุลาคม 2569

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ความอยากเทรดเป็นความรู้สึกที่ขึ้นถึงยอดแล้วลดลงเอง ไม่ใช่คำสั่ง ทุกครั้งที่กดตาม สมองจะจำว่าการกดคือทางออก
  • Urge surfing คือการสังเกตความอยากโดยไม่ทำตาม จนคลื่นผ่านไป แล้วค่อยกลับไปถามว่าไม้นี้อยู่ในแผนไหม
  • แผนแบบ "ถ้า…แล้วฉันจะ…" มีงานวิจัยรวมผลรองรับว่าช่วยให้ทำตามเป้าได้ดีขึ้นในระดับกลางถึงค่อนข้างมาก แต่ยังไม่มีการทดสอบกับการเทรดโดยตรง
  • ทำให้ทางกดตามอารมณ์ยากขึ้น และทางตามแผนง่ายขึ้น เช่น ปิด One Click Trading ตั้ง Alert แทนการนั่งเฝ้า
  • กฎรอ 10 นาทีใช้กับไม้นอกแผนเท่านั้น ถ้าเผลอใช้กับไม้ในแผนจะกลายเป็นการลังเลข้ามไม้

หลังโดน Stop loss หลายคนรู้สึกเหมือนมีแรงดันให้กดไม้ใหม่ทันที แรงดันนั้นคือ ความอยาก (Urge) มันขึ้นเร็ว ถึงยอด แล้วลดลงเองเหมือนคลื่น ถ้าเราไม่ทำตาม บทนี้รวมเครื่องมือคุมความอยากที่มาจากงานวิจัยด้านพฤติกรรม 4 อย่าง ได้แก่ Urge surfing แผน ถ้า-แล้ว (If-then plan) การออกแบบ แรงเสียดทาน (Friction) และการ ผูกมัดตัวเองล่วงหน้า (Pre-commitment) ทุกอย่างทำได้ภายในไม่กี่นาที และผูกกับจังหวะจริงในการเทรด

ความอยากเทรดทำงานยังไง

ความอยากกดตามอารมณ์มักเดินเป็นวงเดียวกัน

  1. ตัวกระตุ้น โดน Stop loss ราคาวิ่งโดยไม่มีเรา นั่งดูกราฟนานจนเบื่อ
  2. ความอยาก ใจร้อน มืออยู่ที่เมาส์ ในหัวมีประโยคอย่าง “เข้าอีกไม้ เอาคืน”
  3. การกระทำ เปิดไม้นอกแผน ขยับ Stop loss เพิ่มไม้ในฝั่งที่ติดลบ
  4. ความโล่ง ความอึดอัดหายไปทันที

ข้อ 4 คือตัวปัญหา ความโล่งเป็นรางวัล สมองจึงจำว่า “อึดอัดเมื่อไรให้กด” ครั้งต่อไปความอยากจะมาเร็วขึ้นและแรงขึ้น นักจิตวิทยาเรียกกลไกนี้ว่าการเสริมแรงทางลบ (Negative reinforcement) คือพฤติกรรมถูกเสริมเพราะมันทำให้ความรู้สึกไม่สบายหายไป ไม่ใช่เพราะมันได้ผลดี ไม้ที่เปิดเพื่อเอาคืนจะกำไรหรือขาดทุนก็ได้ แต่วงนี้ถูกเสริมทุกครั้งที่เรากด

ข่าวดีคือวงนี้มีจุดตัดได้หลายจุด ระหว่างความอยากกับการกระทำมีช่องว่างไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที เครื่องมือในบทนี้ทั้งหมดทำงานในช่องว่างนั้น

Urge surfing: โต้คลื่นแทนการจมน้ำ

Urge surfing เป็นเทคนิคจากแนวป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ (Relapse prevention) ของนักจิตวิทยา G. Alan Marlatt และต่อมาเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมที่ใช้สติช่วยป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ แนวคิดง่ายมาก ความอยากเป็นเหมือนคลื่น ถ้าเราไม่สู้กับมัน และไม่ทำตามมัน แค่สังเกตมัน คลื่นจะขึ้นถึงยอดแล้วลงเอง เหมือนนักโต้คลื่นที่ทรงตัวอยู่บนคลื่นโดยไม่จม

หลักฐานยังมีขนาดเล็ก Bowen และ Marlatt (2009, Psychology of Addictive Behaviors) ทดลองกับนักศึกษาที่สูบบุหรี่ กลุ่มที่ได้คำแนะนำ Urge surfing สั้น ๆ ไม่ได้รู้สึกอยากน้อยลง แต่สูบบุหรี่น้อยกว่าในสัปดาห์ถัดมา ข้อนี้สำคัญ เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ไม่อยาก แต่ทำให้ความอยากไม่ต้องจบด้วยการกระทำ งานนี้ทำกับผู้สูบบุหรี่ ไม่ใช่เทรดเดอร์ ให้ถือเป็นเครื่องมือที่สมเหตุสมผลให้ลองใช้ ไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลกับการเทรด

จุดที่อยากกดที่สุด ถ้ากดตามตรงนี้ ความอยากหายทันที แต่สมองจำว่ากดคือทางออก ถ้าไม่ทำตาม คลื่นจะลงเอง 1 สังเกต2 หายใจช้า 3 รอให้ลง4 เช็กแผน ตั้งชื่อมันดูความรู้สึกในตัว มือออกจากเมาส์เข้าแค่ไม้ในแผน เวลาหลังเกิดความอยาก แรงอยากตัวกระตุ้น
แผนภาพแนวคิด ไม่ใช่ข้อมูลวัดจริง ความยาวคลื่นแต่ละครั้งต่างกันไปตามคนและสถานการณ์ จุดแดงที่ยอดคือช่วงที่เสี่ยงทำตามอารมณ์ที่สุด

ทำ Urge surfing ทีละขั้น (2–10 นาที)

ใช้ตอนที่รู้ตัวว่ามืออยากกด เช่น หลังโดน Stop loss หรือเห็นราคาวิ่งไปโดยไม่มีเรา

  1. สังเกตและตั้งชื่อ พูดในใจว่า “นี่คือความอยากเอาคืน” หรือ “นี่คือความเบื่อ” การตั้งชื่อทำให้เราเป็นคนดูความอยาก ไม่ใช่ตัวความอยาก
  2. ปล่อยเมาส์ วางมือบนตัก แค่ย้ายมือออกจากเมาส์ก็เป็นแรงเสียดทานแล้ว
  3. หายใจช้า ๆ 5–10 รอบ หายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้า รายละเอียดอยู่ใน เทคนิคหายใจลดความเครียดก่อนเทรด
  4. ไล่ดูความรู้สึกในตัว มันอยู่ตรงไหน หน้าอกแน่น ขากรรไกรเกร็ง มือเย็น ร้อนวูบ แค่ดู ไม่ต้องแก้ ไม่ต้องไล่ มันจะค่อย ๆ เปลี่ยน
  5. ให้คะแนนความอยาก 0–10 ตอนเริ่ม แล้วให้อีกครั้งทุก 2–3 นาที เห็นตัวเลขลดลงเองช่วยให้เชื่อว่าคลื่นลงจริง
  6. พอคะแนนลง ค่อยกลับไปดูแผน ถามคำถามเดียว ไม้นี้ครบเงื่อนไขที่เขียนไว้ทุกข้อไหม ถ้าไม่ครบ จบ

ในภาษาไทยเรามีคำที่ตรงกับขั้น 1 และ 4 อยู่แล้ว คือ สติ การรู้ตัวว่ากำลังอยาก โดยไม่ต้องทำตามความอยาก ถ้าอยากฝึกพื้นฐานนี้ให้แข็งขึ้นนอกเวลาเทรด อ่าน สติสำหรับเทรดเดอร์

ความอยากไม่ใช่คำสั่ง มันเป็นคลื่นที่ขึ้นแล้วลงเอง งานของเราไม่ใช่ทำให้มันหายไป แต่คือไม่กดเมาส์ตอนที่มันอยู่บนยอด

แผนถ้า-แล้ว: ตัดสินใจไว้ก่อนที่อารมณ์จะมา

Urge surfing ใช้ตอนความอยากมาแล้ว ส่วนแผนถ้า-แล้วใช้ก่อนมันมา นักจิตวิทยา Peter Gollwitzer เรียกมันว่า Implementation intention (บทความทบทวนของเขาในวารสาร American Psychologist ปี 1999) รูปแบบคือ

“ถ้า [สถานการณ์ที่ชัดเจน] แล้วฉันจะ [การกระทำที่เล็ก ชัด ทำได้ทันที]”

ต่างจากการตั้งใจทั่วไปอย่าง “จะมีวินัยมากขึ้น” ตรงที่มันผูกการกระทำไว้กับสถานการณ์ที่จำได้ง่าย พอสถานการณ์นั้นเกิด การกระทำจะถูกเรียกออกมาแทบอัตโนมัติ ไม่ต้องตัดสินใจใหม่ตอนที่ใจกำลังร้อน

งานวิเคราะห์รวมผลของ Gollwitzer และ Sheeran (2006) ที่รวมการทดสอบอิสระ 94 ชุด พบว่าแผนแบบนี้ช่วยให้คนทำตามเป้าหมายได้ดีขึ้นในระดับกลางถึงค่อนข้างมาก (d ประมาณ 0.65) เป้าหมายในงานเหล่านั้นมาจากเรื่องอย่างสุขภาพและการเรียน ยังไม่มีการทดสอบกับการเทรดโดยตรง และผลในชีวิตจริงมักเล็กกว่าในห้องทดลอง

วิธีเขียนให้ใช้ได้จริง

  • สถานการณ์ต้องเห็นได้ชัด “ถ้าโดน Stop loss” ดีกว่า “ถ้ารู้สึกแย่” เพราะรู้ทันทีว่ามันเกิดแล้ว
  • บอกว่าจะทำอะไรแทน ไม่ใช่แค่ “จะไม่ทำ” มีงานวิจัยบางชิ้นพบว่าแผนแบบ “ฉันจะไม่…” ได้ผลน้อยกว่าแผนที่ระบุพฤติกรรมทดแทน
  • การกระทำต้องเล็กพอที่จะทำได้ตอนอารมณ์ขึ้น “ลุกไปเดิน 10 นาที” ทำได้ “ทบทวนระบบทั้งหมด” ทำไม่ได้ตอนนั้น
  • เขียนลงกระดาษ แปะไว้ข้างจอ ไม่ใช่จำไว้ในหัว

แผนถ้า-แล้วสำหรับความอยากที่เจอบ่อย

ถ้า… (สถานการณ์)ความอยากที่มักตามมาแล้วฉันจะ…
โดน Stop lossเข้าไม้ใหม่ทันทีเพื่อเอาคืนปิดหน้าต่างออเดอร์ ลุกจากโต๊ะ 10 นาที จดไม้นั้นลงบันทึกก่อนกลับมาดูกราฟ
ราคาเข้าใกล้ Stop lossลาก Stop loss ออกไปไกลขึ้นวางมือบนตัก หายใจ 5 รอบ ปล่อยให้ Stop loss ทำงานตามที่วางไว้ตอนเปิดไม้
ไม้ติดลบและราคาวิ่งสวนเปิดไม้เพิ่มฝั่งเดิมเพื่อเฉลี่ยราคาดูว่าความเสี่ยงรวมยังเท่าที่วางแผนไว้ ถ้าการเพิ่มไม้ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่แรก ไม่เพิ่ม
นั่งดูกราฟมาเกิน 30 นาทีโดยไม่มี Setupเปิดไม้เพราะเบื่อตั้ง Alert ที่ระดับราคาที่รออยู่ แล้วปิดแพลตฟอร์ม
ราคาวิ่งไปแล้วโดยไม่มีเราไล่ราคาเข้าไปกลางทางจดว่าพลาดเพราะอะไร แล้วรอ Setup ถัดไป ไม่เข้าไม้ที่ไม่มีจุด Stop loss ชัด
ชนะติดกันหลายไม้เพิ่ม lot เพราะมั่นใจใช้ขนาดไม้เดิมจากเครื่องคำนวณ เปลี่ยนขนาดไม้ได้เฉพาะวันทบทวนประจำสัปดาห์

การเพิ่มไม้ฝั่งที่ติดลบเป็นความอยากที่แพงที่สุดในตาราง เพราะเพิ่มความเสี่ยงตอนที่เรากำลังผิด อ่านเหตุผลเชิงตัวเลขได้ใน Grid และ Martingale ส่วนการไล่ราคาอยู่ใน FOMO ไล่ราคา

แรงเสียดทาน: ทำให้ทางผิดยากขึ้น

แทนที่จะพึ่งความตั้งใจอย่างเดียว ให้จัดสภาพแวดล้อมให้การกดตามอารมณ์ต้องใช้หลายขั้นตอน ส่วนการทำตามแผนใช้ขั้นตอนน้อยที่สุด ทุกขั้นที่เพิ่มเข้าไปคือเวลาอีกไม่กี่วินาทีให้คลื่นลง

  • ปิด One Click Trading ใน MT5 อยู่ที่ Tools → Options → แท็บ Trade ออเดอร์จะต้องผ่านหน้าต่างสั่งซื้อขายทุกครั้ง
  • ตั้ง Alert แทนการนั่งเฝ้า ตั้งเตือนที่ระดับราคาที่สนใจ แล้วออกจากหน้าจอ การนั่งดูกราฟนาน ๆ คือการเปิดรับตัวกระตุ้นตลอดเวลา เรื่องนี้เกี่ยวกับความถี่ในการเช็ก อ่าน เช็กพอร์ตบ่อยแค่ไหนดี
  • วาง Pending order ตอนใจเย็น ใส่ Stop loss และ Take profit ไว้ตั้งแต่ตอนวางแผน แล้วปล่อยให้ระบบทำงาน ดู ประเภทคำสั่งซื้อขาย
  • ปิดแพลตฟอร์มและออกจากระบบบนมือถือ หลังจบช่วงเวลาเทรด แอปในมือถือคือทางลัดของความอยากที่สั้นที่สุด
  • วางมือถือไว้อีกห้อง ตอนนอนหรือตอนอยู่กับครอบครัว
  • ใช้รายการเช็กก่อนกด แผ่นกระดาษ 6 ข้อที่ต้องติ๊กก่อนเปิดไม้ ดู รายการเช็กก่อนเทรด
  • กฎรอ 10 นาที สำหรับไม้นอกแผน ถ้าอยากเข้าไม้ที่ไม่ได้อยู่ในรายการ Setup ที่เขียนไว้ ตั้งนาฬิกา 10 นาทีก่อน ระหว่างนั้นทำ Urge surfing

ระวังด้านกลับ แรงเสียดทานต้องอยู่กับไม้นอกแผนเท่านั้น ถ้าเราเริ่มรอ ลังเล หรือข้ามไม้ที่ครบเงื่อนไขตามแผน นั่นเป็นอีกปัญหาหนึ่งซึ่งมีต้นทุนจริง อ่าน ลังเลจนข้ามไม้

ผูกมัดตัวเองล่วงหน้า: วิธีของ Ulysses

ในมหากาพย์กรีก Ulysses (Odysseus) อยากฟังเสียงเพลงของไซเรนที่ล่อกะลาสีให้เรือชนหิน เขาจึงให้ลูกเรืออุดหูด้วยขี้ผึ้ง แล้วมัดตัวเขาไว้กับเสากระโดงเรือ พร้อมสั่งว่าถ้าเขาขอให้แก้มัด ห้ามแก้ เขารู้ล่วงหน้าว่าตัวเองในอนาคตจะตัดสินใจแย่ จึงตัดสินใจแทนไว้ก่อน

นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมอย่าง Richard Thaler และคนอื่น ๆ เรียกวิธีแบบนี้ว่า Commitment device คือการล็อกทางเลือกของตัวเองในอนาคตไว้ตอนที่ยังมีเหตุผล ในการเทรดหน้าตาเป็นแบบนี้

  • เพดานขาดทุนรายวันที่ระบบบังคับ ใช้เครื่องมือที่ปิดไม้ทั้งหมดเมื่อขาดทุนถึงยอดที่ตั้งไว้ วิธีตั้งตัวเลขอยู่ใน Revenge trading และเพดานขาดทุนรายวัน
  • ช่วงเวลาเทรดที่ตายตัว เช่น เทรดเฉพาะ 20:00–23:00 น. นอกเวลานั้นแพลตฟอร์มปิด
  • กติกาที่เขียนไว้และแก้ได้เฉพาะวันทบทวน ห้ามแก้ระหว่างวันเทรด ดู เขียนแผนเทรดเป็นกฎ
  • เงินในบัญชีเทรดเท่าที่ยอมเสี่ยง ส่วนที่เหลืออยู่บัญชีอื่น การโอนเพิ่มต้องใช้เวลาและหลายขั้นตอน
  • บอกกฎของเราให้คนอื่นรู้ เพื่อนเทรดหรือคนในบ้าน แล้วส่งสรุปผลทุกสัปดาห์ รวมถึงไม้ที่ผิดกฎ

ตัดสินใจเรื่องที่ยากตอนใจเย็น แล้วล็อกไว้ ตัวเราตอนเพิ่งโดน Stop loss ไม่ควรเป็นคนตัดสินใจคนเดียว

ตัวอย่างตัวเลข: กฎรอ 10 นาทีมีผลแค่ไหน

ตัวอย่างนี้เป็นตัวเลขสมมติทั้งหมด เพื่อให้เห็นกลไก ไม่ใช่ผลที่คาดหวังได้ สมมติเทรดเดอร์คนหนึ่งในหนึ่งเดือน

  • เปิดไม้ตามแผน 30 ไม้ ค่าคาดหวังหลังต้นทุน +0.10R ต่อไม้ (R คือเงินที่เสียเมื่อโดน Stop loss หนึ่งไม้)
  • เปิดไม้ตามอารมณ์ 10 ไม้ ค่าคาดหวัง −0.30R ต่อไม้ (สมมติว่าแย่กว่าเพราะไม่มี Setup และมักเข้าหลังราคาวิ่งไปแล้ว)
  • กฎรอ 10 นาทีตัดไม้ตามอารมณ์ทิ้งได้ Z% และไม่แตะไม้ตามแผน

คิดทีละขั้น ไม้ตามแผนให้ 30 × 0.10 = +3.0R ไม้ตามอารมณ์ถ้าไม่มีกฎเลยให้ 10 × (−0.30) = −3.0R ผลรวมเดือนนั้นคือ 0R ทำงานทั้งเดือนแต่ความได้เปรียบทั้งหมดถูกไม้ตามอารมณ์ 10 ไม้กินหมด

กฎตัดไม้ตามอารมณ์ได้ไม้ตามอารมณ์ที่เหลือผลจากไม้ตามอารมณ์ผลรวมเดือน
0%10−3.00R0.00R
25%7.5−2.25R+0.75R
50%5−1.50R+1.50R
75%2.5−0.75R+2.25R
100%00.00R+3.00R

ถ้า 1R = 10 ดอลลาร์ ผลรวมเดือนจะเป็น 0, 7.50, 15, 22.50 และ 30 ดอลลาร์ตามลำดับ ตัวเลขทั้งหมดขึ้นกับสมมติฐาน ถ้าระบบจริงไม่มีความได้เปรียบ การตัดไม้ตามอารมณ์ก็แค่ลดการเสีย ไม่ได้สร้างกำไร

0R+0.75R+1.5R +2.25R+3R 0%25%50% 75%100% สัดส่วนไม้ตามอารมณ์ที่กฎรอ 10 นาทีตัดทิ้ง 0R1R2R3R
ตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลตลาดหรือบัญชีจริง ผลรวมหนึ่งเดือนในหน่วย R คำนวณจาก 30 × 0.10R + 10 × (1 − Z) × (−0.30R) แท่งขวาสุดคือผลถ้าเทรดเฉพาะไม้ตามแผน

รวมเป็นกิจวัตรหนึ่งวัน

  • ก่อนเปิดตลาด อ่านแผนถ้า-แล้วบนกระดาษข้างจอหนึ่งรอบ ตั้งเพดานขาดทุนวันนี้ ตั้ง Alert ที่ระดับราคาที่รอ
  • ระหว่างเทรด ทุกครั้งที่มืออยากกดนอกแผน ตั้งนาฬิกา 10 นาทีแล้วทำ Urge surfing
  • หลังโดน Stop loss ทำตามแถวแรกของตาราง ลุกจากโต๊ะก่อนดูกราฟอีกครั้ง
  • จบวัน จดในบันทึกว่าวันนี้เจอความอยากกี่ครั้ง ทำตามกี่ครั้ง คลื่นยาวประมาณกี่นาที ใช้รูปแบบใน แบบฟอร์มบันทึกการเทรด เพิ่มอีกหนึ่งช่องก็พอ

ผ่านไปหลายสัปดาห์ บันทึกจะบอกว่าตัวกระตุ้นของเราคืออะไร ช่วงเวลาไหนเสี่ยง และแผนถ้า-แล้วข้อไหนต้องแก้

เมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ

เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเรื่องวินัยในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่การรักษา ถ้าห้ามตัวเองไม่ได้ซ้ำ ๆ เทรดด้วยเงินที่ไม่ควรเสีย ยืมเงินมาเทรดเพื่อเอาคืน ปิดบังคนในบ้าน หรือนอนไม่หลับและเครียดหนักต่อเนื่อง สัญญาณเหล่านี้อาจใกล้กับปัญหาการพนัน ควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ในไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต 1323 ได้ อ่านสัญญาณเตือนเพิ่มใน ภาวะหมดไฟและสัญญาณเตือนการพนัน

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • พยายามไม่ให้รู้สึกอยาก ความอยากจะมาเสมอ เป้าหมายคือไม่ทำตามตอนมันอยู่บนยอด การกดมันลงด้วยการโกรธตัวเองมักทำให้มันแรงขึ้น
  • เขียนแผนถ้า-แล้วกว้างเกินไป “ถ้ารู้สึกไม่ดี จะมีวินัย” ไม่มีสถานการณ์ที่จับได้ และไม่มีการกระทำที่ทำได้ทันที
  • ใช้กฎรอกับไม้ในแผน แรงเสียดทานที่กันไม้ตามแผนด้วย จะเปลี่ยนปัญหาจากเทรดเกินเป็นข้ามไม้
  • รอ 10 นาทีแต่ยังนั่งจ้องกราฟ การรอที่ได้ผลคือออกจากตัวกระตุ้น ลุกจากโต๊ะ ไม่ใช่นับถอยหลังหน้าจอ
  • แก้กฎระหว่างวันเพราะ “วันนี้ตลาดดี” ผูกมัดล่วงหน้าที่แก้ได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่การผูกมัด
  • คิดว่าทำได้ครั้งเดียวแล้วจบ แต่ละครั้งที่ปล่อยคลื่นผ่านไปโดยไม่กด วงเดิมจะอ่อนลงทีละนิด มันเป็นการฝึก ไม่ใช่สวิตช์

คำถามที่พบบ่อย

Urge surfing ต้องนั่งสมาธิเป็นก่อนไหม

ไม่ต้อง มันคือการสังเกตความรู้สึกในตัวสั้น ๆ ไม่กี่นาที หายใจช้า ๆ แล้วรอ ใครฝึกสติหรือนั่งสมาธิอยู่แล้วจะทำได้ง่ายขึ้น แต่เริ่มได้เลยตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้สึกอยากเอาคืนหลังโดน Stop loss

ถ้ารอ 10 นาทีแล้วยังอยากเข้าอยู่ แปลว่าไม้นั้นดีหรือเปล่า

ไม่ได้แปลว่าดีหรือไม่ดี การรอแค่ทำให้เราตัดสินใจตอนใจเย็นขึ้น หลังรอให้เช็กกับเงื่อนไขที่เขียนไว้ในแผน ถ้าครบทุกข้อก็เข้าได้ตามขนาดไม้ปกติ ถ้าไม่ครบ ความอยากที่ยังเหลือไม่ใช่เหตุผลพอ

ใช้วิธีพวกนี้แล้วยังห้ามตัวเองไม่ได้ ควรทำยังไง

ถ้าเทรดเกินที่ตั้งใจซ้ำ ๆ ใช้เงินที่ไม่ควรเสีย หรือปิดบังคนในบ้าน นั่นอาจเป็นมากกว่าเรื่องวินัย ควรคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต ในไทยโทรสายด่วนสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต 1323 ได้

เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด

อ่านต่อ

จิตวิทยา
จิตวิทยาการเทรดเริ่มต้น

สติในการเทรด: รู้ทันอารมณ์ก่อนมันกลายเป็นการกดออเดอร์

สติคือการรู้ตัวว่ากำลังรู้สึกอะไรก่อนมือจะกด บทนี้สอนตั้งชื่ออารมณ์ อ่านสัญญาณร่างกาย เทคนิค STOP หายใจ 3 ครั้งก่อนทุกออเดอร์ และช่องความรู้สึกในบันทึก

อ่าน 10 นาที
จิตวิทยา
จิตวิทยาการเทรดเริ่มต้น

Revenge trading และเพดานขาดทุนรายวัน หยุดให้ทันก่อนพอร์ตพัง

Revenge trading คือการเทรดเพื่อเอาคืนหลังแพ้ บทนี้คำนวณให้เห็นว่าเบิ้ล lot หลังแพ้ล้างพอร์ตได้ยังไง และวิธีตั้งเพดานขาดทุนรายวัน รายสัปดาห์ให้ใช้ได้จริง

อ่าน 9 นาที
จิตวิทยา
จิตวิทยาการเทรดกลาง

ยิ่งเฝ้าจอยิ่งรู้สึกแย่ Myopic loss aversion และความถี่ในการเช็กพอร์ต

ระบบที่มีกำไรคาดหวังจะดูเหมือนขาดทุนเกือบครึ่งหนึ่งของครั้งที่คุณเปิดดู คำนวณโอกาสเห็นตัวแดงตามความถี่ที่เช็ก และวิธีเช็กให้น้อยลงอย่างมีระบบ

อ่าน 11 นาที
เครื่องมือ ทักไลน์