เรียนรู้ › EA และเทรดอัตโนมัติ
Equity curve trading: ปิดระบบเมื่อ equity ต่ำกว่าเส้นเฉลี่ย ช่วยจริงไหม
ปิดระบบเมื่อ equity หลุดเส้นค่าเฉลี่ยของตัวเอง แล้วเปิดใหม่เมื่อกลับขึ้นมา ดูจากการจำลองว่าช่วยตอนไหน ทำร้ายตอนไหน และทำไมต้องชนะการเทรดไม้เล็กลง
- Equity curve trading คือปิดระบบเมื่อ equity ของระบบต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยของตัวเอง แล้วเทรดเสมือนต่อเพื่อรู้ว่าจะเปิดกลับเมื่อไหร่
- ถ้าผลแต่ละไม้อิสระต่อกัน ตัวกรองแค่ตัดไม้ทิ้งแบบสุ่ม กำไรหายตามจำนวนไม้ที่ตัด และพลาดช่วงฟื้น
- ตัวกรองช่วยได้เมื่อผลมาเป็นช่วงชัด ๆ คือมีช่วงที่ระบบได้เปรียบและช่วงที่เสียเปรียบจริง และแต่ละช่วงยาวพอ
- ตัวกรองต้องชนะการเทรดทุกไม้ด้วยขนาดไม้ที่เล็กลงจนเสี่ยงเท่ากัน ถ้าไม่ชนะ ให้ลดขนาดไม้แทน ง่ายกว่าและไม่พลาดไม้ดี
- ทดสอบง่าย ๆ ด้วยการสลับลำดับไม้ ถ้าตัวกรองได้เปรียบพอ ๆ กันบนลำดับที่สลับมั่ว แปลว่าไม่ได้จับ regime อะไรเลย
Equity curve trading คือการใช้กราฟ equity ของระบบเองเป็นสวิตช์เปิดปิด ถ้า equity ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยของตัวเอง หรือแพ้ติดกันครบจำนวนที่ตั้งไว้ ก็หยุดเทรดจริง แล้วกลับมาเทรดเมื่อ equity ฟื้นขึ้นเหนือเส้น ฟังดูเหมือนได้ของฟรี คือหลบช่วงแย่และอยู่ช่วงดี แต่การจำลองในบทนี้จะแสดงว่าบางระบบได้ประโยชน์จริง บางระบบเสียกำไรไปเปล่า ๆ และวิธีแยกว่าระบบของคุณเป็นแบบไหน
Equity curve trading ทำงานยังไง
กติกาที่ใช้บ่อยมี 3 แบบ
- เส้นค่าเฉลี่ยของ equity นับ equity สะสมหลังปิดแต่ละไม้ แล้วคำนวณ MA (Moving average ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่) ของ N ไม้ล่าสุด ถ้า equity ล่าสุดต่ำกว่า MA ไม้ต่อไปไม่เทรดจริง ถ้าเท่าหรือสูงกว่า ก็เทรด
- แพ้ติด N ไม้ หยุดหลังแพ้ติดกันครบ N ไม้ แล้วกลับมาเมื่อระบบชนะไม้ถัดไป
- Drawdown เกินเกณฑ์ หยุดเมื่อ equity ลงจากจุดสูงสุดเกินระยะที่ตั้งไว้ แล้วกลับมาเมื่อฟื้นถึงจุดที่กำหนด
ทั้ง 3 แบบมีหัวใจเดียวกัน ช่วงที่หยุดต้อง เทรดเสมือน ต่อไป คือให้ระบบส่งสัญญาณและจดผลทุกไม้เหมือนเทรดจริง แต่ไม่ใช้เงิน เส้นที่ใช้ตัดสินต้องเป็น equity ของระบบที่นับทุกไม้ รวมไม้เสมือนด้วย ถ้าใช้ equity ของบัญชีจริง พอหยุดเทรด equity ก็นิ่ง ไม่มีวันกลับขึ้นเหนือเส้นได้เอง
ตัวอย่างในบทนี้วัดทุกอย่างเป็น R คือหน่วยความเสี่ยงต่อไม้ แพ้หนึ่งไม้เสีย 1 R ชนะได้ 2 R ถ้าคุณเสี่ยงไม้ละ 1% ของพอร์ต 1 R ก็คือ 1% (ทำไมเสี่ยงไม้ละ 1%)
ตัวอย่างตัวเลข: MA(20) ตัดสินยังไง
ใช้ 20 ไม้แรกจากระบบจำลองในรูปแรกด้านล่าง equity สะสม (หน่วย R) หลังปิดไม้ที่ 1 ถึง 20 เป็นดังนี้
2, 1, 3, 5, 4, 3, 2, 4, 3, 5, 4, 3, 2, 1, 0, −1, −2, 0, 2, 1
- รวม 20 ค่า = 42
- MA(20) = 42 ÷ 20 = 2.1 R
- Equity ล่าสุดหลังไม้ที่ 20 = 1 R ต่ำกว่า 2.1 จึง ไม่เทรดจริงในไม้ที่ 21
- ไม้ที่ 21 เสมือนแพ้ −1 equity ระบบเป็น 0 MA ใหม่ = 2.0 ยังต่ำกว่า ไม้ที่ 22 จึงยังเทรดเสมือน
- ไม้ที่ 22 เสมือนชนะ +2 equity เป็น 2 แต่ MA = 2.05 ยังต่ำกว่านิดเดียว ไม้ที่ 23 จึงยังเทรดเสมือน
- ไม้ที่ 23 เสมือนชนะ +2 equity เป็น 4 สูงกว่า MA 2.1 จึงกลับมาเทรดจริงในไม้ที่ 24 ซึ่งแพ้ −1
ตรวจ: ไม้ที่ข้ามไป 3 ไม้ (21–23) รวมกัน −1 + 2 + 2 = +3 R แล้วไม้แรกที่กลับมาเทรดจริงแพ้ ตัวอย่างสั้น ๆ นี้แสดงจุดอ่อนของตัวกรองทุกแบบ มันตัดสินจากผลที่ผ่านมาแล้ว จึงช้ากว่าความจริงเสมอ ไม่ว่าระบบจะดีแค่ไหน
เมื่อไหร่ช่วย: ระบบที่ผลมาเป็นช่วง
แบบจำลองแรกเป็นระบบที่ผลมาเป็นช่วง คล้ายตลาดที่เปลี่ยนนิสัย ช่วงดีชนะ 55% ช่วงแย่ชนะ 22% ทุกไม้ RR 1:2 หลังแต่ละไม้มีโอกาส 2% ที่จะสลับช่วง ช่วงหนึ่งจึงยาวเฉลี่ย 50 ไม้ ภาพรวมระบบนี้ได้เปรียบ คาดได้เฉลี่ยไม้ละราว 0.155 R
ในเส้นทางนี้ เทรดทุกไม้จบที่ +37 R แต่ระหว่างทางลงลึกสุด 31 R ส่วนตัวกรอง MA(20) เทรดจริง 119 ไม้ จบที่ +46 R และลงลึกสุดแค่ 12 R ไม้ 81 ไม้ที่ตัวกรองข้ามไป เฉลี่ยไม้ละ −0.11 R ส่วนไม้ที่เทรดจริงเฉลี่ยไม้ละ +0.39 R ตัวกรองตัดของแย่ทิ้งจริง เพราะช่วงแย่ยาวพอให้มันตามทัน
เมื่อไหร่ทำร้าย: ไม้ที่อิสระต่อกัน
แบบจำลองที่สองเป็นระบบที่ผลแต่ละไม้อิสระต่อกัน ชนะ 40% ที่ RR 1:2 ทุกไม้ คาดได้ไม้ละ 0.4 × 2 − 0.6 × 1 = +0.2 R ผลไม้ที่แล้วไม่บอกอะไรเกี่ยวกับไม้ต่อไปเลย
เทรดทุกไม้จบที่ +40 R ลงลึกสุด 13 R ตัวกรอง MA(20) เทรดจริง 148 ไม้ จบที่ +29 R ลงลึกสุด 11 R ไม้ 52 ไม้ที่ข้ามไปเฉลี่ยไม้ละ +0.21 R ดีพอ ๆ กับไม้ที่เทรดจริง (+0.20 R) ตัวกรองไม่ได้เลือกอะไรเลย แค่ทิ้งไม้ดีไปราวหนึ่งในสี่ และไม้ที่ทิ้งมักเป็นไม้ที่พา equity ฟื้นจากจุดต่ำ เพราะ equity ต่ำกว่าเส้นตรงนั้นพอดี
ต้องชนะ “เทรดทุกไม้แต่ไม้เล็กลง”
ตัวกรองลด Drawdown ได้เกือบทุกครั้ง แต่นั่นยังไม่ใช่หลักฐานว่ามันดี การเทรดน้อยลงทำให้ Drawdown เล็กลงเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเลือกไม้เก่งหรือไม่ คู่เทียบที่ถูกจึงคือ เทรดทุกไม้ด้วยขนาดไม้ที่เล็กลง จน Drawdown เท่ากับตัวกรอง ทางนี้ถูกที่สุด ไม่ต้องเพิ่มกติกา และไม่พลาดไม้ดี นี่เป็นหลักเดียวกับที่เราใช้ตัดสินผลทดสอบของเราเอง ตัวกรองทุกตัวต้องชนะการปรับขนาดไม้ให้เสี่ยงเท่ากันก่อน
ตัวกรองที่ลด Drawdown แต่กำไรน้อยกว่าการลดขนาดไม้ที่ Drawdown เท่ากัน คือการลดขนาดไม้แบบแพงกว่า
ตัวอย่างจากสองเส้นทางข้างบน
- ไม้อิสระ: ย่อไม้ให้ Drawdown เหลือ 11 R เท่าตัวกรอง = คูณขนาดไม้ด้วย 11 ÷ 13 = 0.846 กำไรเป็น 40 × 0.846 = 33.8 R ดีกว่าตัวกรอง (29 R)
- ผลเป็นช่วง: ย่อไม้ให้ Drawdown เหลือ 12 R = คูณด้วย 12 ÷ 31 = 0.387 กำไรเป็น 37 × 0.387 = 14.3 R ตัวกรอง (46 R) ชนะขาด
เส้นทางเดียวอาจบังเอิญ จึงจำลองซ้ำ 5,000 รอบ รอบละ 500 ไม้ แล้วเฉลี่ย
ไม้อิสระ ตัวกรองข้ามไป 30% ของไม้ กำไรหายไปเกือบเท่ากันพอดี (100.4 → 70.1 R หายไป 30%) แต่ Drawdown ลดจาก 17.5 เหลือ 15.9 R แค่นั้น เราลองอีกแบบเป็นตัวเทียบ คือโยนเหรียญทิ้งไม้ 30% แบบสุ่มล้วน ๆ ได้ +70.3 R และ Drawdown 15.8 R แทบเท่าตัวกรองทุกตัวเลข แปลว่าบนระบบแบบนี้ ตัวกรองไม่ได้ฉลาดกว่าการโยนเหรียญเลย ส่วนระบบที่ผลเป็นช่วง ตัวกรองได้ทั้งกำไรมากกว่า (117.4 vs 76.8 R) และ Drawdown น้อยกว่ามาก (15.4 vs 52.9 R)
ช่วงต้องชัดแค่ไหน ตัวกรองถึงคุ้ม
ผลข้างบนดูดีเพราะแบบจำลองตั้งช่วงดีกับช่วงแย่ให้ต่างกันมาก (55% กับ 22%) ลองเปลี่ยนสองอย่าง คือความยาวช่วงกับความต่างระหว่างช่วง แต่ให้อัตราชนะเฉลี่ยทั้งระบบเท่าเดิมที่ 38.5% ทุกแถวคือค่าเฉลี่ยของการจำลองรอบละ 500 ไม้
| ช่วงดี / ช่วงแย่ | ช่วงยาวเฉลี่ย | ทุกไม้ (R) | MA(20) (R) | ทุกไม้ ไม้เล็กลง (R) | ตัวกรองชนะ |
|---|---|---|---|---|---|
| 55% / 22% | 2 ไม้ | 77.7 | 50.7 | 75.3 | 30.4% ของรอบ |
| 55% / 22% | 5 ไม้ | 76.6 | 63.5 | 58.1 | 61.2% |
| 55% / 22% | 10 ไม้ | 77.8 | 79.7 | 48.0 | 86.2% |
| 55% / 22% | 50 ไม้ | 79.6 | 119.7 | 35.7 | 98.6% |
| 45% / 32% | 50 ไม้ | 77.4 | 62.7 | 63.6 | ใกล้เคียงกัน |
| 45% / 32% | 200 ไม้ | 76.6 | 64.7 | 66.1 | ใกล้เคียงกัน |
แถว 55%/22% ใช้การจำลอง 3,000 รอบ แถว 45%/32% ใช้ 5,000 รอบ ช่วงยาวเฉลี่ย 2 ไม้แปลว่าสลับช่วงแบบสุ่มทุกไม้ ซึ่งก็คือไม้อิสระนั่นเอง ตัวกรองแพ้
สองบรรทัดล่างสำคัญที่สุด ถ้าช่วงดีกับช่วงแย่ต่างกันไม่มาก ต่อให้แต่ละช่วงยาวเป็นร้อยไม้ ตัวกรองก็แค่เสมอกับการลดขนาดไม้ เพราะ equity ของระบบที่ได้เปรียบน้อยแกว่งขึ้นลงตามโชคมากกว่าตามช่วง ตัวกรองจึงแยกช่วงจริงออกจากเสียงรบกวนไม่ได้ ระบบที่เทรดจริงส่วนใหญ่ใกล้แถวล่างมากกว่าแถวบน
เราลองแบบอื่นด้วย บนแบบจำลองชุดเดียวกัน (500 ไม้ 5,000 รอบ)
- หยุดหลังแพ้ติด 3 ไม้ กลับเมื่อชนะไม้ถัดไป: ไม้อิสระได้ 79.1 R เทียบกับลดขนาดไม้ที่ Drawdown เท่ากันได้ 98.7 R ผลเป็นช่วงชัด 98.4 vs 50.0 R ผลเป็นช่วงอ่อน (45/32) 65.4 vs 69.4 R
- ไม่หยุด แต่ลดเหลือครึ่งไม้เมื่อต่ำกว่า MA(20): ไม้อิสระ 85.3 vs 84.2 R แทบเท่ากัน ผลเป็นช่วงชัด 97.1 vs 50.7 R ผลเป็นช่วงอ่อน 70.0 vs 61.4 R
การลดครึ่งไม้แพ้น้อยกว่าเมื่อระบบไม่มีช่วงจริง เพราะยังเก็บไม้ช่วงฟื้นไว้ได้ครึ่งหนึ่ง และในแบบช่วงอ่อน มันเป็นแบบเดียวที่ชนะการลดขนาดไม้ ถ้าคิดจะใช้ตัวกรองสักแบบ แบบนี้เสียหายน้อยกว่าเมื่อเดาผิด แต่ก็ต้องผ่านการเทียบแบบเดียวกัน
หลักฐานจากระบบจริงของเรา
ระบบจริงมีช่วงไหม ในการทดสอบย้อนหลังของเราบนทองคำ (XAUUSD) M1 ปี 2022–2026 ระบบคนละแนวคิดเกือบทุกตัวที่ผ่านรอบคัดเลือก ขาดทุนหรือแค่เท่าทุนในปี 2022–2024 ปี 2025 ผลปนกัน แล้วได้กำไรในปี 2026 ระบบรับย่อตัวตัวหนึ่ง เราลองค่า fractal 7 ค่า ปี 2026 บวกครบทั้ง 7 ช่อง ส่วนปี 2022–2025 ขาดทุน 25 จาก 28 ช่อง (ปีเก่าใช้ tick จำลองจากข้อมูลราย 1 นาที) อ่านรายละเอียดใน Market regime
นี่คือรูปแบบที่ตัวกรอง equity น่าจะมีโอกาสช่วย เพราะช่วงยาวเป็นปี และเครื่องหมายรายปีกลับด้านชัด แต่เรายังไม่ได้ทดสอบตัวกรอง equity บนระบบเหล่านี้ จึงยังไม่มีตัวเลขยืนยันว่าช่วยจริง และช่วงยาวเป็นปีก็มีปัญหาของมันเอง ปีที่ระบบเท่าทุนจะทำให้ equity แกว่งรอบเส้นเฉลี่ย เปิดปิดถี่จนเสียไม้ดีไปเรื่อย ๆ ผลทดสอบย้อนหลังไม่ได้บอกผลในอนาคต และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ควรคาดหวัง
ทดสอบกับระบบของคุณเองใน 5 ขั้น
- เอารายการไม้จาก Backtest มาแปลงเป็น R แล้วจำลองตัวกรองในตาราง ไม่ต้องแก้ EA ก่อน
- เลือกค่า MA ไว้ก่อน แล้วลองค่าข้างเคียง เช่น 10 กับ 40 ถ้ามีค่าเดียวที่ชนะ มักเป็นการบังเอิญ (Overfitting และ ทดสอบหลายอย่างจนเจอของบังเอิญ)
- ดูค่าเฉลี่ยของไม้ที่ถูกข้าม แยกรายปี ตัวกรองที่ดีต้องข้ามไม้ที่แย่กว่าค่าเฉลี่ย ทุกปีไปทางเดียวกัน ถ้าบางปีข้ามไม้ดี บางปีข้ามไม้แย่ คือเสียงรบกวน
- เทียบกับการลดขนาดไม้ที่ Drawdown เท่ากัน ตามวิธีในหัวข้อก่อนหน้า
- สลับลำดับไม้ สลับลำดับรายการไม้แบบสุ่มหลายพันครั้ง แล้วรันตัวกรองซ้ำ ถ้าตัวกรองได้เปรียบบนลำดับจริงพอ ๆ กับลำดับที่สลับ แปลว่ามันไม่ได้จับช่วงอะไรเลย (Monte Carlo)
ขั้นที่ 5 กับสองเส้นทางในบทนี้ วัดความได้เปรียบเป็นกำไรของตัวกรองลบกำไรของการลดขนาดไม้ที่ Drawdown เท่ากัน แล้วสลับลำดับ 2,000 ครั้ง
- ไม้อิสระ: ลำดับจริงได้ −4.8 R และลำดับที่สลับ 41.6% ได้เท่านี้หรือดีกว่า ลำดับไม่มีความหมาย
- ผลเป็นช่วง: ลำดับจริงได้ +31.7 R ลำดับที่สลับมีแค่ 1.1% ที่ทำได้ถึง ลำดับมีความหมาย ตัวกรองกำลังจับช่วงจริง
ถ้าตัวกรองทำงานได้ดีพอ ๆ กันบนลำดับไม้ที่สลับมั่ว มันไม่ได้จับ regime แค่ลดจำนวนไม้
ใช้คู่กับการจัดการความเสี่ยง
ตัวกรอง equity ทำงานช้ากว่าความจริงอย่างน้อยหนึ่งไม้เสมอ ช่วยได้เฉพาะช่วงแย่ที่ยาว ไม่ได้กันความเสียหายจากไม้เดียวหรือวันเดียว Stop loss ขนาดไม้ และ ขีดจำกัดขาดทุนรายวัน ยังต้องมีครบ และอย่าตัดสินระบบจาก Drawdown บนตัวกรองโดยไม่ดูว่าแพ้ติดแค่ไหนที่เป็นเรื่องปกติของอัตราชนะนั้น (แพ้ติดเป็นเรื่องปกติ)
ตัวเลขในบทนี้ถือว่า R หักต้นทุนแล้ว ในตลาดจริงไม้เสมือนไม่เสีย spread ส่วนไม้จริงเสีย และราคาที่เข้าได้จริงตอนกลับมาเปิดระบบอาจต่างจากที่จดไว้ ควรใช้ผลไม้เสมือนจากบัญชีทดลองที่รันคู่กัน ไม่ใช่ราคาจากกราฟย้อนหลัง
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ใช้ equity ของบัญชีจริงเป็นสวิตช์ พอหยุดเทรด equity นิ่ง ระบบไม่มีวันเปิดกลับ หรือเปิดกลับตามอารมณ์
- ดูแค่ Drawdown ที่ลดลง เทรดน้อยลง Drawdown ก็เล็กลงเองอยู่แล้ว ต้องเทียบกับการลดขนาดไม้ที่เสี่ยงเท่ากัน
- หาค่า MA ที่ดีที่สุดจากข้อมูลชุดเดียว ได้เส้นที่สวยบนอดีต แต่ไม่บอกอะไรเกี่ยวกับอนาคต
- ใช้กับระบบที่ไม้อิสระต่อกัน ตัวกรองจะทิ้งไม้ช่วงฟื้น ซึ่งเป็นไม้ที่จ่ายคืน Drawdown
- ปิดระบบถาวรเพราะต่ำกว่าเส้นนาน ถ้าระบบเสียเปรียบจริง ควรเลิกด้วยเหตุผลที่เขียนไว้ก่อน เช่น Drawdown เกินกรอบที่เห็นใน Monte Carlo ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวกรองค้างอยู่ฝั่งปิดไปเรื่อย ๆ
คำถามที่พบบ่อย
ช่วงที่ปิดระบบต้องทำอะไร
ให้ระบบยังส่งสัญญาณและจดผลทุกไม้เหมือนเทรดจริง เช่น รันบนบัญชีทดลองคู่กัน หรือจดในตาราง เพราะการตัดสินใจเปิดกลับต้องใช้ equity ของระบบที่นับไม้เสมือนด้วย ถ้าหยุดจด equity จะนิ่ง และไม่มีวันกลับขึ้นเหนือเส้นเฉลี่ย
ควรใช้ MA กี่ไม้
ไม่มีค่าที่ถูกสำหรับทุกระบบ บทนี้ใช้ 20 ไม้เป็นตัวอย่าง สิ่งสำคัญคือเลือกค่าไว้ก่อนทดสอบ แล้วดูว่าค่าใกล้เคียง เช่น 10 หรือ 40 ให้ผลไปทางเดียวกันไหม ถ้ามีแค่ค่าเดียวที่ดี มักเป็นการบังเอิญเข้ากับข้อมูลชุดนั้น
ใช้แทน Stop loss หรือขีดจำกัดขาดทุนรายวันได้ไหม
ไม่ได้ ตัวกรองนี้ตัดสินจากผลของหลายไม้ที่ปิดไปแล้ว ไม่ได้คุมความเสียหายของไม้ที่กำลังเปิดอยู่ Stop loss ขนาดไม้ และขีดจำกัดขาดทุนยังต้องมีครบเหมือนเดิม
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด